ทัดดาวเดินเข้ามาในผับที่เมื่อคืนเธอเพิ่งเข้ามาเพื่อเอาเงินสองแสนห้าหมื่นแรกมาใช้คืนให้เจ้าของที่นี่ หนี้ที่เธอไม่ได้ก่อแต่ต้องมานั่งรับผิดชอบเรื่องทุกอย่างคนเดียว จะไม่ใช้คืนก็ไม่ได้เพราะชื่อเธอเด่นหราอยู่ที่หน้ากระดาษสัญญากู้เงิน จะใช้กฎหมายก็รู้ว่าไม้ซีกอย่างเธอไม่มีทางงัดไม้ซุกอย่างวายุได้ แม้เธอจะมีปกรณ์แต่เธอไม่อยากให้ชายหนุ่มรุ่นพี่ต้องมาเดือดร้อนกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง
“สวัสดีครับคุณทัดดาว” อาวุธเดินเข้ามาทักทายเพราะลูกน้องเดินเข้าไปบอกว่าหญิงสาวมาหาเขา
“สวัสดีค่ะคุณอาวุธ ฉันเอาเงินอีกครึ่งมาคืนตามที่เคยได้คุณวายุไปเมื่อวานนี้ค่ะ”
“งั้นเชิญที่ห้องเลยครับ” อาวุธเดินนำทั้งคู่ไปที่ห้องที่ได้จัดเตรียมรอเอาไว้แล้ว
“นี่ค่ะเงินสองแสนห้าหมื่นสุดท้าย” เธอหยิบซองเงินออกจากกระเป๋าแล้ววางไปที่โต๊ะตรงหน้าก่อนจะเลื่อนไปไว้ตรงหน้าของชายหนุ่มหน้าเข้ม ก่อนจะหันไปรับกระดาษมาจากปกรณ์แล้วพูดออกมา
“รบกวนคุณอาวุธเซ็นชื่อรับเงินให้ฉันด้วยนะคะ ฉันไม่อยากใช้หนี้ซับซ้อน” ทัดดาวพูดด้วยสีหน้ามั่นใจ โดยที่หญิงสาวไม่รู้เลยว่าทั้งสีหน้าและคำพูดทำให้ใครบางคนนึกขบขันในใจ
“ได้ครับ” อาวุธก้มลงไปเซ็นชื่อของตัวเองลงในกระดาษก่อนจะส่งให้หญิงสาวที่ฉลาดและทันคน
ปกรณ์รับมาตรวจสอบและพยักหน้าบอกให้ทัดดาวรู้ว่าเรียบร้อยแล้ว
“ถ้าหมดธุระแล้วฉันขอตัวก่อนค่ะ หวังว่าเราคงจะไม่ต้องเจอกันอีกนะคะ”
ทัดดาวเดินออกจากห้องพร้อมกับปกรณ์แล้วทั้งสองคนก็ถอนหายใจออกมาพร้อมกัน
“เสร็จเรื่องแล้วเราไปหาอะไรอร่อยทานกันเถอะ” ปกรณ์เอ่ยปากชวนหญิงสาวรุ่นน้อง
“ไปสิคะ มื้อนี้นุ่มเลี้ยงเอง” พูดจบเธอก็เดินคล้องแขนชายหนุ่มรุ่นพี่ออกจากร้านไปโดยที่มีสายตาคมดุของใครบางคนมองอยู่
...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งพร้อมกับชายหนุ่มร่างสูงของอาวุธที่เดินเข้ามาหาเจ้านายของตัวเองที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว
“เงินสองแสนห้าหมื่นครบครับ และนี่ก็เป็นสัญญาที่จันทร์แรมเซ็นกับเราไว้ครับ” คุณธรรมวางเงินและสัญญาที่ลูกน้องเตรียมเอาไว้ให้
วายุหยิบมาสัญญามาดูก่อนแทนที่จะหยิบเงิน เขารู้ดีว่ามันจะครบทุกบาททุกสตางค์อย่างแน่นอน พอดูลายเซ็นก็เห็นได้ชัดว่ามีการปลอมลายเซ็นขึ้นมา
“บอกอาวุธว่าต่อไปต้องมีการตรวจสอบให้ดีกว่านี้ อย่าสะเพร่าแบบนี้อีกเพราะมันอาจจะไม่โชคดีได้เงินคืนง่าย ๆ เหมือนที่ผ่านมา”
“ผมย้ำเรื่องนี้ไปแล้วครับ” ไม่ต้องรอให้เจ้านายสั่ง แต่คุณธรรมได้อบรมลูกน้องไปก่อนแล้ว ขนาดเขายังจับผิดได้เลย แม้จะเหมือนกันแต่น้ำหนักเส้นที่ลากต่างกันมาก
“แล้วเรื่องที่ให้ไปตามสืบได้เรื่องว่ายังไงบ้าง” วายุถามลูกน้องคนสนิท
“ผมขอเวลาอีกสองวันทุกอย่างจะเรียบร้อยตามที่นายต้องการครับ ส่วนเรื่องจันทร์แรมกับพีรพลเห็นว่าสร้างหนี้ไว้เยอะเลยครับจันทร์แรมเองก็ชอบซื้อของใช้ราคาแพง ๆ ทั้งที่เงินเดือนแค่หมื่นต้น ๆ ส่วนนายพีรพลก็ไม่ชอบทำงานติดเกมส์ติดการพนันด้วยครับ เห็นว่าตอนนี้หนีไปกบดานอยู่แถวชายแดนภาคตะวันออกครับ"”คุณธรรมรายงานเรื่องที่ตัวเองได้รับผิดชอบให้เจ้านายฟัง
“เป็นหนี้หนีหัวซุกหัวซุนยังคิดจะเล่นต่ออีกหรือไง บอกคนของเราให้จับตาดูให้ดีถ้ามีโอกาสก็อุ้มสองคนนั้นกลับมาหาฉันด้วย” แม้จะได้เงินคืนได้ แต่คนอย่างวายุไม่มีทางปล่อยคนที่คิดจะโกงเขาให้ลอยนวลไปง่าย ๆ หรอก ที่จริงอุ้มตอนนี้เลยก็ได้ แต่เขาอยากให้โอกาสสองคนนั้นให้พิสูจน์ว่าจะเลิกทำแบบนั้นหรือเลือกจะทำแบบเดิมต่อไป
++++++
วันนี้เป็นวันที่วายุต้องเข้ามาที่บริษัทเอกสารต่าง ๆ เลยวางกองซ้อนกันสูงแทบจะท่วมหัวอยู่แล้วปกติเขาก็เข้ามาตรวจงานเกือบทุกวัน แต่เพราะเกิดเรื่องที่โครงการใหม่เลยต้องออกไปดูบ่อยหน่อยและไม่เสียเวลาที่ผับอีกเลยเว้นเวลาไปนาน
“กาแฟค่ะท่านประธาน” ลัดดาเดินถือกาแฟเข้ามาให้เจ้านาย
“ขอบคุณมาก คุณลัดดาวันนี้ผมไม่รับแขกนะครับ” วายุพูดขึ้นมาแต่สายตายังคอบอ่านเอกสารไปด้วย
“ได้ค่ะ อีกหนึ่งชั่วโมงท่านประธานมีประชุมเรื่องไซต์งานที่สมุทรสาครนะคะ” เลขานุการสาวย้ำกับเจ้านายอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าเขาพยักหน้ารับเธอก็ปลีกตัวออกไปเตรียมเอกสารต่อ
ตลอดทั้งวันวายุเข้าประชุมอยู่สามเรื่องแล้วกลับมานั่งเซ็นเอกสารต่อ มื้อกลางวันก็นั่งทานที่นี่ไม่ได้ออกไปไหนจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเลิกงานอยู่ ๆ เสียงโทรศัพท์ภายในก็ดังขึ้นพร้อมกับคำพูดของเลขานุการสาวที่พูดขึ้นทำให้มือที่กำลังเซ็นเอกสารชะงักไปทันที
“คุณพัดชาอยู่ในสายค่ะ อาทิตย์นี้เธอโทรเข้ามาสี่ครั้งแล้วจะให้ดิฉันบอกปัดไปไหมคะ” ที่ถามเพราะถ้าเป็นคนอื่นเธอคงบอกปัดไปหมด แต่เป็นผู้หญิงคนนี้เธอจำเป็นต้องถามความสมัครใจของเจ้านายก่อน
“โอนสายเข้ามาเลยครับ” วายุตอบกลับไปแล้วไม่นานเสียงคนที่ไม่ได้ยินมานานก็ดังขึ้นที่หู
“ตามตัวยากจังเลยนะคะลม” เสียงหวานที่เรียกชื่อเล่นเจ้าของห้องบ่งบอกให้รู้ว่าสนิทกันขนาดไหน
“คุณมีธุระอะไรถึงได้โทรมาหาผมหลายรอบแบบนี้” เขาถามหญิงสาวที่หายไปจากชีวิตเขานานแล้ว และไม่คิดว่าจะได้กลับมาพูดคุยกันอีก
“ทำไมคะ ถ้าพัดไม่มีธุระจะโทรหาคุณไม่ได้หรือไง” พัดชาพูดเสียงกระเง้ากระงอด
“มันก็ควรจะเป็นอย่างนั้นไม่ใช่หรือไง แล้วนี่โทรมาหาผมสามีคุณไม่ว่าเอาหรือไง” เขาถามถึงสามีหญิงสาวทำให้อีกฝ่ายชะงักเงียบไปนิด
“ที่พัดโทรมาเพราะจะบอกว่าพัดกำลังจะหย่ากับเขาแล้วนะคะ”
“แล้วคุณมาบอกผมทำไมล่ะ” วายุถามไม่มีการถนอมน้ำใจคนที่โทรมาเลย
“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะคะ ลมยังโกรธพัดอยู่อีกเหรอ” พัดชาถามเสียงอ่อย ๆ
วายุเลิกคิ้วขึ้นสูงก่อนจะพูดออกมาช้า ๆ แต่ชัดเจน
“ผมไม่ได้โกรธคุณแล้วพัดชา” คำพูดนี้ทำให้หญิงสาวหัวใจเริ่มพองโต แต่ต้องเหี่ยวเฉาลงเมื่อได้ยินประโยคถัดไป
“เพราะผมไม่ได้รู้สึกอะไรกับคุณทั้งนั้น เรื่องของเรามันจบไปนานจนผมลืมคุณไปแล้ว”
“มะ ไม่จริงคุณยังไม่ลืมพัด คุณยังรอพัดอยู่” เสียงหวานสะอื้นออกมาเมื่อได้ยินคำพูดที่ตัดรอนของอดีตคนรัก
+++++