หลังจากจัดการ "ตอ" ใหญ่ในโรงครัวไปได้ไม่นาน หายนะลูกใหม่ก็ก่อตัวขึ้นเร็วกว่าที่นิสาคาดไว้ สายไหมที่โกรธจัดจนขาดสติจากการเสียสมุนมือขวาอย่างน้าหนอมไป ได้ตัดสินใจใช้แผนสกปรกขั้นสุดด้วยการจ้าง "ไอ้เสือผาด" นักเลงท้องถิ่นขึ้นชื่อเรื่องการรีดไถและก่อกวน มาป่วนไร่ไพศาลในช่วงที่ติณณภพต้องเข้าเมืองไปประชุมสมาคมชาวไร่เป็นเวลาสองวัน
"คุณแม่ครับ! สายลับรายงานด่วน!" ตุลย์วิ่งหน้าตั้งเข้ามาในห้องทำงานของนิสา "น้ามั่นบอกว่าเห็นพวกไอ้เสือผาดห้าหกคน ขี่มอเตอร์ไซค์วนเวียนอยู่ที่หน้าทางเข้าไร่ แถมในมือนักเลงพวกนั้นยังมีไม้หน้าสามกับถังน้ำมันด้วย!"
นิสาละสายตาจากหน้าจอไอแพดที่กำลังคีย์ข้อมูลสต๊อกสินค้า แววตาของเธอเปลี่ยนเป็นโหมด Crisis Management (การจัดการวิกฤต) ทันที "พวกมันกะจะเล่นงานตอนที่คุณพ่อไม่อยู่สินะ... ติณณา! ไปตามน้ามั่นและทีมรปภ. ของไร่มาพบแม่ที่ห้องโถงภายในห้านาที!"
ที่ห้องโถงใหญ่ นิสายืนอยู่หน้ากระดานไวท์บอร์ดที่เธอสั่งให้คนงานยกมาตั้งไว้ เธอเริ่มวาดผังโครงสร้างของไร่ไพศาลอย่างรวดเร็วเหมือนกำลังพรีเซนต์แผนงานป้องกันระบบคอมพิวเตอร์โดนแฮ็ก
"ฟังนะคะน้ามั่น และพี่ๆ รปภ. ทุกคน" นิสาพูดด้วยน้ำเสียงกังวานและเฉียบคม "เราจะไม่ใช้กำลังปะทะโดยตรง (Direct Confrontation) เพราะเราไม่อยากให้คนของเราบาดเจ็บหรือเสียทรัพย์สินโดยไม่จำเป็น เราจะใช้ระบบ Security Layer (การป้องกันเป็นชั้นๆ) มาจัดการพวกมัน"
"ระบบอะไรนะครับคุณนิศรา?" น้ามั่นเกาหัวแกรกๆ
"ระบบป้องกันภัยไงคะน้า" นิสาเริ่มชี้ไปที่จุดยุทธศาสตร์ในแผนที่ "ชั้นแรก: Access Control (การควบคุมการเข้าถึง) น้ามั่นไปสั่งให้คนงานปิดประตูรั่วทางเข้าหลักทั้งหมด แล้วเอาลวดหนามที่เหลือจากคอกวัวไปพันเสริมไว้ ส่วนทางเข้าย่อยให้เอาทรายมาเทกองปิดทางมอเตอร์ไซค์"
"ชั้นที่สอง: Early Warning System (ระบบเตือนภัยล่วงหน้า) ตุลย์... แม่รู้ว่าหนูมีโดรนบังคับที่ใช้เล่นในวันเกิด เอาออกมาบินลาดตระเวนรอบๆ แนวป่า ถ้าเห็นพวกมันขยับเขยื้อนให้วิทยุมาบอกแม่ทันที"
"ชั้นที่สาม: Active Defense (การป้องกันเชิงรุก) พี่ๆ รปภ. เตรียม 'ปืนฉีดน้ำผสมน้ำหมักชีวภาพ' ที่เราเพิ่งทำเสร็จไปไว้ให้พร้อมนะคะ มันเหม็นติดทนนานยิ่งกว่าขี้ไก่เสียอีก ใครเข้ามาในระยะ 10 เมตร... ฉีดใส่ให้ยับเลยค่ะ!"
