เมื่อหกปีก่อน
บ้านหลังใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่กลางพื้นที่กว้างกว่าห้าไร่ ล้อมรอบด้วยรั้วเหล็กดัดแน่นหนา สนามหญ้าถูกตัดแต่งอย่างเรียบร้อย มีต้นไม้ประดับพุ่มเรียงเป็นระเบียบและทางเดินหินอ่อนทอดยาวเข้าสู่ตัวบ้านที่สร้างในสไตล์ร่วมสมัยผสมกลิ่นอายยุโรป หลังคาสูงโปร่ง มีหน้าต่างกระจกบานใหญ่รับวิวและบรรยากาศดี
ลานจอดรถมีรถยุโรปหลายคันเรียงรายนับสิบ เพราะเจ้าของบ้านมีไว้เพื่ออวดบารมีและอำนาจให้สมฐานะของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เขามีนามว่า พล.ต.อ. ภานุพงศ์ วารีฆัมพร มีภริยานามว่า นิภาวรรณ วารีฆัมพร
ภายในรั้วมียามประจำประตูและคนใช้ในชุดยูนิฟอร์มดูแลความเรียบร้อยไม่ห่างสายตา รวมในบ้านมีคนรับใช้มากกว่าสิบชีวิตคอยทำหน้าที่ตั้งแต่แม่บ้าน แม่ครัว คนสวย และรวมไปถึงคนขับรถ
ทุกคนรู้จุดยืนของตนดีและขยับเขยื้อนอย่างคล่องแคล่ว สมกับเป็นบ้านของนายตำรวจยศใหญ่ ทุกรายละเอียดล้วนบ่งบอกถึงความเป็นระเบียบวินัยอันเข้มงวดที่เจ้าของบ้านย้ำนักย้ำหนา
แต่แม้จะเข้มงวดกับคนอื่นเช่นไร แต่เขาก็ตามใจลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนคนเดียวเสมอ
หลังจากวันเกิดครบสิบแปดปีของแพนนี หญิงสาวโตเต็มวัยกลับมาถึงบ้านอย่างอารมณ์ดี คิดในแท็กซี่มาตลอดทางว่าจะเริ่มเล่าเรื่องงานวันเกิดตั้งแต่ตรงไหน ทว่าเพียงแค่ก้าวพ้นกรอบรั้วเหล็กเข้าไป หญิงสาวกลับยืนตัวแข็งทื่อ เพราะเบื้องหน้ามีคนแปลกหน้ามากมายทั้งในเครื่องตำรวจ และนอกเครื่องแบบกำลังทยอยขนข้าวของออกมาจากตัวบ้าน ทั้งคอมพิวเตอร์ เอกสาร และรวมไปถึงตู้เซฟ
นี่มันเรื่องอะไรกัน?
บรรยากาศในบ้านเต็มไปด้วยความตึงเครียด เสียงวิทยุสื่อสารแว่วแทรกเป็นระยะ เจ้าหน้าที่แต่ละคนมุ่งมั่นกับหน้าที่ของตน ไม่มีใครสนใจสายตาตกตะลึงของหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงประตู
แพนนีค่อย ๆ เดินเข้าไปในบ้านอย่างไร้จุดหมายพลางมองดูข้าวของส่วนตัวถูกหยิบออกจากชั้นวางทีละชิ้น ความเวิ้งว้างและหวาดกลัวค่อย ๆ แผ่ซ่านไปทั่วร่าง ความทรงจำในบ้านที่เคยอบอุ่นกลับเปลี่ยนเป็นภาพเงาเย็นเยียบ
ดวงตาคู่สวยเหลือบไปเห็นบิดาในห้องรับแขกก็รีบปรี่ไปหาทันที
“เกิดเรื่องอะไรคะคุณพ่อ” สาวน้อยถามไม่แม้แต่จะเหลือบตามองผู้คนที่รายล้อมอยู่ในห้องรับแขก จุดสนใจของแพนนีมีเพียงบิดาผู้เป็นเสาหลักแห่งชีวิต ซึ่งสีหน้าบิดาหันมามองด้วยความตึงเครียด นัยน์ตาอ่อนล้าไม่เหมือนยามปกติ ไม่มีคำพูดใดถ่ายทอดออกมา นั่นกลับทำให้บุตรสาวเป็นห่วง สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะพลิกชีวิตของตน แต่ก็ยังไม่เข้าใจว่าเรื่องอะไรกันแน่
