Only Day | 02
กวางน้อย
(ปัจจุบัน….)
“นี่!!!” ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยประกายความขุ่นเคือง เหมือนแมวที่โกรธจนขนฟู
ผู้ชายคนนี้ปากร้ายจริงๆ!
คนถูกมองเขม่นไม่สะทกสะท้าน สายตาคมกริบจ้องมองราวกับจะอ่านทะลุถึงสิ่งที่อยู่ในใจ ผู้หญิงบางคนตอนแรกก็ดูเรียบร้อยอ่อนต่อโลกแต่พอรู้จักจริงๆ แล้วไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลย เธอคนนี้เป็นคนประเภทไหน เขาไม่แน่ใจเหมือนกัน
“ปลายฝน~” รอยยิ้มผุดขึ้นที่ริมฝีปากหนาหลังจากเอ่ยเรียกชื่อเธอออกไป
เขาจ้องมองไม่ละสายตา…จนเธอเป็นฝ่ายหลบตาก่อน
“ถอยออกไปหน่อยได้ไหม” เจ้าของชื่อรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องอีกทั้งเกิดความประหม่าโดยไม่ทราบสาเหตุ
ไม่รู้ว่าเขารู้ชื่อเธอได้ยังไง?
“อ้อ~..โทษที” ร่างสูงยอมขยับตัวถอยออกห่าง แบมือทั้งสองด้านยกขึ้นมาในระดับเดียวกับใบหน้า ทำเหมือนกับคนร้ายที่ยอมมอบตัวกับตำรวจ
โคตรกวนประสาท!
“ไปคุยกันบนรถได้ไหม”
“คุยไรอะ ไม่เห็นมีเรื่องไรให้คุย” เธอมองไม่ออกหรือไงว่าผู้ชายคนนี้มันไม่น่าไว้ใจ ทำไมถึงได้กล้าชวนผู้ชายแปลกหน้าขึ้นรถ
“ที่นัดมาที่นี่หรือว่าคุณอยากให้ฉันเลี้ยงเหล้า?”
เรียวคิ้วเข้มขมวด สายตาคมกริบจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโต คำถามแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวเขาคือ 'หรือกูดูเหมือนคนไม่มีจะแดก'
“ใครเขาอยากได้เงินเธอวะ”
เธอแม่งโคตรจะซื่อบื้อเลย แถมยังดูหัวอ่อนตามไม่ทันคนด้วยซ้ำ
“ไม่รู้หรือไงว่าการที่ผู้ชายมันนัดมาในสถานที่แบบนี้มันต้องการอะไร” ถ้าเธอไม่ได้มาเพราะคิดเหมือนกันก็แยกย้ายกันตรงนี้
เดย์มองผู้หญิงตรงหน้าด้วยสายตาเสียดาย ก่อนจะละสายตาหันหลังเดินออกไป
“เดี๋ยวก่อน..” เสียงเรียกรั้งชายหนุ่มร่างสูงโปร่งให้หันกลับมาอีกครั้ง
ทั้งที่พูดออกไปชัดเจนขนาดนั้นแล้ว หรือเธอยังไม่เข้าใจอีก
“ฉันไม่ชอบติดค้างใคร”
“แล้ว?” จะเอาไรอีกครับเธอ
“ขอเลี้ยงข้าวสักมื้อก็แล้วกัน ฉันจะได้สบายใจ”
คำพูดของเธอทำสายตาของเสือหิวโซเพราะเนื้อชิ้นดีหลุดมือแปรเปลี่ยนเป็นมีประกายหวังขึ้นมาอีกครั้ง
มุมปากหยักกระตุกยิ้ม “ฉันเองก็เป็นพวกไม่ชอบปฏิเสธใครซะด้วยสิ”
เธอเลือกเองนะ หลังจากนี้ก็อย่าหาว่าไม่เตือน…
ในเมื่อปล่อยไปแล้ว แต่ไม่ยอมไป ก็เตรียมรับมือให้ดีล่ะ…
ยัยกวางน้อย
••••
(บนรถ)
บรรยากาศภายในรถเงียบมาตลอดทางตั้งแต่ปลายฝนขับรถออกมา…รถของเธอดูเล็กขึ้นทันตาเมื่อมีร่างสูงของใครบางคนขึ้นมานั่งด้วย
คนข้างๆ ปรับที่นั่งในท่าที่สะดวก เสี้ยวหน้าคร้ามคมหันไปมองคนขับรถ เรียวนิ้วยาวเคาะลงบนหน้าขาครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
ในเมื่อเธอกล้าชวน ผู้ชายอย่างเขาจะปฏิเสธได้ยังไงกัน วินาทีนี้ไม่ว่าเธอจะพาไปขึ้นสวรรค์หรือลงนรกก็พร้อมจะไปด้วยความเต็มใจ
“อยากกินอะไรเหรอคะ” คนโดนมองเริ่มรู้สึกทำตัวไม่ถูก ต้องหาอะไรมาพูดทำลายบรรยากาศน่าอึดอัด
“แน่ใจไหมอ่ะว่าถ้าบอกแล้วจะพาไปกิน”
เรียวคิ้วสวยขมวดเหลือบสายตาไปมองแวบนึงก็ดึงสายตาไปขับรถต่อ วินาทีต่อมาคล้ายกับได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอของคนที่นั่งข้างๆ
ไอ้คนขี้แกล้ง! ดูเหมือนเขาจะมีความสุขมากเวลาที่ได้แกล้งคนอื่น!
