ตอนที่ 5
อาหวัง
สี่เดือนที่แล้ว @หนานกิง
"ขอบคุณทางซีแพ็ดมากเลย สำหรับการเกื้อหนุนที่ดีตลอดมา"
สายตาของ จักรกริช แทบจะไม่ละจากร่างบอบบางในชุดเดรสสีฟ้าที่นั่งอยู่ตรงข้ามเลยสักนิด แม้ปากจะคุยกับ เดวิด ลี พันธมิตรหลักของบริษัท
"ขอบคุณเช่นกันค่ะคุณลี"
จักรกริชตอบเป็นภาษาอังกฤษ ก่อนที่เดวิดจะหันมาคุยกับสาวสวยข้างๆ ด้วยภาษาจีนกลาง
"ขอบคุณคุณเหมยอิงเช่นกันนะครับ ไม่น่าเชื่อว่าทางโชติพิทักษ์จะมีฝ่ายการตลาดที่ทำงานเก่งแบบนี้"
สายตาแพรวพราวของเดวิด ลี ทำให้จักรกริชถึงกับขบกรามแน่นเข้าหากัน เมื่อเห็นพันธมิตรเก่าแก่ที่ดีลงานกันมานานแล้ว ออกอาการอาหวังอย่างเห็นได้ชัด กับสาวสวยคนไทยที่มาช่วยงานเขาในวันนี้ ทั้งที่ทุกทีที่ผ่านมา ไม่เคยมีวี่แววว่าไอ้หมอนี่จะสนใจทีมงานคนไหนของเขาเลย
"ความจริงเหมยอิงเพิ่งมีโอกาสได้เข้ามาร่วมงานกับโชติพิทักษ์ และนี่เป็นงานแรกค่ะ ยังไงคงต้องฝากเนื้อฝากตัวกับคุณลีด้วยนะคะ"
ทอปัด ตอบเป็นภาษาจีนอย่างนอบน้อม แม้จะรู้และดูออกถึงกิริยาของชายคู่เจรจาตรงหน้า แต่ก็ถือว่านี่เป็นการทำงาน ที่ได้รับมอบหมายมาจากทางพี่สาวที่เมืองไทย ให้มาช่วยเป็นล่ามกับทางโชติพิทักษ์
และเป็นงานที่ทำเธอรู้สึกชอบในหน้าที่เฉพาะกิจนี้
แม้ฝ่ายคู่ค้าจะแสดงอาการทำนองว่าโอ้โลมปฏิโลมบ้างก็ตาม แต่เขาก็ยังคงให้เกียรติเธอ
ต่างจากสายตาของผู้ชายอีกคน
ที่เป็นถึงผู้บริหารของโชติพิทักษ์และเป็นผู้ว่าจ้างเธอ ที่แม้เขาจะไม่ได้เอ่ยถ้อยคำปฏิโลมกับเธอตรงๆ เช่นเดียวกันกับเดวิด ลี แต่สายตาคมเข้มที่มองมาก็ทำให้ทอปัดรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ มากกว่าชะอีก
ผู้ชายอะไร!
แค่จ้องมอง เธอก็รู้สึกเหมือนกำลังถูกโลมเลีย ถูกกินไปทั้งตัวเลยอ่ะ
"เพิ่งรู้ว่าคุณเหมยอิงจบจากมหาลัยหนานกิง เก่งมากเลยนะครับ" เดวิด ลี เอ่ยชมต่อหลังจากที่จรดปากกาเซ็นสัญญาใหม่ร่วมกับโชติพิทักษ์เรียบร้อยแล้ว
"ใช่ค่ะ! ตอนนี้จบแล้ว เดือนหน้าเหมยก็คงต้องกลับเมืองไทยแล้วล่ะค่ะ เพื่อไปช่วยงานที่บ้าน"
"เสียดายจังนะครับ เราน่าจะรู้จักกันเร็วกว่านี้"
ไอ้ลี ขี้หลีเอ้ย!!
จักรกริชก่นด่าพันธมิตรตัวเองอยู่ในใจ ไอ้หมอนี่มันอาหวังชัดๆ ไม่ใช่อาลีชัดหน่อย
"แต่ยังไงเหมยก็คงไปๆ มาๆ ที่นี่ค่ะ เพราะมีเพื่อนฝูงมากมาย แล้วก็รู้สึกว่าตัวเองผูกพันกับที่นี่มากมายเลยค่ะ"
ทอปัดยิ้มหวาน จนคนที่กำลังหงุดหงิดมองดูอยู่แล้วพลอยหูอื้อตาลายไปด้วย ทำไมเขาเพิ่งรู้ว่า เจ้าสัวฮ้งมีลูกนอกสมรสที่สวยสะดุดตาขนาดนี้
"งั้นดีเลยครับ! ผมเองก็บินไปมาระหว่างจีนกับไทยอยู่ประจำ ไว้มีโอกาสนัดเจอกันนะครับ"
"ยินดีค่ะ"
"พอดีผมมีงานที่ต้องประชุมกับทีมต่อ ยังไงพรุ่งนี้ช่วงบ่าย ถ้าคุณเหมยอิงพอมีเวลา ผมขออนุญาตเลี้ยงข้าวคุณเหมยอิงสักครั้งนะครับ"
เดวิด ลี เชิญชวนด้วยน้ำเสียงสุภาพ
"ดีเหมือนกันครับ ถือว่าเป็นการกระชับพันธมิตรร่วมกัน เดี๋ยวผมให้ผู้ช่วยจัดการจองโต๊ะที่โรงแรมซูฮงไว้เลยนะครับ"
จักรกริช เอ่ยสมทบด้วยใบหน้ายิ้มระรื่น
แสร้งทำเป็นไม่รู้เจตนาของพันธมิตรที่ขยิบตามาให้
ไม่ได้หรอก!!!
