Only Day | 01 ห้าร้อย

1379 Words
Only Day | 01 ห้าร้อย (หลายชั่วโมงก่อนหน้า...) LINE Group : คนดีมีที่ไหน (5) Will : พวกมึงอยู่ไหนกันวะ? @All Will : กูกับไอรีนรอกันรากจะงอกอยู่แล้ว อย่าให้เจ้กูวีนเดี๋ยวเป็นเรื่อง @Euro D : กูอยู่หลังตึกG เดี๋ยวไป Will : ไปทำเชี่ยไรตึกนั้น D : สูบบุหรี่ Will : ไปดูดบุหรี่หรือไปดูดอะไรอยู่กันแน่เพื่อนรัก D : ไอ้ห่า! ปั่ก~ บางสิ่งบางอย่างร่วงตกลงมา “เชี้ยไรวะ!” อีกนิดเดียวจะหล่นลงบนหัวอยู่แล้ว เดย์ละสายตาจากโทรศัพท์มือถือ ย่อตัวก้มลงไปหยิบของชิ้นนั้นขึ้นมา แต่ในจังหวะนั้นมีมือของใครบางคนยื่นเข้ามาซ้อนทับ ทำให้มือทั้งสองแตะกันโดยบังเอิญ “ปลายฝน!” เสียงตะโกนดังมาจากด้านบนตามมาด้วยเสียงฝีเท้า ไม่มีเวลาให้คิด ปลายฝนดึงมือตัวเองกลับ ลุกขึ้นยืน หันซ้ายหันขวาหาที่ซ่อน ก่อนจะรีบพาตัวเองเข้าไปหลบด้านหลังแผ่นป้ายบิลบอร์ดขนาดใหญ่ที่ถูกวางทิ้งเอาไว้ แต่เธอลืมไปว่ามีใครบางคนยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้ด้วย “อย่าบอกใครนะ” แม้ว่าเสียงพูดขอร้องจะแผ่วเบาแต่เธอมั่นใจว่าเขาได้ยินอย่างแน่นอน จะไม่ได้ยินได้ยังไงในเมื่อระหว่างเรามีเพียงแค่แผ่นป้ายบิลบอร์ดบางๆ กั้นกลาง และเขายืนอยู่ด้านหน้า “ช่วยแล้วได้ไรอะ” น้ำเสียงเรียบๆ เอ่ยถาม พลางเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าในเวลาบ่ายโมง ริมฝีปากหยักพ่นควันบุหรี่ ท่าทางเหมือนไม่ได้อยากยุ่งเรื่องคนอื่นตรงข้ามกับประโยคที่พูดออกมา “ห้าร้อย” หางคิ้วคนฟังถึงกับกระตุก ห้าร้อยคือไร ค่าปิดปากกูเหรอวะนั่น ไม่ทันจะได้ตอบอะไรก็มีเสียงรองเท้ากระทบกับพื้นบันไดด้านบนใกล้เข้ามา บริเวณนี้เป็นด้านซ้ายตัวอาคารเรียนคณะสถาปัตย์มีบันไดด้านข้างตัวตึกที่เชื่อมกับใต้ถุนถัดออกไปเป็นทางเชื่อมกับคณะวิศวะ มีต้นไม้สูงใหญ่ปกคลุมเป็นมุมลับสายตาคน “เอ้า พี่!” คนเข้ามาใหม่พูดทักทาย “สูบบุหรี่เหรอ” เดย์พยักหน้ารับด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ไอ้นี่ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นรุ่นน้องในคณะที่เห็นหน้าคร่าตากันอยู่บ่อยๆ ไม่ได้อยากเข้าไปยุ่งเรื่องของคนอื่นนักหรอก แต่ครั้งนี้จะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้สักครั้งก็แล้วกัน “พี่เห็นผู้หญิงตัวเล็ก น่ารักๆ ตาโต