"ขึ้นรถ!" เสียงเข้มของติณณภพดังขึ้นตั้งแต่ไก่โห่ เขาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตลายสกอตแขนยาว กางเกงยีนส์ลุยไฟ และรองเท้าบูตหนังที่เปื้อนโคลนเล็กน้อย แตกต่างจากนิศราที่วันนี้จงใจสวมชุดกางเกงทะมัดทะแมง รวบผมตึงเป็นหางม้า เตรียมพร้อมรับมือกับ 'บททดสอบ' ที่เธอเดาออกล่วงหน้า
"วันนี้เราจะไปท้ายไร่ โซนป่าต้นน้ำ ทางมันลำบากหน่อยนะ ถ้าคุณทนไม่ไหวจะเปลี่ยนใจตอนนี้ก็ได้" เขากล่าวพลางเลิกคิ้วท้าทาย
"ไม่มีคำว่าเปลี่ยนใจในพจนานุกรมของนิศราค่ะ" นิสาก้าวขึ้นรถกระบะโฟร์วีลอย่างรวดเร็วโดยไม่รอให้เขาช่วย "ไปกันเถอะค่ะ เดี๋ยวจะเสียเวลา Working Hour"
ติณณภพขมวดคิ้วกับคำศัพท์แปลกๆ ของเธอแต่ก็ออกรถไปทันที ทางไปท้ายไร่ลำบากสมคำคุย มันทั้งชัน ขรุขระ และเต็มไปด้วยกิ่งไม้ที่คอยฟาดตัวรถ แต่นิสากลับนั่งนิ่ง มือหนึ่งจับที่จับเหนือประตูไว้แน่น อีกมือหนึ่งยังอุตส่าห์ถือสมุดจดงบประมาณที่เธอพกมาด้วย
แต่แล้ว... ธรรมชาติก็เล่นตลก ฟ้าที่เคยใสกลับมืดครึ้มในเวลาไม่กี่นาที ลมพัดแรงจนต้นไม้ลู่ ก่อนที่ฝนเม็ดหนาจะเทลงมาอย่างบ้าคลั่งราวกับฟ้ารั่ว
"บ้าจริง! พายุเข้า" ติณณภพสบถ เขาพยายามประคองรถแต่ทัศนวิสัยกลับเป็นศูนย์ "ไปต่อไม่ได้แล้ว ดินบนดอยจะถล่ม เราต้องหลบเข้ากระท่อมเฝ้าไร่ข้างหน้าก่อน!"
เขาเบรกรถจนตัวโก่งก่อนจะกึ่งลากกึ่งจูงนิศราวิ่งฝ่าสายฝนเข้าไปในกระท่อมไม้เล็กๆ ท้ายไร่ สภาพกระท่อมทั้งเก่าและทรุดโทรม มีเพียงเตียงไม้กระดาน โต๊ะเก่าๆ และกองฟืนที่ดูชื้นแฉะ
"เปียกโชกเลย..." ติณณภพถอดเสื้อเชิ้ตตัวนอกออก เผยให้เห็นกล้ามเนื้อไหล่ที่กำยำจนนิสาต้องลอบกลืนน้ำลาย ‘ใจเย็นไว้นิสา นี่เจ้านาย นี่ไม่ใช่โอปป้าในซีรีส์!’
"ไฟก็ไม่มี ฟืนก็ชื้น เราคงต้องนั่งสั่นอยู่อย่างนี้จนกว่าฝนจะซา" เขาพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดพลางพยายามจุดไม้ขีดที่ชื้นจนจุดไม่ติด
นิสามองดูสถานการณ์รอบตัวด้วยสายตาประเมินแบบที่เธอชอบใช้ตอนประชุมแก้ไขวิกฤต "ถอยไปค่ะคุณติณ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของมือโปรด้านการเอาตัวรอดในป่าคอนกรีตเถอะ"
เธอเริ่มรื้อกระเป๋าเป้ใบย่อมที่พกมา ติณณภพมองด้วยความสงสัย "คุณพกอะไรมาบ้างเนี่ย?"