คนนี้กูจองตั้งแต่เห็นหน้าแล้ว
คนนี้ของกู กูนี่แหล่ะอาหวังตัวจริง
.
.
"ขอบคุณมากเลยนะครับสำหรับทุกอย่าง ไม่น่าเชื่อว่าทางคุณช่อของ ซีดีเอเยนซี่จะช่วยประสานงานและเกื้อหนุนให้กับโชติพิทักษ์ได้ดีถึงขนาดนี้"
แก้วไวน์ถูกวางลงบนโต๊ะ
หลังจากงานคุยเจรจาต่อสัญญาเสร็จสิ้นแล้ว จักรกริชถือโอกาสเลี้ยงขอบคุณทอปัดด้วยการพาเธอมานั่งเรือสำราญล่องแม่น้ำแยงซีเกียง โดยเขาเหมาส่วน VIP ชั้น 4 เพื่อความเป็นส่วนตัว
"ขอบคุณเช่นกันค่ะ ความจริงเมื่อสักครู่ ปัดแทบจะไม่ได้เจรจาอะไรมากมายเลย ความจริงแล้วทางเซิ่นหยางเอง พวกเค้าก็ตั้งใจจะต่อสัญญากับโซติพิทักษ์อยู่ก่อนแล้วค่ะ"
“แต่ยังไงเฮียก็ต้องขอบคุณอยู่ดี นั่นเพราะปัดจึงทำให้ปิดการเจรจารวดเร็วยิ่งขึ้น ปกติแล้วทางเราต้องมีข้อเสนอใหม่ๆ เพิ่มเติมให้อีก และต้องพา entertain อย่างน้อยก็สี่ห้าวัน ถึงจะเรียบร้อย"
"ขนาดนั้นเลยเหรอคะเฮีย?"
ทอปัดหัวเราะเสียงหวานและเอ่ยเรียกสรรพนามว่าเฮียตามที่เขาเรียกตัวเอง เธอเคยได้ยินพี่สาวพูดถึงสามพี่น้องของตระกูลโชติพิทักษ์อยู่บ้าง พอทราบว่าพี่ชายสองคนแต่งงานเรียบร้อยแล้ว ส่วนคนเล็กที่ชื่อจักรกริชนั้นยังครองตัวเป็นโสด แต่ก็พอทราบว่าเขาค่อนข้างจะแพรวพราวเรื่องความสัมพันธ์กับสาวๆ ทั้งในกลุ่มสาวไฮโซและกลุ่มดารานักร้องตัวท็อปของวงการ
ดูแล้วน่าจะเป็นคนเจ้าชู้พอสมควร
แม้หน้าตาจะหล่อเหลาเอาการ แต่ทอปัดก็ไม่คิดจะสนใจแต่อย่างใด
"ขนาดนั้นเลยครับ"
ดวงตาของจักรกริชพราวระยับยามจ้องมองคนตรงหน้าอย่างเปิดเผยไม่คิดปิดบังความรู้สึกของตนเองแต่อย่างใด
นั่นทำให้ใบหน้าของทอปัดแดงก่ำ ใช่ว่าจะไม่เคยถูกผู้ชายเกี้ยวพาราสีมาก่อน แต่ช่างน่าแปลกนักที่เธอรู้สึกหวั่นไหว เมื่อได้พูดคุยไปสักพักเธอถึงได้ทราบว่า ตอนนี้โชติพิทักษ์มาเปิดสำนักงานในเมืองหนางกิงได้เกือบปีแล้ว
โดยสำนักงานที่นี่จะเป็นจักรกริชทายาทคนที่สามมาดูแล
"น่าแปลกมากเลยนะคะ ปัดเรียนที่นี่ตั้งหกปีไม่เคยเจอหน้าเฮียสามเลย ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ากลุ่มโชติพิทักษ์มาเปิดสาขาทำธุรกิจที่นี่"
เธอเรียกเขาว่าเฮียสามตามที่เขาใช้สรรพนามแทนตัวเอง
"นั่นสินะครับ แต่ไม่เป็นไรตอนนี้เราได้รู้จักกันแล้ว"
"...."
"พอกลับไทยเราก็คุยกันได้นี่ครับ เผื่อจะได้นัดเจอกันบ่อยๆ"
ดวงตาสีเข้มของเขานุ่มลึกเมื่อมองใบหน้าหวานที่แดงระเรื่อด้วยสีเลือดผาด
หัวใจของจักรกริชเหมือนจะเต้นไม่เป็นจังหวะ
ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์จากไวน์ หรือเป็นเพราะแสงแดดยามบ่ายที่ส่องกระทบกับผิวน้ำของแม่น้ำแยงซีเกียง แต่ก็สามารถสะกดสายตาของเขาให้มองแต่ภาพตรงหน้าจนไม่อาจจะละสายตาไปที่ใดได้
"เฮียจะจีบปัดหรือยังไงคะ?"
ทอปัดถามแก้เขิน ขณะยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ
"ครับ"
เขาตอบสั้นๆ ไม่คิดจะปฏิเสธแต่อย่างใด นั่นทำให้ทอปัดขมวดคิ้วเข้าหากัน
"....."
"เฮียเหมือนจะชอบปัด ...เฮียจีบได้ไหมครับ?"
***************