ผมสีน้ำตาลคาราเมลวิ่งผ่านมาทางนี้บ้างไหมอะ” เซอร์เวย์กวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยท่าทางร้อนรนใจ “มึงทำไรวะผู้หญิงเขาถึงได้วิ่งหนี” ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วขอเสือกหน่อยแล้วกัน “เรื่องมันยาวอ่ะ ตกลงพี่เห็นบ้างไหม เหมือนเธอจะวิ่งมาทางนี้” “ยืนอยู่ตรงนี้ตั้งนานกูยังไม่เห็นผู้หญิงตัวเล็กน่ารักอย่างที่มึงพูดเลย…เห็นแต่ไอ้โบ้” ไอ้โบ้คือหมาจรขาพิการที่ชอบอยู่หลังตึก “งั้นผมไปก่อนนะพี่” เซอร์เวย์พยักหน้ารับ พอรุ่นพี่พูดแบบนั้นก็เชื่อแล้วรีบออกไปทันที ….. ปลายฝนค่อยๆ โผล่ออกมาจากที่หลบซ่อน ตอนแรกไม่คิดว่าผู้ชายคนนี้จะช่วยเธอ ยิ่งฟังจากบทสนทนาเมื่อกี้แล้วก็เห็นอยู่ว่าเขาสองคนรู้จักกัน แล้วทำไมเขาถึงช่วยเธอล่ะ ทั้งที่เราไม่ได้รู้จักกันเลย มองจากด้านหลังร่างสูงโปร่ง แผ่นหลังกว้างเสื้อช็อปสีแดงเลือดหมูที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาเรียนคณะอะไร คนตัวเล็กเดินออกมาหยุดยืนอยู่ด้านข้างโดยเว้นระยะห่างพอสมควร มองจากด้านข้างยังรับรู้ได้ถึงรังสีความน่าเกรงขามบางอย่างออกมาจากตัวเขา ท่าทางนิ่งๆ เซอร์ๆ ดูเหมือนคนไม่แคร์ใคร เรียวนิ้วยาวเห็นเส้นเลือดตรงหลังมือขาวคีบบุหรี่ออกจากริมฝีปาก เบี่ยงหน้าพ่นควันบุหรี่ไปอีกทาง “ถ่ายรูปเก็บไว้เลยไหม” ถ้าจะจ้องกันขนาดนั้น ปลายฝนหลุดจากภวังค์ แพขนตางอนกระพริบถี่ๆ นัยน์ตากลมโตล่กแล่กไปมา ก็ไม่รู้ตัวเหมือนกันว่าเผลอไปจ้องมองสำรวจร่างกายเขานานแค่ไหนแล้ว ไม่ได้อยากจะมองซะหน่อย! “ขอบคุณที่ช่วย” เสี้ยวหน้าคร้ามคมหันมาสบตา แสงแดดตกกระทบเคร้าโครงหน้า สายตาคมกริบที่มองมาทำเอาคนโดนมองหายใจไม่ทั่วท้อง “ไม่มีเงินสด โอนได้ไหม” เธอทำตามที่พูดเอาไว้ เขายิ้มมุมปาก ยกคิ้วทิ้งไว้ข้างนึงด้วยสีหน้ากวนอวัยวะเบื้องล่าง ไม่รู้ว่าตั้งใจหรือเขาเป็นคนประเภทชอบกวนประสาทคนอื่นแบบนี้อยู่แล้วกันแน่ “บอกเลขบัญชีมาได้เลยค่ะ” เธอพยายามระงับอารมณ์ ถ้าไม่ติดว่าเมื่อกี้เขาช่วยเอาไว้จะไม่ทนกับคนกวนประสาทอย่างผู้ชายคนนี้แน่! เขาทิ้งก้นบุหรี่แล้วขยี้ด้วยปลายรองเท้าจนดับสนิท ก่อนจะล้วงหยิบบางสิ่งบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อช็อปแล้วยื่นให้ ทันทีที่เห็นปลายฝนเบิกตากว้าง รู้สึกหน้าร้อนผ่าวเหมือนไอความร้อนไหลวนมากองอยู่ที่สองข้างแก้ม ในมือเขามันคือของที่เธอทำหล่นออกมาจากกระเป๋าเสื้อ “ไม่ใช่ของฉันนะ” ตอบปฏิเสธออกไปทันควัน แต่เขามองมาด้วยสายตาเรียบนิ่งเสียจนมองไม่ออกว่าเขาเชื่อหรือไม่เชื่อ นั่นยิ่งทำปลายฝนรู้สึกอับอายเพิ่มมากขึ้น….