"ของสำคัญทั้งนั้นค่ะ" นิสาหยิบ 'เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ' ขวดใหญ่ออกมา "นี่คือเชื้อไฟชั้นดี เพราะมันมีแอลกอฮอล์สูง" เธอหยิบ 'นิตยสารแฟชั่นเก่า' ที่ติดมาในเป้ออกมาฉีกเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วชุบเจลแอลกอฮอล์จนชุ่ม
"แล้วนั่น...?" เขาชี้ไปที่สิ่งที่เธอหยิบออกมาต่อ
" 'สำลีแผ่นเช็ดหน้า' ค่ะคุณสามี" นิสากล่าวพลางยิ้มกริ่ม เธอวางสำลีลงบนกองกระดาษชุบเจล แล้วใช้เศษไม้ขีดที่เหลือเพียงก้านเดียวจุดไฟ... ฟึ่บ! เปลวไฟลุกโชนขึ้นอย่างรวดเร็วท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเจ้าของไร่
"คุณ... คุณใช้ของพวกนี้ก่อไฟได้ด้วยเหรอ?"
"ในออฟฟิศน่ะ ถ้าเครื่องชงกาแฟเสีย หรือไฟดับตอนปั่นงาน เราต้องรู้จักประยุกต์ใช้สิ่งของรอบตัวค่ะ" นิสาเริ่มหยิบ 'คลิปหนีบกระดาษตัวใหญ่' ออกมาดัดแปลง "ช่วยส่งมีดพกให้หน่อยค่ะ"
เธอใช้มีดพกคว้านปลากระป๋องที่พกมาด้วยมาอุ่นบนกองไฟเล็กๆ และใช้คลิปหนีบกระดาษมาดัดเป็นขาตั้งเตาชั่วคราวอย่างคล่องแคล่ว
"นอกจากไฟแล้ว คุณยังต้องระวังความชื้นด้วยนะคะ" นิสาหยิบ 'แผ่นแปะแก้ปวดเมื่อย' (กอเอี๊ยะ) ออกมาสองสามแผ่น "เอามาแปะที่หลังนะคะ มันจะช่วยให้ความร้อนและกระตุ้นการไหลเวียนเลือด จะได้ไม่เป็นหวัด"
ติณณภพมองผู้หญิงที่เคยเอาแต่กรีดร้องเวลาเห็นแมลง ตอนนี้เธอกำลังนั่งยองๆ หน้ากองไฟ หน้าเปื้อนเขม่าดำเล็กน้อยแต่ดวงตากลับเป็นประกายมุ่งมั่น เขาเริ่มรู้สึกว่าความร้อนที่เกิดขึ้นในกระท่อมนี้ ไม่ได้มาจากเปลวไฟเพียงอย่างเดียว แต่มันมาจากเสน่ห์ประหลาดๆ ของผู้หญิงคนนี้
"คุณดู... ไม่เหมือนนิศราที่ผมเคยรู้จักเลยสักนิด" เขาพึมพำขณะยอมให้เธอแปะแผ่นแก้ปวดลงบนหลังกว้าง
"คนเราพัฒนาได้ค่ะคุณติณ เหมือนไร่ของคุณนั่นแหละ ถ้าเรารู้จักปรับปรุงกระบวนการ (Process) และเลือกใช้ทรัพยากรให้ถูกจุด เราก็รอดตายได้ทุกสถานการณ์"
นิสายื่นช้อนและปลากระป๋องอุ่นร้อนให้เขา "ทานสิคะ เติมพลังงาน (Energy) หน่อย เดี๋ยวฝนซาเราต้องรีบกลับไปเช็ก KPI เอ๊ย เช็กรายงานความเสียหายที่บ้านกันต่อ"
ติณณภพรับช้อนมาทานพลางจ้องมองใบหน้าด้านข้างของนิสาที่สะท้อนแสงไฟ เขาหัวเราะเบาๆ ในลำคอเป็นครั้งแรก "ถ้าคุณจัดการกับคนงานได้ครึ่งหนึ่งของที่จัดการกับกองไฟนี้ ผมว่าสัญญาหนึ่งปีของเรา... อาจจะสั้นเกินไปนะ"
นิสาชะงัก หัวใจเต้นผิดจังหวะไปหนึ่งสเต็ป เธอรีบหันไปสนใจกองไฟต่อ "อย่าเพิ่งรีบขยายสัญญา (Renew Contract) เลยค่ะ ทำผลงานปีแรกให้ผ่านก่อนเถอะคุณสามี!"
ท่ามกลางเสียงฝนที่ตกหนักภายนอก ภายในกระท่อมเล็กๆ กลับมีความอบอุ่นบางอย่างก่อตัวขึ้น เป็นความอบอุ่นที่นิสาไม่เคยคิดว่าจะได้รับจาก "เจ้านาย" มาดดุคนนี้เลยแม้แต่น้อย