ตอนที่ 10
ให้เป็นแฟนน้อยก็ยอม
"เรามาตกลงกันก่อนค่ะ"
ทอปัด ยกมือขึ้นปราม พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง ขณะถอยเท้าออกห่างสองก้าว
ไม่ได้!
เธอจะให้เขาเข้ามาคลุกคลีกับเธอไปมากกว่านี้ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นแผนการของเธอจะต้องล้มเหลวอย่างแน่นอน
หากเป็นเช่นนั้น ขวัญใจและลูกในท้องอาจจะต้องตกที่นั่งลำบาก อีกทั้งรุ่นพี่ตุลย์อาจจะไม่ได้รับมรดกและทรัพย์สินส่วนที่เขาควรจะได้รับ หากผู้ชายคนนี้เข้ามาปั่นป่วนมากจนเกินไป
"ครับ จะให้เฮียเป็นแฟนน้อยใช่ไหมล่ะ? ให้เค้าเป็นแฟนหลวงก็ได้ครับ เฮียยอมทุกอย่างก็ได้ขอแค่ได้ใกล้ชิดกับปัด"
มุกเสี่ยวๆ เจ้าชู้ที่เล่นกันเกร่อว่อนเน็ตนั้น
พอออกจากปากผู้ชายเจ้าชู้หน้าตายด้วยสายตาทะเล้นคนนี้ มันทำให้ทอปัดรู้สึกหมั่นไส้จนอยากจะใช้วิชามวยไทยเตะไปตรงหว่างไข่ของเขายิ่งนัก
"คุณสามจะบ้าเหรอ! จะแฟนน้อย แฟนหลวงอะไรกันเล่า"
จะบ้าตายกับผู้ชายคนนี้!
"อ้าว! แล้วจะตกลงอะไรกันล่ะครับ หรือจะให้เฮียเป็นแฟนหลวงล่ะ"
เขายักใหล่แล้วพูดต่อ
"ยังไงก็ได้นะ แต่เฮียต้องได้เป็นหนึ่งในตัวเลือกของหนูนะครับ"
"คุณสาม!! ปัดไม่ได้พูดเล่นนะคะ"
ทอปัด เริ่มเสียงเข้มขึ้นและมองหน้าเขาอย่างจริงจัง
จนคนรูปหล่อต้องหัวเราะออกมา
"โอเคครับ! เฮียก็ไม่เล่นเหมือนกัน เฮียเอาจริงอยู่แล้ว"
"ปัดทำงานให้กับซีดีเอเยนซี่ของพี่ช่อ ยังไงปัดก็ต้องทำงานให้กับบริษัทของคุณสามอยู่แล้ว"
"ครับ"
เขารู้อยู่แล้ว และถือว่าโชคดีที่ความเกี่ยวพันตรงนี้ ทำให้มีโอกาสที่ดีในการหาข้ออ้างให้ได้เจอะเจอกับเธอเมื่อเขาต้องการ
"ดังนั้นคุณสามจะต้องมีความเป็นมืออาชีพ ในการดีลงานเพราะปัดเองก็ไม่อยากทำงานแบบลำบากใจเช่นกัน"
"ครับผม"
"และปัดรู้หรอกค่ะ ว่าความจริงคุณสามเองก็ไม่ได้ชอบปัดอะไรมากมาย เหมือนกับที่พูดหยอดกระเซ้าเย้าแหย่ขนาดนั้นหรอก"
มากกว่านั้นต่างหาก...
ซึ่งเขาก็หาสาเหตุให้ตัวเองไม่ได้เหมือนกัน ว่าทำไมรู้สึกต่อเธอเหมือนจะเป็นจะตายซะให้ได้ แต่เมื่อคนตรงหน้าทำท่าทีรังเกียจและพร้อมจะถอยห่างจากเขาทุกเมื่อ ตอนนี้เขาคงต้องเพลาๆ ลงบ้าง กลัวว่าเธอจะรู้สึกว่าถูกเขาคุกคาม แล้วไม่มาพบเจอกับเขาอีกเลย
ตอนนี้เขาไม่อยากให้เธอต้องลำบากใจไปมากกว่านี้
จนหนีห่างเขาไป
คนตัวสูงจึงพยักหน้าอย่างขอไปที
"ก็ได้ครับ ผมจะพยายาม"
อย่างน้อยก็ยังมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับยัยอ้วกนางฟ้าตัวหอม พอให้เขารู้สึกสดชื่นในหัวใจเล็กๆ น้อยๆ ก็ยังดี
"ขอบคุณ คุณสามมากเลยนะคะ"
"แต่ผมก็มีเงื่อนไขเหมือนกัน ถือว่าคุณมาหลอกล่อให้ผมชอบแล้วก็ปล่อยผมให้เคว้งคว้างแบบนี้"
เขาเริ่มต่อรอง
เรื่องอะไรจะปล่อยให้เธอกำหนดเขาอยู่ฝ่ายเดียว
"ห่ะ หา อะไรคะ? ปัดปล่อยให้คุณสามเคว้งคว้างยังไง?"
เธอถามเขาอย่างฉงนงงงวย
"ก็คุณมาหว่านเสน่ห์และยั่วยวนผม ทั้งๆ ที่คุณเองกำลังจะหมั้นหลังกลับจากหนานกิงแท้ๆ แต่คุณก็ไม่บอกผมก่อน คุณหลอกลวงให้ผมหลงเสน่ห์ของคุณ ผมตกหลุมพลางคุณโดยไม่รู้ว่าคุณกำลังจะหมั้น แถมคืนนั้นคุณก็ลวนลามผม แล้วจะไม่ยอมรับผิดชอบอะไรเลยเหรอครับ?"
เขาร่ายยาวด้วยสีหน้าจริงจังแต่แววตายังคงทะเล้น
"คุณสาม!"
เธอเอ่ยดุเขาด้วยความเขินอาย ว่าแต่เขาช่างหาข้ออ้างได้สะกิดใจจัง เขาต้องเป็นหมาป่าเจ้าเล่ห์แน่ๆ
"ไม่รู้แหละ ผมจะยอมทำตามเงื่อนไขของคุณก็ได้ แต่คุณเองก็ต้องยอมทำตามเงื่อนไขของผมด้วยสิครับ ถ้าไม่อยากให้ผมตามตื้อจนคุณคิดว่าผมอาจไปสร้างปัญหาวุ่นวายในชีวิตของคุณ"
"เงื่อนไขว่า?"
ทอปัด สูดลมหายใจเข้าปอด พยายามสะกดกลั้นกับความรู้สึกมากมายที่อยู่ในใจ
"คุณต้องไม่หนีหายจากผม และรับโทรศัพท์ผมทุกครั้งที่ผมโทรหา ห้ามบล็อกไลน์หรือเบอร์โดยเด็ดขาด หากไม่สะดวกรับก็ต้องโทรกลับทุกครั้ง แล้วถ้าวันไหนผมอยากจะเจอนัดมาทานข้าว คุณจะต้องมีเวลาให้ผมเสมอ"
นี่มันเงื่อนไขอะไรกัน?
ทอปัด กระพริบตาปริบๆ เธอต้องทำงานให้กับซีดีเอเยนซี่และยังต้องคอยไปไหนมาไหนกับคู่หมั้นในนามอยู่เสมอเพื่อสร้างภาพตามแผน แล้วนี่ยังจะต้องปลีกเวลาอันมีค่าในชีวิตประจำวัน
ที่เหลือเพียงน้อยนิดให้กับเขาอีกหรือ?
"คุณสามลืมไปหรือเปล่าคะ ว่าปัดมีคู่หมั้นแล้ว?"
"ไม่ลืมครับ"
แม้อยากจะลืมก็ตาม
"เพราะคุณมีคู่หมั้นไงผมถึงเว้นระยะห่างไม่รุกล้ำคุณไปมากกว่านี้"
รวมทั้งคืนนั้นด้วย
ทั้งๆ ที่เขามีโอกาสจะทำ แต่ก็ไม่ทำ
"ผมแค่อยากขอโอกาสให้คุณพิจารณา ในช่วงระหว่างที่คุณกำลังจะแต่งงาน แค่ช่วงนี้เท่านั้น ถ้าคุณคิดว่าคุณไม่ชอบผม เมื่อคุณตัดสินใจแต่งงานแล้ว ผมก็จะไม่ไปยุ่งและวุ่นวายกับคุณอีกต่อไป"
เขาพอจะรู้จัก ตุลย์ หิรัญกุล มาบ้างอย่างผิวเผิน และมองยังไงก็รู้สึกว่าไอ้หมอนั่นไม่เหมาะกับเธอเลยสักนิดเดียว
เขาต่างหากที่เหมาะกว่า
ทอปัดเหมือนพระอาทิตย์ที่ส่องประกายเจิดจ้า ต่อให้เธอเป็นลูกนอกสมรสของเจ้าสัวฮ้ง และใส่ชุดธรรมดามาดีลงานในฐานะพนักงานของซีดีเอเยนซี่ แต่ออร่าที่ออกจากตัวเธอก็สว่างสดใส
จนหัวใจของเขาพองโตทุกครั้ง และทุกครั้งที่เจอ
ดูยังใงเธอก็ไม่เหมาะกับคู่หมั้นที่แสนจืดชืดของเธอ
"งั้นก็ได้ค่ะ"
ทอปัดตอบตกลงแทบจะทันที ด้วยต้องการให้ทุกอย่างราบรื่น เพราะถึงยังไงเธอก็ต้องแต่งงานกับตุลย์อยู่แล้วเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่ายตามแผน ไม่ว่าเขาจะพยายามยังไง ก็ไม่มีทางทำให้เธอเปลี่ยนใจได้อย่างแน่นอน