จะไม่ให้อายได้ยังไง ของนั่นมันคือกล่องถุงยางอนามัย “ไม่รู้ว่ามันมาอยู่ในกระเป๋าเสื้อฉันได้ยังไง ตอนเดินลงบันไดมันคงกระเด็นร่วงออกมา” เธอรีบอธิบายประกอบกับชูเสื้อคลุมแขนยาวของตัวเองที่ถืออยู่ในมือให้เขาดู แต่ยิ่งอธิบายสายตาของเขาที่มองมาก็เหมือนกับว่ากำลังดูคนโกหกพยายามแก้ตัว เหมือนเขาจะคิดเองเออเองและตัดสินตามสิ่งที่เห็นไปแล้ว พูดอะไรออกไปก็คงไร้ประโยชน์ เธออาย จนไม่รู้จะอายยังไง เขาจะมองเธอเป็นคนยังไง แม้ว่าปกติจะไม่ใช่คนที่แคร์ความคิดคนอื่น แต่เรื่องนี้จะไม่แคร์ก็ไม่ได้ไง.. ถ้าหากเขาเอาไปพูดเล่าให้คนอื่นฟังล่ะ “ไม่เห็นต้องอาย เรื่องธรรมชาติ” ธรรมชาติบ้านเขาสิ! ผู้หญิงที่ไหนพกถุงยางอนามัย “บอกว่าไม่ใช่ของฉันไง!” “โอเค ใจเย็นๆ ไม่ใช่ก็ไม่ใช่” ปากเขาพูดแบบนั้นแต่สายตาของเขามันมองออกว่าเขาไม่เชื่อ “ถ้าไม่อยากได้อะไรงั้นก็ขอบคุณที่ช่วยนะคะ” อยู่ตรงนี้ต่อไม่ไหวแล้ว ต้องรีบพาตัวเองออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด เขาจะมองจะคิดหรือจะเอาเธอไปพูดเล่าให้ใครฟังก็ช่างมัน “เดี๋ยวดิ บอกตอนไหนว่าไม่อยากได้” ปลายฝนชะงักเท้าจนต้องเอี่ยวตัวหันกลับไปหาอีกครั้ง รูปประโยคของเขารวมถึงน้ำเสียงฟังแล้วตีความหมายได้หลายแง่มุม แม้นกระทั่งสายตาที่เมียงมองมาแบบนั้นก็ด้วย…. “แล้วจะเอายังไงคะ” เธอหมายถึงเงิน สายตาคมกริบลากเลื่อนมองเจ้าของคำถามตั้งแต่หัวจรดเท้า “สี่ทุ่มคืนนี้..ที่ร้านหอสมุด” “หนึ่งทุ่มได้ไหม” จะมาจริงดิ? ไม่ถามไรหน่อยเหรอวะ “อ่อ เป็นเด็กอนามัยนอนเร็ว ไม่เที่ยวดึกเหรอ” ทั้งใบหน้าทั้งคำพูดของเขามันยียวนกวนประสาทจนคนฟังกัดฟันกรอด เธอไม่ได้คิดไปเองแน่ๆ ว่าเขาจงใจกวนประสาทกัน “ผู้ชายวิศวะนี่เป็นเหมือนกันทุกคนเลยไหม” ตากลมโตมองเขม่น “หืม? ยังไงอะครับ~” เขาเอียงหน้า เลิกคิ้วขึ้น “ปากเสีย! นิสัยไม่ดี!” ปลายฝนมองตาขวางก่อนจะสะบัดผมหันหลังเดินออกไปทันที ไม่รู้ว่าวันนี้ก้าวเท้าไหนออกจากบ้านถึงได้ซวยแบบนี้! ผู้ชายอะไร 'หน้าหล่อแต่ปากเสีย’ ชะมัดเลย!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD