ตอนที่9 l ทอดทิ้ง(1/2)

596 Words
ในห้องนอนของแพนนีเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง มีร่องรอยการถูกรื้อค้น เครื่องใช้ส่วนตัวกระจัดกระจาย หนังสือ ตุ๊กตา เสื้อผ้าถูกโยนระเกะระกะ แล็ปท็อปส่วนตัวถูกยกไปเป็นหลักฐาน ร่างเล็กซบหน้าลงกับเข่าขณะนั่งข้างมารดา ตัวสั่นสะท้านอย่างไร้เรี่ยวแรง น้ำตาของเธอไหลบ่าลงเปรอะผ้าปูเตียงยับย่น นิภาวรรณเองนั่งนิ่งอยู่ริมเตียง มือหนึ่งโอบไหล่ลูกไว้แน่น อีกมือปาดน้ำตาเงียบ ๆ ไม่มีถ้อยคำปลอบโยนใด ๆ แววตาเต็มเปี่ยมด้วยความปวดร้าวและเสียใจ ทั้งสองแม่ลูกต่างปล่อยให้น้ำตาไหลระบายความอัดอั้นออกมา “ต่อไป...พวกเราจะเป็นยังไงคะคุณแม่” เสียงเล็กเอ่ยพร้อมกับค่อย ๆ เงยหน้ามองมารดา ไร้เสียงตอบรับใด ๆ นอกเสียจากการส่ายหน้าปฏิเสธ หลายชั่วโมงผ่านไป ท้องฟ้านอกหน้าต่างกลายเป็นพระอาทิตย์ตกดิน แสงสีส้มทอดผ่านม่านบาง ๆ เข้ามาในห้อง แพนนีมองด้วยสายตาว่างเปล่าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองมารดาที่ผล็อยหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ร่างเล็กลงจากเตียงให้เบาที่สุดเพื่อไม่ให้ผู้เป็นแม่ตื่น แพนนีก้าวออกจากห้องปุ๊บ แสงสีส้มที่เธอเห็นเมื่อครู่กลับเริ่มดำทมิฬ ก้อนเมฆกำลังตั้งเค้า มีเสียงฟ้าร้องคำรามมาแต่ไกล ยืนยันว่าอีกประเดี๋ยวจะหอบหิ้วฝนมาทางนี้ กระนั้นเธอก็ไม่ได้กังวลไปมากกว่าสภาพบ้านตัวเอง ร่างบางยืนเกาะขอบระเบียงชะโงกศีรษะมองเบื้องล่างซึ่งเป็นห้องโถงโล่งเป็นจุดศูนย์กลางของบ้านหลังใหญ่ คนหมู่มากก่อนหน้านี้ไม่เหลือใครเลย เอกสารหลายใบกระจัดกระจายไร้ค่าอยู่บนพื้นหินอ่อน เธอเห็นสาวใช้สองคนหอบหิ้วกระเป๋าเดินผ่านสายตาไปพอดี ก็พอจะเดาได้ว่าพวกนั้นคงลาออกไปแล้วเพื่อไม่ให้ติดหางเลขไปด้วย แล้วคุณพ่อล่ะ? ร่างบางไม่ต้องคิดเยอะเดินปรี่ไปห้องทำงานของบิดา เพราะส่วนใหญ่เวลาอยู่บ้านเขามักจะอยู่ในห้องทำงานเป็นเวลานาน ๆ ซึ่งก็จริง...ประตูห้องเปิดอยู่โดยที่แพนนีไม่ต้องเคาะให้เสียเวลา บิดานั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวใหญ่หลังโต๊ะทำงาน แสงจากโคมไฟบนโต๊ะสะท้อนแก้วบรั่นดีในมือของเขา กลิ่นฉุนของเหล้าลอยคลุ้งปะปนกับบรรยากาศอึมครึมในห้อง สภาพข้างในไม่ต่างอะไรจากห้องนอนของแพนนีเลย ภานุพงศ์มองของเหลวสีน้ำตาลในแก้วอย่างเหม่อลอยพลางครุ่นคิดกับเรื่องที่เกิดขึ้น รู้ตัวว่าลูกสาวยืนอยู่หน้าห้องแต่เขาไม่คิดจะเงยมอง ส่วนแพนนีกำลังยืนลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยเรียกด้วยเสียงแผ่วเบา “คุณพ่อคะ” “เข้ามาสิลูก” เมื่อได้รับอนุญาตหญิงสาวจึงเดินเข้าไปด้วยใจที่โดดเดี่ยว บิดาที่เคยน่าเกรงขามบัดนี้ไม่เหลืออีกแล้ว เธออยากจะถามถึงสาเหตุทำไมพ่อถึงทำเช่นนั้น แต่เลือกที่จะไม่ถามเพราะถึงอย่างไรพ่อก็คงไม่เล่า “ต่อไปต้องดูแลแม่ให้ดีนะลูก” จู่ ๆ คนบนเก้าอี้ก็เงยหน้ามาพูด “ทำไมคะ คุณพ่อจะไปไหน” “รับปากพ่อสิ” “ค่ะ หนูจะดูแลแม่ให้ดี” “ลูกเก่งพ่อรู้” ใบหน้าน่าเกรงขามระบายยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างอ่อนโยน พร้อมกับแววตาฉายชัดถึงความอบอุ่นเจือเศร้า แพนนียิ้มตามเพราะคิดว่าความหนักอึ้งในใจของบิดาคงผ่อนคลายได้บ้าง แต่ทว่า...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD