หลังจากเซ็นสัญญา "กู้ชีพ" กับติณณภพเสร็จ นิสาก็เดินตรงไปยังห้องอาหารด้วยความหิวโหยสไตล์คนทำงานที่ลืมกินมื้อเช้า แต่ในหัวสมองของเธอกลับสั่งการให้ระวังตัวขั้นสุด ทักษะการอ่านคนในออฟฟิศบอกเธอว่า เด็กแฝดวัย 10 ขวบที่ฉลาดเป็นกรดอย่าง ตุลย์ และ ติณณา ไม่มีทางยอมรามือหลังจากพลาดช็อต "ขี้ไก่" เมื่อเช้าแน่ๆ
บรรยากาศในห้องอาหารเช้านี้กดดันยิ่งกว่าห้องประชุมบอร์ดบริหารระดับประเทศ นิสานั่งหลังตรงสง่างามในชุดเดรสผ้าไหมสีครีมที่นิศราคนเดิมเคยกว้านซื้อมา แต่ท่วงท่าการจับช้อนส้อมของเธอกลับดูทะมัดทะแมงผิดกับกิริยาอ้อนแอ้นในวันวาน
ตรงข้ามเธอคือ ตุลย์ และ ติณณา คู่แฝดที่หน้าตาถอดแบบมาจากติณณภพราวกับพิมพ์เดียว ทั้งดวงตาคมเข้มและจมูกโด่งรั้นที่ตอนนี้กำลังบิดเบี้ยวด้วยความขัดใจ
"เชิญทานสิครับคุณแม่... ข้าวผัดจานนี้พวกเรา 'ตั้งใจ' สั่งให้ป้าอิ่มทำมาให้คุณแม่คนเดียวเลยนะ" ตุลย์เป็นคนเปิดบทสนทนา เด็กชายวัย 10 ขวบแย้มยิ้มที่นิสามองปราดเดียวก็รู้ว่ามันคือรอยยิ้มแบบ 'พนักงานขายที่กำลังหลอกขายประกันเก๊'
นิสาก้มมองจานข้าวตรงหน้า กลิ่นน้ำปลาพริกฉุนกึกกระแทกจมูกจนอยากจะจาม แต่เธอกลั้นไว้ สัญชาตญาณสาวออฟฟิศที่ต้องคอยเช็กความเรียบร้อยของเอกสารก่อนส่งเจ้านายทำงานทันที เธอใช้ช้อนเขี่ยข้าวเบาๆ และพบว่าใต้กองข้าวนั้นมี 'เซอร์ไพรส์' ซ่อนอยู่จริงๆ
มันคือแมลงสาบปลอมที่ทำจากยางและชุ่มไปด้วยซอสพริกสีแดงฉาน ดูเหมือนกองเลือดเละเทะ น่าสะอิดสะเอียนสำหรับผู้หญิงสำอางอย่างนิศรา
‘มุกตื้นมากเจ้าหนู... พี่น่ะเคยเจอแม้กระทั่งหนูตัวจริงวิ่งผ่านใต้โต๊ะทำงานตอนตีสองมาแล้ว แค่นี้จิ๊บๆ’ นิสาคิดในใจพลางยิ้มมุมปาก
"ขอบใจมากนะจ๊ะตุลย์ ติณณา... แต่แม่ว่าข้าวผัดมันดู 'เหงา' ไปหน่อยนะ" นิสาวางช้อนลงเบาๆ แล้วหันไปหาป้าอิ่ม แม่บ้านเก่าแก่ที่ยืนสั่นเป็นเจ้าเข้าอยู่ข้างๆ "ป้าอิ่มคะ ขอเมนู 'สุขภาพ' ที่ฉันสั่งไว้เมื่อเช้าออกมาเลยค่ะ"
ป้าอิ่มรีบพยักหน้าแล้วนำถาดอาหารสองถาดใหญ่มาวางตรงหน้าเด็กแฝด กลิ่นฉุนของอาหารที่เด็กทั่วโลกต่างส่ายหน้าโชยฟุ้งไปทั่วห้อง
จานของตุลย์: คือสลัดมะระขี้นกสดๆ ที่คลุกเคล้ามากับน้ำมันตับปลาเข้มข้น มีกระเทียมโทนสดวางประดับรอบจาน จานของติณณา: คือผัดตับหมูชิ้นหนา ที่โปะมาด้วยหอมหัวใหญ่ผัดจนแฉะและพริกหยวกสีเขียวอี๋
"นี่มันอะไรกัน!" ติณณากรีดร้อง "หนูไม่กินหอมหัวใหญ่! มันเหม็น!"