"งั้นก็ดีลครับคนสวย"
จักรกริช ยิ้มกว้างออกมาจนใบหน้าหล่อเหลาสว่างเจิดจ้า แล้วสีหน้า แววตา ท่าทางของเขาก็เปลี่ยนไปทันที
"ไปดู detail ข้างในกันเถอะ ผมอยากจะคุยรายละเอียดเรื่องงานกับคุณจริงๆ เพราะผมรู้สึกว่าคุณรับบรีฟงานแต่ละส่วนได้ดีตรงคอนเซ็ปต์ถูกใจผมมาก นี่เป็นเหตุผลที่ผมระบุว่าต้องการให้คุณมารับบรีฟด้วยตัวเอง"
"โอเคค่ะ"
ทอปัดเดินตามเขาเข้าไปอย่างว่าง่าย ด้วยรู้ดีว่าเมื่อถึงเวลาที่ทายาทคนเล็กของโชติพิทักษ์สวมบทบาทในเรื่องงาน เขาจะจริงจังมาก
ถือว่าเป็นมืออาชีพคนหนึ่งเลยทีเดียว
และมีหลายอย่างที่เธอต้องการเรียนรู้จากเขา
.
.
The your garden เป็นร้านอาหารกึ่งสโมสรพื้นที่กว่าห้าไร่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่มีทั้งร้านอาหารกึ่งผับและกิจกรรมสันทนาการด้านในอาคารหลายอย่าง เป็นจุดนัดพบของกลุ่มไฮโซกระเป๋าหนัก ที่มีที้งกลุ่มอินฟูลเอนเซอร์และคนดังหลากหลายวงการมารีวิวให้ฟรีๆ อยู่บ่อยๆ การเก็บ detail เพิ่มต้องใช้เวลาพอสมควร
โดยจักรกริชต้องการให้ทาง PR นำเสนอในรูปแบบโทนอบอุ่นเป็นกันเองและสร้างรูปลักษณ์ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ เพื่อขยายตลาดให้มากขึ้น เพิ่มเติมจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเดิมที่ผูกติดอยู่แค่กลุ่มไฮโซกระเป๋าหนัก
เขาเป็นคนใส่ใจในรายละเอียดแม้จะเป็นแค่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ
และมีความเฟรนด์ลี่ค่อนข้างสูงทีเดียว
สังเกตว่าไม่ว่าใครหรือลูกค้าคนไหนจะเข้ามาใช้บริการ เมื่อได้พบเจอกับเขา จักรกริชจะกล่าวทักทายอย่างนอบน้อมและเป็นกันเองเหมือนรู้จักกันมานาน เขาจำรายละเอียดของลูกค้าแต่ละคนได้อย่างดี
จึงทำให้ทุกคนชื่นชอบ
นี่คงเป็นสาเหตุหนึ่งกระมังที่ทำให้ภาพลักษณ์ของเขา ถูกมองว่าเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์แสนจะเจ้าชู้
แม้เขาจะคอยตามเดินบรัฟงานกับเธอเป็นระยะ แต่เมื่อมีใครเดินเข้ามาทักทายเขา ชายหนุ่มก็พร้อมจะคุยด้วยอย่างมีมิตรไมตรีและแสดงออกด้วยความจริงใจ
นี่คงเป็นเสน่ห์ของเขา
"ตายจริง! ระดับลูกสาวเจ้าสัว ต้องมาเดินตามคอยทำงานงกๆ นี่ขนาดจะแต่งงานอยู่แล้วนะเนี่ย น่าสงสารจัง"
เสียงทักแหลมปรี๊ดที่อยู่ด้านหลัง ถึงจะไม่หันกลับไปมอง ทอปัดก็รู้ว่าคือ เจนจิรา คู่อริของเธอที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตั้งแต่เรียนโรงเรียนสตรีสมัยมัธยม และมาเด่นชัดขึ้นเมื่ออีกฝ่ายรู้ว่าเธอหมั้นหมายกับตุลย์ หิรัญกุล และกำลังจะแต่งงาน ด้วยอีกฝ่ายนั้นแอบชอบตุลย์มานานแล้ว แต่ตุลย์ไม่เล่นด้วยเลย
