หลังจากสงครามมื้อเช้าจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของเด็กแฝด บรรยากาศในบ้านไร่ก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ตุลย์ ไม่ได้รู้สึกแค่เสียหน้า แต่มันคือการสั่นคลอน ‘อำนาจ’ ที่เขาและน้องสาวเคยมีเหนือแม่เลี้ยงคนเดิมอย่างสิ้นเชิง
"ติณณา... พี่ว่ายัยแม่มดนิศรานั่นไม่ใช่คนเดิมแน่ๆ" ตุลย์กระซิบกระซาบกับน้องสาวในมุมมืดของโถงทางเดินชั้นสอง แววตาของเด็กชายวัยสิบขวบฉายแววครุ่นคิดเกินวัย "นิศราคนเก่าแค่เห็นพริกเม็ดเดียวก็กรี๊ดจนบ้านแตกแล้ว แต่นี่นางกินเข้าไปหมดจานโดยไม่กะพริบตา แถมยังบังคับให้พวกเรากินของน่าขยะแขยงนั่นอีก"
ติณณา ที่ยังคงขยี้ตาเพราะกลิ่นหอมหัวใหญ่ยังติดจมูกพยักหน้าเห็นด้วย "ใช่พี่ตุลย์! แล้วท่าทางตอนคุยกับคุณพ่อก็น่าขนลุกมาก เหมือนนางเปลี่ยนวิญญาณมาเลย หรือว่านางจะเป็น... ปีศาจที่มาสิงร่างยัยแม่มด?"
"เราต้องหาหลักฐาน!" ตุลย์สรุป "พ่อบอกว่านางขอสัญญาหนึ่งปี นางต้องมีแผนชั่วร้ายแน่ๆ บางทีในห้องนอนนางอาจจะมีบันทึกลับ หรือของอาคมที่ใช้ร่ายมนตร์ใส่คุณพ่อก็ได้ ถ้าเราหาเจอ เราจะได้ไล่นางออกไปจากบ้านเราจริงๆ เสียที"
ทั้งคู่รอจนกระทั่งเห็นนิสาเดินลงไปที่ท้ายไร่เพื่อคุยงานกับคนงานตามที่เธออ้าง สองร่างเล็กๆ จึงย่องเข้าไปในห้องนอนใหญ่ที่หรูหราทันที
ภายในห้องนอนของนิสา (หรือนิศราเดิม) กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อดังราคาแพงที่เคยฉุนกึกจนเวียนหัวกลับจางลง แทนที่ด้วยกลิ่นสมุนไพรอ่อนๆ ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ตุลย์เริ่มรื้อค้นโต๊ะเครื่องแป้งที่มีเครื่องสำอางวางระเบียบเรียบร้อยผิดปกติ ส่วนติณณามุดลงไปใต้เตียงเพื่อหา 'กล่องสมบัติ' ที่แม่เลี้ยงคนก่อนชอบซ่อนเงินที่ยักยอกมา
"พี่ตุลย์! เจอแล้ว!" ติณณาร้องเรียกเสียงเบาพลางดึงสมุดปกแข็งสีดำเล่มหนึ่งออกมาจากลิ้นชักที่ถูกล็อกไว้อย่างหลวมๆ "มันคือบันทึกความลับแน่ๆ!"
ตุลย์รีบคว้ามาเปิดอ่านด้วยมือที่สั่นเทา แต่แทนที่จะเจอแผนการยักยอกเงิน รายชื่อชู้รัก หรือสูตรยาสั่ง เขากลับเจอข้อความที่อ่านแล้วคิ้วขมวดเป็นปม ภาษาที่ใช้ในนั้นมันแปลกประหลาดเกินกว่าที่เด็กสิบขวบจะเข้าใจได้ทั้งหมด
[Project: Survival in Farm Life - Quarter 1]
KPI 1: สร้างความไว้วางใจกับเด็กแฝด (Current Status: 10% - ล้มเหลวในเชิงความรู้สึก แต่ชนะในเชิงอำนาจ)
KPI 2: ตรวจสอบงบกำไรขาดทุนของไร่ (Status: Urgent! พบรูรั่วในบัญชีค่าปุ๋ยและสารเคมี ต้องรีบดีลกับซัพพลายเออร์ใหม่)
KPI 3: รักษาระยะห่างกับ 'ติณณภพ' (Status: Critical! เขาเริ่มจับผิดและสายตาเขาน่ากลัวเกินไป ห้ามให้เขารู้เรื่องการสลับร่างเด็ดขาด)
หมายเหตุ: ตุลย์มีจุดอ่อนที่ไก่ทอดและคำชมเรื่องความฉลาด ส่วนติณณาชอบวาดรูปแต่ถูกกีดกัน (ต้องหาอุปกรณ์วาดภาพมาติดสินบน)
"KPI? สลับร่าง? นี่มันภาษาแม่มดชัดๆ!" ตุลย์พึมพำ "ดูสิติณณา นางเขียนชื่อพวกเราด้วย นางกำลังเก็บข้อมูลจุดอ่อนของเราเพื่อทำลายเราทีละคน! แผนการยึดครองไร่ของนางมันล้ำลึกกว่าที่คิด"
ในขณะที่ทั้งคู่กำลังขะมักเขม้นกับการวิเคราะห์ 'โพสต์อิท' ที่นิสาเขียนแปะไว้ทั่วโต๊ะทำงานเกี่ยวกับการวางระบบบัญชี เสียงลูกบิดประตูก็ดังขึ้นช้าๆ
แกร๊ก...