"ส่วนผมก็เกลียดมะระ! มันขมยิ่งกว่ายาอีก คุณแม่แกล้งพวกเราเหรอครับ?" ตุลย์ถามด้วยเสียงสั่นเครือ แสร้งทำเป็นเด็กน้อยผู้น่าสงสารเพื่อเรียกร้องความสนใจจากพ่อที่กำลังเดินเข้ามาในห้องอาหาร
ติณณภพ เดินเข้ามาในชุดทำงานลุยไร่ เขามองภาพตรงหน้าด้วยความฉงน "เกิดอะไรขึ้น? ทำไมลูกๆ ถึงโวยวายแบบนี้ นิศรา?"
นิสาไม่ได้ตกใจ เธอรีบลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปเกาะแขนติณณภพด้วยท่าทาง 'เมียหลวงผู้อ่อนโยน' จนชายหนุ่มถึงกับตัวแข็งทื่อ
"คุณติณคะ... นิสาแค่เป็นห่วงสุขภาพเด็กๆ ค่ะ" เธอทำเสียงอ่อนเสียงหวานจนตัวเองยังอยากจะอาเจียน "เมื่อคืนนิสาอ่านหนังสือเจอว่า เด็กวัยสิบขวบถ้าขาดสารอาหารจากผักขมๆ หรือเครื่องในหมู จะทำให้พัฒนาการทางสมองช้าลงนะคะ แล้วยิ่งเด็กๆ ฉลาดแบบตุลย์กับติณณา นิสายิ่งยอมไม่ได้ค่ะ"
"แต่มันขมนะพ่อ!" ตุลย์ท้วง
นิสาหันไปยิ้มเย็นให้ลูกเลี้ยง "ถ้าตุลย์กับติณณาบอกว่ารักคุณพ่อจริง ก็ต้องยอมทานเมนูที่แม่เตรียมให้สิคะ... หรือว่าที่ทำเป็นรักคุณพ่อเนี่ย แค่หลอกใช้ไปวันๆ จ๊ะ?"
คำพูดของนิสาเหมือนลูกศรอาบยาพิษที่แทงใจดำเด็กแฝด ติณณภพขมวดคิ้ว เขามองเมนูสุขภาพแล้วมองหน้าภรรยาที่ดู 'หวังดี' ผิดปกติ
"ถ้าแม่เขาเตรียมให้ ก็ทานซะตุลย์ ติณณา... อย่าให้พ่อต้องดุ" ติณณภพสรุปสั้นๆ ก่อนจะนั่งลงที่หัวโต๊ะฝั่งตรงข้าม
เด็กแฝดกัดฟันกรอด ตุลย์มองไปที่จานข้าวผัดที่มีแมลงสาบปลอมของเขาด้วยสายตาแค้นเคือง เขาพยายามจะผลักมันกลับไปให้นิสา
"ถ้าพวกเราต้องทาน... คุณแม่ก็ต้องทานข้าวผัดที่พวกเราตั้งใจทำมาให้ 'หมดจาน' เหมือนกันนะครับ!" ตุลย์ยื่นเงื่อนไข
"แน่นอนจ้ะ" นิสายิ้มกว้าง เธอรู้อยู่แล้วว่าตุลย์ต้องเล่นไม้นี้ เธอขยับไปนั่งประจำที่ แล้วจัดการใช้ส้อม 'จิ้ม' แมลงสาบปลอมขึ้นมาโชว์ทุกคน
"อุ๊ย! มีของเล่นแถมมาในข้าวด้วยเหรอจ๊ะเนี่ย? น่ารักจังเลย" เธอวางแมลงสาบยางไว้ข้างจานอย่างไม่แยแส ก่อนจะตักข้าวผัดเข้าปากคำโต
กึด!