"แล้วถ้าพวกมันจุดไฟล่ะครับ?" รปภ. คนหนึ่งถามอย่างกังวล
"นั่นคือหน้าที่ของ Contingency Plan (แผนสำรอง) ค่ะ" นิสายิ้มกริ่ม "ฉันสั่งให้เปิดระบบสปริงเกอร์รดน้ำอัตโนมัติทั่วแนวรั้วไว้แล้ว ถ้าเซนเซอร์ตรวจจับความร้อนหรือกลุ่มควันพบสิ่งผิดปกติ น้ำจะพุ่งปรี๊ดออกมาทันที... รับรองว่าจุดไฟไม่ติด แถมไอ้พวกนักเลงนั่นจะเปียกโชกจนตัวสั่นไปเลย"
เวลาล่วงเลยไปจนถึงหัวค่ำ ไอ้เสือผาดและสมุนเริ่มเคลื่อนพลเข้าหาไร่ไพศาล พวกมันนึกว่าแค่ขู่คนงานและเผากองฟางก็น่าจะทำให้ "แม่เลี้ยงขี้วีน" ออกมาไหว้ขอชีวิตได้แล้ว
"เฮ้ย! บุกเข้าไป! เผามันให้หมด!" ไอ้เสือผาดตะโกนสั่งการ
ทว่า... ทันทีที่มอเตอร์ไซค์พวกมันพยายามจะเข้าทางลัด รถก็ลื่นไถลไปกับกองทรายและโคลนเหลวที่นิสาสั่งให้ฉีดน้ำทิ้งไว้จนกลายเป็นกับดัก "โอ๊ย! อะไรวะเนี่ย!" สมุนคนหนึ่งร้องลั่นเมื่อรถล้มไม่เป็นท่า
ทันใดนั้น โดรนบังคับของตุลย์ก็บินโฉบลงมาพร้อมกับเสียงไซเรนดังสนั่นและไฟสปอร์ตไลท์สีแดงวูบวาบ "พบผู้บุกรุก! ยืนยันพิกัด (Target Locked) !" เสียงตุลย์ประกาศผ่านลำโพงโดรนที่ดัดแปลงมาอย่างดี
"เฮ้ย! ผีหลอกหรือเปล่าวะ!" นักเลงพวกนั้นเริ่มขวัญเสีย
"เปิดระบบระบายความร้อน (Water Sprinkler) !" นิสาสั่งการผ่านวิทยุสื่อสาร
ซ่าาาาาาาา!
สปริงเกอร์หลายสิบตัวพ่นน้ำแรงดันสูงออกมาจากพุ่มไม้ทันที น้ำเย็นจัดและแรงกระแทกทำให้นักเลงที่กำลังจะจุดไฟแช็กเปียกไปทั้งตัว ไฟที่เตรียมมาดับมอดไม่เหลือซาก และที่ร้ายกว่านั้นคือกองทัพ รปภ. ที่ถือปืนฉีดน้ำรุ่นใหญ่บรรจุน้ำหมักชีวภาพกลิ่นนรกแตกเริ่มระดมฉีดใส่พวกมัน
"อ้วก! กลิ่นอะไรวะเนี่ย! เหม็นอย่างกับศพเน่า!" ไอ้เสือผาดสำลักกลิ่นน้ำหมักจนแทบยืนไม่อยู่
นิสาเดินออกมาจากความมืดในชุดเซฟตี้สะท้อนแสงสีส้ม ถือโทรโข่งและไอแพดที่โชว์หน้าจอการเชื่อมต่อกับกล้องวงจรปิดรอบไร่ "สวัสดีค่ะคุณเสือผาด... ดิฉัน นิศรา ผู้จัดการฝ่ายความมั่นคงของไร่นี้ค่ะ ตอนนี้ใบหน้าของพวกคุณทุกคนถูกบันทึกไว้ในระบบ Cloud (คลาวด์) ของเราเรียบร้อยแล้วนะคะ ข้อมูลอัตลักษณ์บุคคลถูกส่งตรงไปยังสถานีตำรวจพื้นที่ในรูปแบบ Real-time เรียบร้อยแล้วค่ะ"
เธอแสร้งกดปุ่มในไอแพด "อ้อ... ฉันเพิ่งตั้งค่าให้ระบบประกาศชื่อพวกคุณในฐานะ 'ผู้กระทำความผิดในคดีบุกรุกและพยายามวางเพลิง' ลงในเพจข่าวท้องถิ่นด้วยนะคะ มีใครอยากจะอัปเดต Status (สถานะ) ก่อนไปนอนคุกไหมคะ?"