เพราะคบหากับขวัญใจอยู่แล้ว
แต่เจนจิราไม่ทราบในจุดนั้น และพยายามกระแนะกระแหนเธอทุกครั้งที่ได้เจอหน้า
ครั้งนี้ก็เช่นกัน
"แล้วไง? ลูกเจ้าสัวก็ต้องทำงานทำมาหากินกันทั้งนั้น ใครจะลอยไปลอยมาทำตัวไร้สาระไปวันๆ แบบเธอกัน"
ทอปัด สวนกลับแทบทันที เรื่องอะไรจะยอมให้ยายไฮโซหน้าจืดนี่มาคุกคามเธอได้อยู่ฝ่ายเดียว
"นี่เธอ!!! ถึงเป็นลูกเจ้าสัว ก็เป็นแค่ลูกคนใช้นอกสมรส ฉันเป็นลูกค้าที่นี่ อย่ามาทำยโสโอหังให้มันมากนักนะ"
อีกฝ่ายจี้จุดอ่อนเรื่องแม่ของเธอ
นั่นทำให้โทสะในใจของทอปัดคุกรุ่นขึ้นมาแทบจะทันที
"เป็นลูกค้าแล้วยังไง ก็เพราะปากเธอเป็นอย่างนี้นี่ไง คนของหิรัญกุลถึงไม่อยากได้เป็นลูกสะใภ้ ถึงต้องมาง้องอนให้ลูกคนรับใช้อย่างฉันหมั้นหมายด้วย"
"กะ...แก!! ฉันจะฟ้องคุณสาม"
เจนจิรา กำมือเข้าหากันแน่นด้วยความโมโหขึ้นมามากกว่าเดิม ด้วยนึกถึงตอนที่ตระกูลหิรัญกุลปฏิเสธการหมั้นหมายกับหล่อนแล้วดันไปเลือกที่จะหมั้นกับยัยทอปัดแทน
หล่อนทั้งเสียหน้าและเสียความรู้สึก
เสียใจที่ตุลย์ไม่เลือกหล่อน อีกทั้งยังคงคลางแคลงใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่ เพราะไม่เห็นจะรู้มาก่อนเลยว่าทั้งสองคบหากันมาตั้งแต่เมื่อไหร่
แล้วจู่ๆ มาหมั้นมาหมายกันได้ยังไง
"ฟ้องซิ!! ฟ้องเลย เธอมันนิสัยขี้ฟ้องอยู่แล้วนี่"
ทอปัดท้ากลับพร้อมหัวเราะร่วน ด้วยคิดว่าหากเจนจิราฟ้องจักรกริชเจ้าของที่นี่จริงๆ ก็ดีเหมือนกัน เพราะยังไงเขาก็คงจะเลือกลูกค้าอยู่แล้ว และอาจจะไม่ให้เธอมาดีลงานเก็บรายละเอียดที่นี่อีกต่อไป
เขาคงเปลี่ยนไปเลือกพนักงานคนอื่นของซีดีเอเยนซี่มาแทนเธอ อาจเป็นพี่ช่อลดาเลยยิ่งดี
เธอจะได้ไม่ต้องมาเกี่ยวข้องกับเขาอีก
นั่นจะเป็นการดีกับเธอเอง
ทอปัดจึงตั้งใจยั่วอารมณ์หล่อนให้ลุกเป็นไฟ เมื่อเห็นจักรกริชเดินเข้ามาใกล้
"คุณสามค๊า"
เจนจิรา เอ่ยเสียงออดอ้อน ด้วยตระกูลของเธอกับโชติพิทักษ์ค่อนข้างจะสนิทชิดเชื้อกันดีอยู่แล้ว ถึงหล่อนจะทำอะไรยัยทอปัดไม่ได้มากมาย
แต่ก็อยากจะเห็นอีกฝ่ายโดนตำหนิบ้างก็ยังดี
จักรกริช หรี่ตาแคบลงมองกริยาของสาวรุ่นน้อง เมื่อสักครู่เขาได้ยินการโต้เถียงอย่างชัดเจน
จึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"เสียงดังจัง ...มีปัญหาอะไรกับคนของผมเหรอครับ?"
****************