วายุเลิกคิ้วเข้มสูงขึ้นเมื่อได้ยินสิ่งที่ลูกน้องรายงานให้ฟังอย่าไม่เชื่อหูตัวเอง ที่ผ่านมามีแต่คนเกรงกลัวและไม่อยากเจอหน้าเขาทั้งนั้น แต่ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงได้อยากคุยอยากเจอเขาถึงขนาดข่มขู่ลูกน้องเขากลับมาแบบนี้
“แน่ใจนะว่าผู้หญิงคนนั้นบอกมาอย่างนี้” เขาถามย้ำอีกครั้ง
“แน่ใจครับ เจ้านายจะให้ผมตอบเธอว่ายังไงดีครับ” ชายหนุ่มที่รับหน้าที่เป็นคนส่งสารถาม
“ในเมื่อเขาอยากเจอฉันก็จะให้เจอ เดี๋ยวนายโทรไปบอกเขาว่าพรุ่งนี้ฉันจะส่งคนไปรับมาที่นี่ ถ้าไม่มาก็ไม่มีอะไรต้องพูดกันอีก” เขาบอกลูกน้องไปแล้วนั่งคิดว่าผู้หญิงคนนี้หน้าตาเป็นยังไงดูจะปากดีไม่น้อยเลย
“ทำไมนายถึงยอมให้ผู้หญิงคนนั้นเข้าพบล่ะครับ ที่จริงเรื่องนี้ให้อาวุธจัดการไปก็ได้นี่ครับ” นพคุณถามด้วยความอยากรู้เช่นเดียวกับคู่หู
“ก็ไม่ทำไมเห็นว่าอยากเจอฉันเลยให้เจอ อีกอย่างฉันก็อยากรู้ด้วยว่าผู้หญิงคนนั้นจะมาไม้ไหน”
ขณะที่กำลังคิดอะไรสนุก ๆ อยู่เสียงโทรศัพท์ของนพคุณก็ดังขึ้นเขาคุยอยู่ไม่นานก็วางสายแล้วเดินเข้ามารายงานเจ้านายที่กำลังรอคำตอบอยู่
“คุณลัดดาโทรมากำชับว่าวันจันทร์หน้านายมีประชุมกับบอร์ดบริหารนะครับ”
“อืม ไม่ลืมหรอกเอกสารการประชุมเรียบร้อยดีแล้วใช่ไหม”
“ทุกอย่างเรียบร้อยครับ มีอีกเรื่องที่คุณลัดดาฝากมาครับ” นพคุณพูด
“เรื่องอะไร”
“คุณลีน่าไปหานายที่บริษัทพอไม่เจอก็อาละวาดคุณลัดดาใหญ่เลยครับ”
“สั่งยามด้านล่างไว้ว่าห้ามไม่ให้ลีน่าเข้าไปวุ่นวายที่บริษัทอีก” วายุพูดสั่ง คำพูดเขาดูเหมือนใจร้ายแต่ทุกคนที่เข้ามาในชีวิตต่างก็มีข้อตกลงกันชัดเจนอยู่แล้ว และเขาก็คิดว่าตัวเองตอบแทนพวกเธอคุ้มค่าถ้าคน ๆ นั้นรู้จักพอ
“เดี๋ยวฉันจะขึ้นไปนั่งดื่มหน่อย ถ้ามีอะไรก็โทรไปตามแล้วกันนะ” เขาหันไปสั่งลูกน้องทั้งสองคน สองคู่หูรับคำแล้วแยกกันไปเตรียมสถานที่ให้เจ้านาย จะเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่วายุเข้ามาตรวจงานที่นี่เขาจะไปนั่งดื่มภายในร้านเพื่อไปคอยสังเกตดูว่ามีนักเที่ยวแบบนั้นมาบ้าง
เมื่อลูกน้องจัดโต๊ะให้แล้วเข้าก็เดินออกมาจากห้องทำงานด้านบน ทันทีที่วายุปรากฏตัวสาว ๆ ที่อยู่รัศมีสายตาต่างก็พากันสะกิดให้คนอื่นดู ผู้ชายหน้าดุที่ใส่สูทสีดำสนิทในมือมีแก้ววิสกี้อยู่ในมือ แม้จะไม่มีรอยยิ้มแต่เขาก็ดูมีเสน่ห์มากขนาดหญิงสาวที่มากับคนรักยังอดที่จะหันมาสนใจไม่ได้เลย เวลาผ่านไปสักพักก็มีหญิงสาวใจกล้าคนหนึ่งเดินเข้ามาหา
“ขอนั่งด้วยคนได้ไหมคะคุณวายุ” คำถามที่พูดเหมือนจะรรมดา แต่สายตาที่หญิงสาวมองไปที่เจ้าของที่นี่ดูจะทอดสะพานให้เหลือเกิน แน่นอนว่าเสือร้ายอย่างคุณวายุไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว
“เชิญครับ” เขาผายมือเชื้อเชิญให้หญิงสาวนั่งก่อนจะให้ไปพยักหน้าให้นพคุณเตรียมเครื่องดื่มมาให้
“แพรวนะคะ” หญิงสาวแนะนำตัวเองพร้อมกับยื่นมือออกไปเพื่อทักทายชายหนุ่มที่ตัวเองพึ่งพอใจ
วายุยกยิ้มมุมปากอย่างมีเสน่ห์แล้วยื่นมือไปสัมผัสมือบางเอาไว้ และต้องก้มมองมือของตัวเองที่กำลังถูกลูบเบา ๆ
“ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณแพรว”
“เรื่องแพรวเฉย ๆ ก็ได้ค่ะจะได้ดูสนิทกันดี”
ทั้งสองนั่งคุยกันอย่างถูกคอ หญิงสาวที่ชื่อแพรวคุยเรื่องงานและขอคำปรึกษาบ้างคุยเรื่องส่วนตัวบ้าง ด้านวายุก็ให้คำปรึกษาเรื่องงานส่วนเรื่องส่วนตัวเขาก็ตอบสลับกับยิ้มให้ ยิ่งดึกระยะห่างของสองคนก็ยิ่งแคบลงเรื่อย ๆ จนตอนนี้หญิงสาวแทบจะนั่งเกยตักวายุอยู่แล้ว
“ออกไปเต้นกันไหมคะ” เธอกระซิบที่ข้างหูของชายหนุ่มข้างกาย
“ไม่ดีกว่าครับผมขอเป็นผู้ดูจะดีกว่า เชิญแพรวตามสบาย” วายุพูดแล้วยกยิ้มน้อย ๆ
พอได้ยินและเห็นสายตาของวายุเธอก็เดินออกไปที่หน้าโต๊ะแล้ววาดลวดลายตามที่ตัวเองคิดว่าเซ็กซี่และยั่วยวนเขาที่สุด แต่ก็ไม่เปิดเผยโจ่งแจ้งมากเกินไป หลังจากเต้นอยู่สองเพลงเธอก็เดินกลับมานั่งที่โต๊ะพร้อมกับรับแก้วเครื่องดื่มจากมือของวายุมาดื่มดับกระหาย
“แพรวรีบกลับหรือเปล่าครับ” วายุถามแม้จะเดาคำตอบได้
“ไม่รีบหรอกค่ะ คุณจะชวนแพรวไปไหนหรือเปล่าคะ” เธอแกล้งถามแล้วส่งสายตาพราวระยับให้ชายหนุ่ม
“จะชวนไปดื่มที่ห้องน่ะผมว่าที่นี่มันเสียงดังคุยไม่ถนัด ว่าแต่คุณจะไปกับผมไหมล่ะ”
“ไปสิคะแพรวเองก็มีเรื่องที่จะคุยกับอีกหลายเรื่องเลย” ไม่ต้องพูดอะไรมากความแค่มองตาก็รู้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร เพราะมันเป็นสิ่งที่เธอเองก็ปรารถนาเช่นกัน
เมื่อตกลงกันเรียบร้อยแล้ววายุก็เดินนำหญิงสาวออกไปทางด้านหลังของผับ โดยที่ไม่ต้องบอกอะไรลูกน้องเพราะพวกเขารู้ดีอยู่แล้วว่าต้องพาเจ้านายกับหญิงสาวไปที่ไหน
++++++
เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นเกินกว่าที่จะแบกรับเอาไว้คนเดียวได้ ดังนั้นเช้านี้เธอเลยโทรไปนัดปนัดดาให้มาเจอที่ร้านอาหารของเพื่อนรุ่นพี่ที่สนิทกัน อย่างน้อยชวนกันคิดหลายคนน่าจะดีกว่าการที่เธอต้องงมคิดอยู่คนเดียวถ้าเป็นเรื่องธรรมดาจะไม่เครียดเลย แต่เพราะรู้ว่าเจ้าหนี้ของจันทร์แรมคนนี้ดูจะไม่ธรรมดาเลยต้องมีตัวช่วย
“มีเรื่องอะไรหรือเปล่านุ่มทำไมเสียงไม่ค่อยดีเลย” ปนัดดาเดินเข้ามาหาแล้วถามขึ้นมาทันที
“เดี๋ยวรอพี่กรก่อนนะค่อยพูดทีเดียว ฉันไม่อยากพูดหลายรอบ” เธอบอกแล้วหันไปสั่งเครื่องดื่มให้เพื่อน ไม่นานเครื่องดื่มก็มาเสิร์ฟพร้อมกับเจ้าของร้านที่เดินถือออกมาเอง
“ตกลงมีเรื่องอะไรถึงได้โทรนัดพี่กะทันหันแบบนี้” ปกรณ์ถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง เพราะรุ่นน้องคนนี้ปกติถ้ามีเรื่องอะไรจะโทรมานัดล่วงหน้า แต่นี่โทรมานัดเมื่อคืน
“พี่กรจำจันทร์แรมที่อยู่คอนโดเดียวกับนุ่มได้ใช่ไหมคะ” ที่เธอถามปกรณ์คนเดียวเพราะรู้ว่าปนัดดาจำได้อยู่แล้ว
“จำได้สิ หรือเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับผู้หญิงคนนั้น” ใครจะไปลืมผู้หญิงคนนั้น เพราะครั้งแรกที่เจ้าหล่อนเจอเขาก็ส่งสายตาและเปิดเผยให้รู้เลยว่าสนใจเขาอยู่
“ใช่ค่ะ คือเมื่อวานมีผู้ชายคนหนึ่งโทรมาหานุ่มแล้วบอกว่าแรมไปติดหนี้เขาและมีชื่อนุ่มเป็นคนค้ำประกัน เขาต้องการให้ใช้หนี้แทนแรม” เธอเล่าเรื่องคร่าวให้ทั้งสองคนฟัง
+++++