“ทำไมคะ อาหารที่คุณอยากกินมันพิศดารคนทั่วไปเขาไม่กินกันเหรอ” เรื่องไรเธอต้องยอมให้เขากวนประสาทอยู่ฝ่ายเดียว
เดย์หัวเราะ เอนศีรษะลงบนเบาะ สายตาคมไล่มองสำรวจใบหน้าด้านข้างของคนถาม “ถ้าตอบออกไปตามที่คิด เธออาจจะไล่พี่ลงจากรถ”
เขาแทนตัวเองว่า'พี่'และดำเนินบทสนทนาได้อย่างลื่นไหลเป็นธรรมชาติ แตกต่างจากคนฟังที่ชะงักไป…
“ปกติชอบกินไรอ่ะ ไปร้านประจำที่เธอกินบ่อยๆ ก็ได้้”
“ร้านที่ฉันไปกินประจำเป็นร้านราเมง” เธอเหลือบมองพร้อมกับถามย้ำอีกครั้ง “จะกินไหม”
“กินดิ~ ไม่งั้นจะขึ้นรถมาทำไมอะ”
ปลายฝนเผลอย่นจมูก รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกกวนประสาทจากเขาอยู่ตลอดเวลา ชักเริ่มจะไม่แน่ใจว่าเราพูดเรื่องเดียวกันไหม
เดย์ละสายตาหันไปมองทางกระจก มุมปากยกสูงขึ้นเรื่อยๆ ก็ไม่รู้ตัวเหมือนกันว่ายิ้มทำไม
…..
ใช้เวลาประมาณเกือบจะหนึ่งชั่วโมงกว่าจะมาถึงร้าน แต่พอมาถึงตัวร้านกลับมืดสนิท ป้ายหน้าร้านขึ้นคำว่า CLOSE (ปิด) ตัวโต
“อ้อจริงสิ~ ลืมไปเลยว่าวันนี้ร้านปิด” ปลายฝนทำหน้าผิดหวังมองผ่านทะลุกระจกรถยนต์ฝั่งตัวเองเข้าไปยังร้านราเมงที่ปิดไฟมืดสนิท
“….” หัวคิ้วคนฟังขมวด ไหนเธอบอกเป็นร้านที่มากินประจำแล้วลืมได้ไงว่าร้านปิดวันนี้ แถมยังขับรถอ้อมไปอ้อมมาอย่างกับคนไม่คุ้นชินเส้นทาง
“เอาไงดีคะ จะเปลี่ยนร้านอื่นไหม คุณหิวหรือเปล่า?”
“เรียกอย่างอื่นได้ไหมฟังแล้วขัดใจ”
“คะ?”