เด็กแฝดตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป นิสาเดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทางเหนื่อยอ่อน ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อยจากการเดินกลางแดด เธอโยนแฟ้มเอกสารหนาปึกลงบนเตียงก่อนจะชะงักเมื่อเห็นร่างเล็กๆ สองร่างยืนลนลานอยู่กลางห้อง
"อ้าว... มี 'แขกไม่ได้รับเชิญ' มาเยี่ยมถึงในห้องเลยเหรอจ๊ะ?" นิสากอดอก ยืนพิงกรอบประตูด้วยรอยยิ้มเย็นที่ทำให้เด็กแฝดเสียวสันหลังวาบ
ตุลย์รีบซ่อนสมุดไว้ข้างหลัง "เรา... เราแค่จะมาเอาของเล่นที่ยัยแม่มดอย่างคุณขโมยมาซ่อนไว้! อย่ามาตู่ว่าพวกเรามาแอบดูนะ"
นิสาเลิกคิ้ว เดินเข้าหาเด็กทั้งสองช้าๆ ท่วงท่าที่มั่นคงและกดดันเหมือนหัวหน้าแผนกที่กำลังจะเรียกพนักงานมาตำหนิทำให้เด็กแฝดก้าวถอยหลังจนชิดกำแพง "ของเล่นเหรอ? หรือว่าจะเป็น 'สมุดบันทึก KPI' ที่อยู่ในมือตุลย์กันแน่จ๊ะ?"
เธออาศัยจังหวะที่ตุลย์กำลังลนลาน คว้าสมุดคืนมาอย่างรวดเร็ว "แอบค้นของคนอื่นเนี่ย... เสียมารยาทมากเลยนะจ๊ะ ในโลกของแม่... เอ๊ย ในโลกของคนทำงาน ใครที่แอบขโมยข้อมูลความลับถือว่ามีความผิดร้ายแรงถึงขั้นไล่ออกเลยนะ"
"คุณไม่ใช่คุณนิศราคนเดิม!" ติณณาโพล่งออกมาด้วยความกลัวผสมความกล้า "คุณเป็นใคร? คุณเอาคุณแม่เลี้ยงคนเดิมไปไว้ไหน! คุณนิศราคนเดิมทำได้แค่กรี๊ดกับด่าคนงาน แต่นี่คุณ... คุณเขียนอะไรที่พวกเราอ่านไม่รู้เรื่อง!"
นิสานิ่งไปครู่หนึ่ง หัวใจเต้นรัว สกิลการแถของสาวออฟฟิศเริ่มทำงานระดับสิบ เธอโน้มตัวลงมาจนใบหน้าอยู่ระดับเดียวกับเด็กแฝด ดวงตาจ้องลึกเข้าไปในตาของทั้งคู่ "ชู่ววว... ถ้าอยากรู้ว่าแม่เป็นใคร ทำไมไม่ลองมาทำ 'ดีล' (Deal) กับแม่ดูล่ะ?"
"ดีล? ดีลอะไร?" ตุลย์ถามอย่างไม่ไว้ใจ แต่แววตาก็ฉายความอยากรู้อยากเห็น
"ในเมื่อพวกหนูรู้ความลับบางอย่างของแม่แล้ว... แทนที่แม่จะลงโทษหรือฟ้องคุณพ่อ แม่มีข้อเสนอให้พวกหนูเข้ามาร่วมทีม" นิสาฉีกยิ้มที่ดูเป็นมิตรขึ้นแต่ยังแฝงเล่ห์เหลี่ยม "ถ้าพวกหนูยอมช่วยแม่ 'กู้ร่าง' ของไร่นี้ให้กลับมามีกำไร และยอมทำตามกฎของแม่ แม่สัญญาว่าเมื่อครบหนึ่งปี... แม่จะหย่าขาดตามสัญญา และทิ้งสมบัติทุกอย่างไว้ให้พวกหนู แต่ระหว่างนี้... พวกหนูต้องเป็น 'สายลับ' ให้แม่"
"สายลับ?" แววตาของตุลย์เริ่มเปลี่ยนจากความโกรธเป็นความสนใจ เด็กผู้ชายวัยนี้มักแพ้คำว่าสายลับเสมอ
"ใช่จ้ะ... คอยรายงานว่าคนงานคนไหนที่แอบอู้งาน ใครที่แอบเอาเปรียบคุณพ่อ หรือใครที่แอบขโมยผลผลิตในไร่ แลกกับการที่แม่จะไม่ลงโทษเรื่องที่พวกหนูแอบเข้าห้องแม่วันนี้ และ... แม่จะอนุญาตให้พวกหนูสั่งเมนูอาหารเย็นเองได้สัปดาห์ละ 3 วัน โดยไม่มีผักขมๆ มาเกี่ยวข้อง แม้แต่ชิ้นเดียว!"
เด็กแฝดหันมองหน้ากัน สมองอัจฉริยะเริ่มประมวลผลความคุ้มค่า ข้อเสนอของแม่เลี้ยงคนใหม่นี้น่าสนใจและ "วิน-วิน" กว่าการวิ่งไล่สาดขี้ไก่ไปวันๆ เป็นไหนๆ
"ตกลงครับ... แต่ถ้าคุณทำผิดสัญญาแม้แต่นิดเดียว พวกเราจะบอกคุณพ่อทันทีว่าคุณเป็นปีศาจสิงร่าง!" ตุลย์ยื่นข้อเสนอสุดท้ายอย่างเป็นงานเป็นการ
"Deal ค่ะ!" นิสาแปะมือกับตุลย์และติณณาเบาๆ "เอาล่ะ สายลับตัวน้อย... ตอนนี้ออกไปได้แล้ว แม่ต้องตรวจงบบัญชีต่อ ถ้างานไม่เดิน... โบนัสปีหน้า (ซึ่งก็คือขนมและอุปกรณ์วาดรูปใหม่ของติณณา) อดแน่นอน!"
เมื่อเด็กแฝดเดินออกจากห้องไปพร้อมกับภารกิจ "สายลับ" ครั้งแรก นิสาก็พ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก เธอทรุดตัวลงนั่งที่โต๊ะทำงานพลางกุมขมับที่เต้นตุบๆ
"นอกจากต้องกู้ไร่แล้ว ยังต้องมาสร้างระบบ 'ฟรีแลนซ์สายลับ' ให้เด็กสิบขวบอีกเหรอนิสา... แต่เอาเถอะ อย่างน้อยพวกเขาก็ไม่เรียกฉันว่ายัยแม่มดชั่วคราวแล้วล่ะนะ"
แต่เธอไม่รู้เลยว่า ที่หน้าประตูห้องที่ปิดไม่สนิท... ติณณภพยืนกอดอกพิงผนังไม้ เขาได้ยินบทสนทนาประหลาดๆ ทั้งหมด แววตาของเขาเต็มไปด้วยความซับซ้อน
‘กู้ร่างงั้นเหรอ? สายลับงั้นเหรอ? นิศรา... คุณเปลี่ยนไปจนผมแทบจำไม่ได้ แต่ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ถ้าคุณทำให้ลูกผมยิ้มได้แบบนั้น... ผมจะยอมเล่นเกมนี้ไปกับคุณก่อนแล้วกัน’
เขายกยิ้มมุมปากเพียงเล็กน้อยก่อนจะเดินหายไปในความสลัวของโถงทางเดิน ทิ้งปริศนาไว้เบื้องหลังว่าเขาเชื่อเรื่องปีศาจสิงร่างจริงหรือไม่ หรือเขากำลังเริ่มหลงเสน่ห์ความแสบของ "นิศรา" คนใหม่นี้เข้าแล้ว