“คุณพ่อคะ” แพนนีเรียกด้วยเสียงเว้าวอน กำลังจะก้าวไปแต่กลับถูกมารดาที่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้คว้าแขนรั้งไว้ เมื่อเจ้าตัวหันกลับไปผู้เป็นแม่ส่ายหัวให้เบา ๆ เป็นเชิงห้าม
แพนนีจึงทำตามยืนอยู่กับที่ พลางกวาดสายตามองผู้คนที่อยู่ในห้องนี้ หลายคนที่เธอรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาเพราะเคยแวะเวียนมาที่บ้านบ่อย ๆ ในฐานะแขกคนรู้จักของคุณพ่อ บ้างก็เคยมาร่วมโต๊ะอาหาร
ครั้งนี้สายตาและท่าทีของแต่ละคนกลับเปลี่ยนไป ไม่มีรอยยิ้มเป็นกันเอง ไม่มีคำพูดทักทายเหมือนเมื่อก่อน ทุกอย่างกลายเป็นความเย็นชาและจริงจัง หญิงสาวเริ่มรู้ตัวว่าบ้านหลังนี้กำลังเผชิญกับบางสิ่งที่ใหญ่เกินกว่าที่คาดคิด ความกังวลแผ่ซ่านไปทั้งหัวใจ ขณะที่ข้าวของถูกย้ายออกไปทีละชิ้น เสียงฝีเท้ากระทบพื้นและเสียงสื่อสารยังคงก้องกังวาน
จนกระทั่งได้ยินนายตำรวจถามเรื่องบางอย่างกับบิดา...
“เงินยักยอก...”
แพนนีไม่รู้ความหมายของคำถาม แต่บิดาไม่ตอบในทันที กลับหันมามองหน้าบุตรสาวพร้อมกับพยักพเยิดให้ภรรยาพาตัวลูกออกไป หล่อนจึงทำตามพาแพนนีเดินกลับเข้ามาห้องครัว พื้นที่ที่ไม่มีใครอยู่เลย
“เกิดอะไรขึ้นคะคุณแม่”
“เรื่องของผู้ใหญ่ เด็กไม่เกี่ยว”
“แต่หนูโต...”
จังหวะนั้นมีสาวใช้คนหนึ่งเดินเข้ามาพอดี นิภาวรรณที่มักมีใบหน้าใจดีกลับถมึงทึงเมื่อเห็นคนมาใหม่ หล่อนไม่พูดพร่ำกลับปรี่ไปทุบตีสาวใช้คนนั้นอย่างรุนแรง ทั้งตีทั้งตบทั้งกระชากผมจนคนถูกกระทำล้มลงไปกองกับพื้น เสียงโวยวายดังลั่นแต่กระทั่งนิภาวรรณกลับไม่ยี่หระ ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธแค้น พร่ำบ่นเป็นระยะว่าหล่อนแย่งสามี
แพนนียืนมองเหตุการณ์ด้วยความตกใจ มารดาเปลี่ยนไปไม่พอยังพูดเรื่องที่ตนไม่เข้าใจด้วย คุณพ่อน่ะเหรอ? จะไปมีเมียน้อย! เป็นไปไม่ได้
ร่างเล็กรีบเข้าไปห้ามมารดา เพราะกลัวว่าเสียงดังอาจดึงพวกตำรวจด้านนอกให้มาเห็นเหตุการณ์ที่ไม่ควรให้ใครเห็น
“อย่ามาห้ามแม่! เราไปจัดการอีเมียน้อยสิ มันแย่งพ่อของลูกไป” เสียงตวาดหันกลับมามองบุตรสาวด้วยสายตาแข็งกร้าวราวกับเป็นคนละคน หัวใจแพนนีเต้นแรง ยืนตัวแข็งทื่อมองมารดาสลับกับสาวใช้ที่นอนร้องไห้อยู่บนพื้น เธอไม่ได้สงสารคนฐานะต่ำกว่าเพียงแค่อยากรู้ว่าเป็นความจริงไหม
ความสงสัยของเธอถูกเติมเต็มเมื่อคนที่เป็นต้นเหตุเดินพรวดเข้ามา ร่างสง่ามองภรรยาสลับกับสาวใช้ด้วยสายตาลำบากใจ
“ถามคุณพ่อที่ลูกรักนักรักหนาสิ ว่าทรยศแม่ไปมีเมียน้อยหรือเปล่า” นิภาวรรณจ้องเขม็งใส่สามี ที่ผ่านมาหล่อนนิ่งเฉยทำเป็นไม่รู้เรื่องมาตลอด เพื่อหวังว่าสักวันสามีเบื่อสาวใช้คนนี้แล้วจะเฉดหัวออกจากบ้าน เหมือนพวกผู้หญิงที่แล้วมา แต่ไม่เลย...นานวันเข้าเขากับมันกลับไม่ละอายใจ พลอดรักในห้องคนใช้ไม่พอ ยังลามมาถึงห้องนอนเวลาตนไม่อยู่ แบบนี้จะให้ใจเย็นได้ไง