นักเลงกลุ่มนั้นที่เคยซ่าถึงกับเข่าอ่อน เมื่อเจอทั้งเทคโนโลยีน้ำหมักชีวภาพและกฎหมายที่รวดเร็วระดับ 5G "ยอมแล้วครับ! ยอมแล้วคุณผู้หญิง! พวกผมแค่รับจ้างเขามา!"
"งั้นบอกชื่อผู้จ้างวาน (Provider) มาค่ะ... แล้วฉันจะพิจารณา 'ลดโทษ' (Discount) ให้ในชั้นศาล" นิสาคาดคั้น
"ยัยสายไหม! ยัยสายไหมที่ร้านทองในเมืองครับ! นางจ้างพวกผมมาหมื่นหนึ่ง!" ไอ้เสือผาดโพล่งออกมาอย่างไม่คิดชีวิต
ตุลย์ที่ยืนอยู่ข้างหลังนิสาบันทึกเสียงไว้ได้ทั้งหมด "บันทึกข้อมูลหลักฐาน (Evidence Recorded) เรียบร้อยครับคุณแม่!"
นิสายิ้มอย่างผู้ชนะ "ดีมากค่ะ... น้ามั่นคะ คุมตัวพวกนี้ไว้รอตำรวจนะคะ ส่วนพรุ่งนี้... นิสาจะพา 'หลักฐาน' นี้ไปเยี่ยมคุณสายไหมถึงบ้านหน่อย อยากจะรู้เหมือนกันว่าถ้าโดนข้อหาจ้างวานบุกรุกเนี่ย คุณนางเอกจะยังยิ้มออกไหม?"
รุ่งเช้า เมื่อติณณภพรีบขับรถกลับมาที่ไร่หลังจากได้ยินข่าวว่ามีนักเลงมาป่วน เขาต้องประหลาดใจที่พบว่าไร่ยังอยู่ในสภาพสงบสุขสมบูรณ์ 100% แถมคนงานยังพากันหัวเราะชอบใจเรื่อง 'น้ำหมักปราบมาร'
เขาพบนิสานั่งจิบกาแฟอยู่ในห้องทำงาน พร้อมกับเด็กแฝดที่กำลังช่วยเธอสรุปรายงานความเสียหาย (ซึ่งมีแค่ค่าไฟสปริงเกอร์ไม่กี่สิบบาท)
"นิสา... คุณปลอดภัยไหม? ผมได้ยินว่ามีนักเลงมาบุก" เขาเดินเข้าไปกุมมือเธอด้วยความเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัด
"ปลอดภัยดีค่ะคุณติณ... แค่บริหารจัดการทรัพยากรบุคคล (Resource Management) นิดหน่อยเองค่ะ" นิสาเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้เขา "ตอนนี้เรามี 'พยานบุคคล' ที่จะเอาผิดคนเบื้องหลังได้แล้วนะคะ คุณพร้อมจะไป 'ปิดจ๊อบ' กับฉันไหมคะ?"
ติณณภพมองภรรยาที่ตอนนี้ดูเหมือนแม่ทัพผู้ชนะศึก เขาบีบมือเธอแน่น "พร้อมเสมอครับ... สำหรับคุณ ผมให้ความร่วมมือเต็มที่ (Full Cooperation) เลย"
นิสาหัวเราะร่วน "น่ารักมากค่ะคุณสามี! เดี๋ยวกลับจากสถานีตำรวจ ฉันจะสอนคุณใช้ระบบ Security Layer เวอร์ชั่น 2 นะคะ รับรองว่าไม่มีมดตัวไหนกล้าเดินเข้าไร่เราโดยไม่ได้รับอนุญาตแน่ๆ!"
ภารกิจปกป้องบ้านไร่ผ่านพ้นไปด้วยดี ด้วยสกิลการวางแผนที่เป็นระบบและการใช้เทคโนโลยีเข้าสู้... แบบที่สาวออฟฟิศมือโปรเขาทำกัน!