รสชาติน้ำปลาพริกยกขวดและพริกป่นที่ซ่อนอยู่ข้างในระเบิดเต็มปากนิสา ความเผ็ดร้อนและเค็มปี๋ทำให้ลิ้นเธอเกือบชา แต่นิสายังคงเคี้ยวด้วยสีหน้าเคลิบเคลิ้มราวกับทานอาหารในร้านมิชลินสตาร์
"อื้มมม... รสชาติจัดจ้านสะใจแม่มากเลยจ้ะตุลย์ ตักพริกมาให้แม่เยอะขนาดนี้ กลัวแม่ไม่ตื่นใช่ไหมลูก?"
เธอหันไปจ้องตาเด็กแฝดพลางขยิบตาให้หนึ่งที "เอาล่ะ... ถึงตาพวกหนูแล้วค่ะ ทานเมนูสุขภาพให้หมดนะจ๊ะ ไม่อย่างนั้น... คะแนน 'ความประพฤติ' ที่แม่จดไว้ในไอแพดเพื่อรายงานคุณพ่อตอนสิ้นเดือน จะเหลือศูนย์นะ"
ตุลย์และติณณาไม่มีทางเลือก พวกเขาจำใจตักมะระและหอมหัวใหญ่เข้าปากอย่างช้าๆ ราวกับกำลังกินยาพิษ ตุลย์ใบหน้าเขียวคล้ำเพราะความขม ส่วนติณณาน้ำตาคลอเบ้าเพราะกลิ่นหอมหัวใหญ่ที่เธอเกลียดเข้าไส้
ระหว่างมื้ออาหาร นิสาคอยตักผักเพิ่มให้เด็กๆ อย่าง 'เอ็นดู' ขณะที่เธอก็กล้ำกลืนข้าวผัดรสชาติประหลาดจนหมดเกลี้ยงจาน
‘ในออฟฟิศน่ะ... ต่อให้เจ้านายด่าจนอยากจะร้องไห้ ฉันยังต้องปั้นหน้ายิ้มส่งงานได้เลย แค่กินข้าวผัดรสพริกสิบเม็ดน่ะเหรอ... สบายมาก!’
เมื่อจบมื้ออาหาร เด็กแฝดวิ่งร่าออกจากห้องอาหารไปเหมือนคนไข้ที่เพิ่งรอดชีวิตจากการล้างท้อง ติณณภพมองตามลูกๆ ไปด้วยสายตาครุ่นคิด ก่อนจะหันมาหานิสา
"คุณทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร นิศรา? คุณก็รู้ว่าพวกเขาเกลียดคุณมากขึ้นกว่าเดิม"
นิสาวางทิชชูลงบนโต๊ะอย่างประณีต "คุณติณคะ... ความเกลียดน่ะ มันแก้ได้ด้วยความเคารพค่ะ ถ้าพวกเขาไม่เกรงใจฉัน ฉันก็สอนเขาไม่ได้ และถ้าฉันสอนเขาไม่ได้ สัญญาระหว่างเราก็จบลงจริงไหมคะ?"
เธอลุกขึ้นเดินผ่านเขาไป แต่ไม่ลืมทิ้งท้าย "อ้อ... วันนี้หลังจากไปตรวจไร่ อย่าลืมซื้อขนมหวานมาฝากเด็กๆ ด้วยนะคะ ถือเป็นรางวัลที่เขาทานผักจนหมด... อ้อ ซื้อมาเผื่อฉันด้วยนะคะ เอาที่แก้เผ็ดได้ดีๆ หน่อย เพราะลูกชายคุณ... จัดพริกให้ฉันหนักมือจริงๆ ค่ะ"
นิสาเดินนวยนาดออกมาจากห้องอาหาร ทิ้งให้ติณณภพยืนขมวดคิ้วอยู่คนเดียว ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกว่า... ภรรยา 'ตัวร้าย' ของเขาคนนี้ มีบางอย่างที่น่าสนใจยิ่งกว่าบัญชีรายรับรายจ่ายของไร่เสียแล้ว