บรรยากาศในห้องครัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เสียงร้องสะอื้นของสาวใช้ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เห็นเจ้าของบ้านเดินเข้ามาหล่อนยิ่งเพิ่มเสียงด้วยซ้ำ ระหว่างนั้นแพนนีเอาแต่ยืนมองหน้าบิดาอยากรู้ว่าจะตอบสิ่งใดกับประโยคที่มารดาถาม แต่เปล่าเลย...เขายังปล่อยให้บรรยากาศคุกรุ่นอยู่เช่นนั้น ก่อนจะเหลือบมามองลูกสาวที่มองตนด้วยสายตาผิดหวัง
“พอเถอะนิภา...พอได้แล้ว”
เจ้าของชื่อหันขวับไปมองสามี ดวงตาแดงก่ำเหมือนสัตว์ป่าที่ถูกต้อนจนมุม “คุณให้ฉันพอเหรอ! คุณนั้นแหละที่ต้องพอ เลิกปกป้องอีนังนี่สักที”
“ต่อหน้าลูกอย่าพูดเรื่องนี้” ภานุพงศ์เอ่ยเสียงแผ่วเบาพร้อมกับก้าวเข้าไปหาภรรยา เอื้อมมือจะแตะท่อนแขนหวังให้หล่อนใจเย็นลง แต่สายตากับมองบุตรสาวที่ยืนตัวสั่น น้ำตาคลอเบ้า ดวงตาไร้เดียงสาสะท้อนถึงความกลัวและสับสน บีบหัวใจคนเป็นพ่อเจ็บยิ่งกว่าเอามีดปักกลางอกเสียอีก
“ไม่จริงใช่ไหมคะคุณพ่อ?” แพนนีเอ่ยเสียงเบาแทบจะเป็นการกระซิบก็ว่าได้ เธอกลัวคำตอบแต่ก็อยากรู้ความจริง
คนถูกถามนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะถอนหายใจยาว แล้วเอ่ยต่อ
“ไม่มีใครแย่งความรักที่พ่อมีให้ลูกได้นะแพนนี พ่อรักลูก”
คำตอบที่ได้รับ ทำให้เธอรู้ว่าที่คุณแม่พูดมาทั้งหมดเป็นความจริง แพนนีกระพริบตาพลันน้ำสีใสไหลรินลงมาอาบแก้ม รู้ดีว่าวันนี้ครอบครัวของเธอจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป
“ยังจะพูดแบบนี้อีกเหรอ บ้านเรากำลังถูกยึดทรัพย์ทั้งหมดเพราะคุณ!! คุณยักยอกภาษีประชาชนไม่พอยังให้พวกมันเอาเครื่องเพชร เอาสมบัติของฉันไปด้วย คุณกำลังทำลายชีวิตของพวกเราสองแม่ลูกรู้ตัวไหม” นิภาวรรณตะโกนเสียงดังลั่นระเบิดความโกรธพลางทุบตีอกสามีระบายความอัดอั้นในใจ เขาไม่เถียงสักคำได้แต่ยืนนิ่งให้ภรรยาทำแบบนั้น
แพนนีเจ็บปวดใจเมื่อได้ยิน โลกของเธอพังทลาย หัวใจดวงน้อยแตกสลายเป็นเสี่ยง ๆ ความเชื่อมั่นความนับถือที่เห็นบิดาเป็นต้นแบบถูกความจริงอันโหดร้ายกลบมิดจนไม่เหลือส่วนดี เธอกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ไหลรินออกมาเป็นสายธาราสะท้อนความผิวหวังให้คนเป็นพ่อเห็นแล้วปวดใจกว่าเก่า
“แพน...พ่อ...ขอ..”
จังหวะนั้นตำรวจสองนายเดินเข้ามาพอดี นิภาวรรณปาดน้ำตาทิ้งก่อนจะคว้ามือลูกสาวเดินออกมาจากตรงนั้น...
ทรีขอเล่าย้อนไปเมื่อ6ปีก่อนนะคะ สลับกับปัจจุบัน แล้วหลังจากนั้นจะเป็นพาร์ทปัจจุบันทั้งหมด