มือหนาข้างนหนึ่งเปิดลิ้นชัก แล้วหยิบบางอย่างออกมาอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้น!!
ปั้ง!!
แพนนีสะดุ้งโหยงกับเสียงปืนและอึ้งไปกับภาพของบิดา เขาหยิบปืนมาแล้วอ้าปากอมปลายกระบอกปืนเข้าไป ทำการเหนียวไกอย่างไม่ลังเล เลือดสาดกระเด็นเต็มม่านด้านหลัง ก่อนคนคิดสั้นจะล้มตัวฟุบไปกับโต๊ะทำงาน เพียงแค่นัดเดียวก็พรากลมหายใจไปในทันที
“กรี๊ดดดดด” เสียงแผดร้องดังลั่นยามสติกลับมา สองมือบางยกปิดหู หลับตาปรี่ในขณะที่น้ำตาไหลเป็นทาง ใครจะไปคิดว่ารอยยิ้มสุดท้ายนั่นจะเป็นการบอกลา บิดาใจร้ายมากที่ทอดทิ้งบุตรสาววัยสิบแปดให้เผชิญโลกโดยไร้ผู้นำครอบครัว แถมยังทำเช่นนั้นต่อหน้าต่อตาเธออีก
เปรี้ยง!!
เสียงฟ้าร้องดังก้องกังวานราวกับธรรมชาติร่วมเศร้าโศกตามหญิงสาวไปด้วย แสงแวบสีเทาสะท้อนภาพผ้าม่านสีนวลเปื้อนเลือดตอกย้ำความรู้สึกเจ็บปวดในใจแพนนีเข้าไปอีก
“กรี๊ดดดด” เธอแผดเสียงร้องอีกครั้ง ก่อนที่มารดาจะวิ่งปรี่มาหา ภาพที่เห็นทำภรรยาทรุดร่ำไห้ไปกับพื้น
เพียงแค่ชั่วค่ำคืนหมอกควันแห่งการสูญเสียก็โอบล้อมชีวิตทั้งสองไว้ พวกเธอต่างจมอยู่กับคำถามและความรู้สึกผิดที่ไม่มีใครเยียวยาได้ บ้านหลังเดิมที่เคยอบอุ่นบัดนี้เต็มไปด้วยรอยแผลแห่งความทรงจำที่ไม่มีวันลบเลือน
ดีแล้วที่ไม่ต้องอยู่ในบ้านหลังนี้อีก
@งานศพ
บรรยากาศงานศพเล็ก ๆ ของอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายเป็นเวลาสามวัน ไม่มีญาติ ไม่มีแขกเหรื่อ ไม่มีดอกไม้พวงหรีด ไม่มีแม้คำปลอบใจจากคนอื่น มีเพียงสองแม่ลูกเท่านั้นที่เอาแต่ร้องไห้สะอื้นกับการจากไปของหัวหน้าครอบครัว นิภาวรรณด่าทอบ้างในยามที่นึกถึงเรื่องถูกนอกใจ ลามไปถึงสมบัติของหล่อนที่ถูกยึดไป
ข่าวการเสียชีวิตและเรื่องความผิดฐานยักยอกตของอดีตผู้บัญชาการกลับไม่ปรากฏบนหัวข้อข่าวในสื่อไหนเลย แม้ผู้เสียชีวิตจะเคยเป็นบุคคลสำคัญแห่งวงการสีกากีก็ตามราวกับว่าหายสาบสูญจากสารบบซะอย่างนั้น
ในช่วงที่คิดว่าคงไม่มีแขกคนไหนมา กลับปรากฎคนมาใหม่ในชุดกระโปรงสีดำเรียบร้อย หล่อนเดินมายืนเบื้องหน้าแพนนีที่กำลังนั่งเหม่อลอยมองรูปถ่ายหน้าศพของบิดา
“เป็นไงบ้างแก” เสียงคนมาใหม่ถาม ดึงความสนใจให้แพนนีหันไปมอง หญิงสาวลุกพรวดโอบกอดแนบแน่นกับคนตรงหน้า นั่นคือแคท เพื่อนสนิทในกลุ่มของแพนนีรู้ข่าวปุ๊บก็รีบมาหา
“พ่อฉันไปแล้ว...ฮือ” แพนนีร้องไห้อีกรอบ
“จริงไหมเรื่องที่เกิดกับพ่อแก”
คนถูกถามผละกอดออก ไม่ประหลาดใจเลยทำไมแคทถึงรู้เรื่องนี้ก็เพราะบิดาของหล่อนเป็นนักธุรกิจเบอร์ต้นของประเทศ เรื่องไปมาหาสู่กับบิดามีส่วนไม่มากก็น้อย
แพนนีเล่าเรื่องที่ได้รับรู้ทั้งหมดให้เพื่อนฟังโดยไม่คิดปิดบัง
“ต่อไปแกจะทำยังไงต่อแพนนี” แคทถามด้วยใบหน้าเรียบเฉย แววตาที่จ้องแพนนีดูแปลกไปจากทุกที
“ไม่รู้สิ ชีวิตฉันเปลี่ยนไปมากไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน ญาติก็ตัดทิ้ง เห็นแล้วใช่ไหมว่าไม่มีใครมางาน”
“อื้ม แกไม่มีเงินแล้วล่ะสิ จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ยังไง”
“ไม่รู้”
“เอางี้ ฉันให้เงินแกสองหมื่นแลกกับบางอย่าง แกทำอะไรให้ฉันหน่อยสิ”
“ขอโทษด้วยตอนนี้ฉันไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรทั้งนั้น”
“สามหมื่น ฉันให้แกอย่างน้อยก็เอาไปเป็นค่าเช่าบ้านได้”
“เรื่องนั้น...”
“เรื่องที่ฉันขอแลกเปลี่ยนไม่เหลือบ่ากว่าแรงแกหรอก”
“เหรอ งั้นก็ได้”
ใบหน้าสะสวยยิ้มร้ายอย่างโจ่งแจ้งยามได้สิ่งที่ต้องการ
หึ! คราวนี้แหละเป็นทีของฉันบ้างอีแพนนี ทุกอย่างของแกต้องเป็นของฉัน
หลังจากนั้นก็บอกสิ่งที่ขอช่วย ไม่สิ! สั่งการแพนนีทำตามที่หล่อนต้องการ แลกเปลี่ยนกันเสร็จเรียบร้อยแคทก็จากไป และหลังจากนั้นก็ไม่ได้เจอกับหล่อนอีกเลย
++++++++
พ่อใจร้ายนะ ทำไมทิ้งลูกสาวไว้แบบนี้