“เรียกพี่ได้ป่ะครับ” ไม่ใช่แค่พูดแต่ยื่นหน้าเข้าใกล้จนอีกฝ่ายต้องย่นคอหนี
รอยยิ้มผุดขึ้นที่ริมฝีปากหนา เดย์ลากสายตามองสำรวจใบหน้าเธอเงียบๆ ก่อนจะพูดออกมาตามสิ่งที่คิด “น่ารัก~”
คนฟังหายใจไม่ทั่วท้อง ปลายฝนรู้สึกประหม่าจนทำตัวไม่ถูก ลำตัวแนบชิดไปกับด้านข้างประตูรถไม่สามารถขยับตัวเลี่ยงหนีไปทางไหนได้
“พี่หมายถึงดวงตา.. ตาเธอสวย มองแล้วนึกถึงกวาง” จนเสือตัวนี้อยากขย้ำให้จมเขี้ยว
“อื้ม~” ปลายฝนกระแอมในลำคอ ก่อนจะพูดเปลี่ยนเรื่องทำเหมือนไม่ได้ยินประโยคก่อนหน้า “งั้นเปลี่ยนไปกินร้านอื่นกัน”
“หึ ตามใจเธอเลย พี่กินได้ทุกอย่าง ทุกที่..ไม่ติด~” เสียงทุ้มต่ำพูดเน้นทีละคำก่อนจะทิ้งรอยยิ้มมุมปากขยับตัวกลับมานั่งที่เดิม กลัวว่าอยู่ท่านั้นนานกว่านี้ใครบางคนจะจมหายเข้าไปกับตัวรถ
ปลายฝนกลืนน้ำลายลงคอ แพขนตางอนกระพริบถี่รัว กลับมานั่งท่าเดิมสองมือกำพวงมาลัยรถแน่นเรียกสติตัวเอง ก่อนจะเหยียบคันเร่งขับรถออกมา
แต่จู่ๆ สายฝนก็โหมกระหน่ำตกลงมาอย่างหนักแทบจะมองไม่เห็นอะไรเลย
“พี่ขับให้ได้นะ”
ปลายฝนพยักหน้ารับ ตีไฟเลี้ยวจอดข้างทาง ให้เขาขับน่าจะปลอดภัยกว่ามือใหม่หัดขับรถอย่างเธอ
ในจังหวะที่กำลังเปิดประตูรถข้อมือถูกจับรั้งเอาไว้ “พี่ลงไปเอง”
พูดจบเขาก็ถอดเสื้อคลุมตัวนอกออกก่อนจะเป็นฝ่ายเปิดประตูลงจากรถตากฝนเดินวนมาฝั่งคนขับ
แม้จะใช้เวลาไม่กี่วินาทีแต่เขาก็เปียกไปหมดเกือบทั้งตัวเพราะรอให้เธอย้ายตัวเองไปนั่งอีกฝั่งก่อนถึงจะเปิดประตูเข้ามา
หยดน้ำไหลลงมาตามเส้นผมที่ลงมาปรกใบหน้าหล่อ เสื้อสีดำเปียกชุ่มตั้งแต่ลาดไหล่ลงมาถึงแผ่นอก
ปลายฝนเอี่ยวตัวเอื้อมไปหยิบกระดาษทิชชู่ตรงเบาะหลังรถยื่นให้ แต่เขากลับยื่นหน้าตัวเองมา..
ไม่ต้องถามอะไรให้มากความ.. มือเล็กยกกระดาษทิชชู่ซับหยดน้ำลงตรงปลายคิ้ว ไล่ลงมาบริเวณข้างแก้ม
เธอทำทุกอย่างอ่อนโยนทะนุถนอมราวกับคนตรงหน้าบอบบางทั้งที่ความจริงตัวโตเหมือนควาย
“ใส่เสื้อไว้สิ” เขาหยิบเสื้อแจ็กเก็ตหนังตัวเองยื่นมาให้ทั้งที่ตัวเองเปียกปอน
“ไม่เป็นไร พี่ใส่เถอะ”
เหมือนคำพูดของเธอไม่ได้เข้าหู เขาเอาเสื้อแจ็กเก็ตคลุมลงมาบนเรียวขา พร้อมกับกดปรับอุณภูมิเครื่องปรับอากาศ
ครืดๆ เสียงโทรศัพท์ร้องแผดเสียงดังออกมาจากกระเป๋าสะพาย ปลายฝนหยิบออกมาดูพร้อมกับกดตัดสายทันที ก่อนจะเหลือบหันไปมองคนข้างๆ ที่เขาเองก็มองมาด้วยสายตาเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม
“เธอกับมันเป็นไรกัน” เดย์เห็นชัดเต็มสองตาว่าปลายสายที่โทรเข้ามาเป็นใคร
ปลายฝนส่ายหน้าตอบ โดยที่ไม่ต้องอธิบายเพิ่มเติมว่ามันที่เขาหมายถึงคือใคร
บรรยากาศในรถตกอยู่ในความเงียบไม่มีคำพูดหลุดออกมามีเพียงสายตาสานสบกัน เสียงสายฝนตกกระทบกับหลังคารถยนต์ ด้านนอกรถมืดสลัวแทบจะมองไม่เห็นอะไรนอกจากสายฝนที่โหมกระหน่ำ
“ฝนตกหนักแบบนี้…” นัยน์ตาดำขลับจดจ้องมองสะกด “….ไปกินอะไรร้อนๆ ที่ห้องพี่ไหม”