หญิงสาวหยัดกายยืน ฟางเส้นสุดท้ายของแพนนีคือเดิมพันต้องได้งานนี้เท่านั้นต่อให้ต้องแลกกับอะไรก็ตาม เธอสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดรวบรวมความกล้าก่อนจะเริ่มถอดเสื้อเบล้าส์สีอ่อนแขนยาวที่สวมอยู่
ในใจเอาแต่นึกถึงข้อความเมื่อครู่ ‘ตอนเย็นเอาเงินกลับมาด้วยมีคนมาทวงเงิน’ นั่นคือเหตุผลทำไมแพนนีต้องได้งานนี้
ใช้เวลาไม่นานเสื้อและกระโปรงสีดำก็ถูกถอดไป เหลือเพียงบราเซียห่อหุ้มเต้างอนงามและชั้นในตัวเล็กที่ปิดบังของสงวน ความอับอายถาโถมจนไม่มีหน้าอยู่บนโลกนี้ เธอขายศักดิ์ศรีเพื่อแลกกับงานหวังว่ามันจะได้ผล
หญิงสาวเบือนหน้าไปอีกทางระหว่างที่มือข้างหนึ่งพาดปิดทรวงอก ส่วนอีกข้างกอบกุมปิดโหนกอูม ความร้อนผ่าวปกคลุมไปทั้งเรือนกาย และยิ่งเป็นหนักเมื่อเหลือบไปเห็นสายตาคมกริบกำลังจ้องมองมา
“ไหนล่ะ ยังไม่หมดไม่ใช่หรือไง” เสียงแกมดุเอ่ยต่อ คนได้ยินเม้มปากแน่น จำใจต้องเอื้อมมือไปปลดตะขอบรา แต่มันยังไม่ทันหลุดก็ถูกเสียงคนเบื้องหน้าขัดจังหวะซะก่อน
“หุ่นไม่ดี ใส่มันกลับไปซะฉันไม่อยากเห็น”
ได้ยินปุ๊บเธอก็เกี่ยวตะขอกลับไป ก่อนจะนั่งคุกเข่ากลับลงไปพร้อมหยิบเสื้อและกระโปรงกอดไว้แน่น ไม่ลืมที่จะถามเรื่องสำคัญ
“สรุปดิฉันได้งานนี้ใช่ไหม”
รอยยิ้มร้ายปรากฏบนใบหน้าประธานหนุ่ม ก่อนจะก้าวเข้าหาพร้อมยื่นมือหนาบีบคอหญิงสาวอย่างแรงจนแทบหายใจไม่ออก สีหน้าไร้อารมณ์เมื่อครู่แปรเปลี่ยนโกรธแค้นอย่างเห็นได้ชัด
“ฉันให้เธอทำงานที่นี่ก็ได้ แลกกับต่อไปนี้จะทำอะไรกับเธอก็ได้เข้าใจไหม” ความโกรธแค้นสื่อผ่านเสียงเล็ดลอดจากไรฟันเอ่ยจบก็สะบัดมืออย่างแรง พลันตัวหญิงสาวเอนล้มไปด้านข้างพร้อมกับไอสำลักลมหายใจ
“ขอบ...คุณค่ะ ดิฉันจะตั้งใจทำงาน” เธอขยับตัวมานั่งเต็มความสูง ส่งยิ้มกลับ นัยน์ตาแสดงออกถึงความดีใจอย่างเปิดเผย ไม่โกรธเลยที่ถูกเขาทำเช่นนั้น
แพนนี...คนที่เคยดูถูกคนอื่น คนที่จองหองเป็นคุณหนูคนรวย ตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว
“ฮ่าฮ่า” จู่ ๆ พันไมล์หัวเราะเย้ยเสียงดังลั่นห้อง สมเพชกับท่าทางของเธอ กระนั้นเจ้าตัวไม่ยี่หระแม้แต่น้อย ทำตัวนอบน้อมรีบใส่เสื้อผ้ากลับเช่นเดิม ก่อนจะขอตัวเดินออกไปจากห้อง
แพนนีได้งานแล้วสิ่งแรกที่เธอทำคือถามเลขา ของท่านประธานว่าแผนกบัญชีอยู่ไหน ก่อนจะพุ่งตรงไปยังชั้นที่ว่า โดยไม่รู้เลยว่าเลขาคนนั้นแอบตามมา
เสียงฝีเท้าของแพนนีดังแว่วไปตามทางเดินที่รายล้อมด้วยกลิ่นกาแฟและแสงไฟนีออน แม้เสื้อผ้าจะยังไม่เรียบร้อยดีนักจากเหตุการณ์ในห้องประธาน แต่ใบหน้ากลับตั้งมั่นด้วยเป้าหมายชัดเจน ทุกสายตาของพนักงานในแผนกหยุดชะงักเมื่อเห็นหญิงสาวแปลกหน้าเดินตรงมาด้วยท่าทีเร่งรีบ ท่ามกลางเสียงกระซิบกระซาบและสายตาสงสัยแพนนีไม่ยี่หระแม้แต่น้อย
สาวแปลกหน้ามุ่งไปยังโต๊ะด้านหลังสุดอย่างไม่ลังเล ซึ่งมีผู้หญิงวัยกลางคนรูปร่างอวบอ้วนสวมแว่นตากรอบสีน้ำตาลกำลังตั้งใจมองจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะ
แพนนีสูดลมหายใจเต็มปอด เตรียมจะเอ่ยคำขอที่ใครหลายคนอาจไม่กล้าเอ่ยตั้งแต่วันแรก
“ฉันขอเบิกเงินเดือนล่วงหน้าค่ะ” เธอไม่สนใจว่าคนอื่นจะคิดยังไง เธอก็แค่ซื่อสัตย์กับความต้องการ
คนบนเก้าอี้ช้อนตาจากหน้าจอสี่เหลี่ยมมองคนมาใหม่ที่ยืนอยู่หัวโต๊ะ “หืม! เธอเป็นใคร พนักงานที่นี่เหรอ”
“ใช่ค่ะ ประธานบริษัทรับฉันเข้าทำงานวันนี้” แพนนีรีบพยักหน้า ตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจ แม้ในใจจะเต้นแรงด้วยความประหม่าและกังวล
“วันแรก!!” เป็นใครจะไม่ตกใจบ้าง
“ค่ะ”
หัวหน้าแผนกบัญชีขยับแว่น มองพนักงานใหม่ด้วยสายตาไม่เชื่อถือ ก่อนจะเปล่งพร้อมกับทำหน้ารังเกียจ “เบิกเงินล่วงหน้าเหรอ เพิ่งมาวันแรกแท้ ๆ กล้าขอเชียว ใครเขาจะให้หล่อนยะ”
“ฉันรู้ว่าไม่มีค่ะ แต่ฉันเดือดร้อนเรื่องเงินจริง ๆ”
“ไปกู้สิ”
“ไม่ได้ค่ะ ฉันไม่สามารถกู้ที่ไหนได้อีกแล้ว”
ร่างท้วมกลอกตา ก่อนจะทอดเสียงต่ำอย่างสมเพชปนรำคาญ “เหอะ หนี้ท่วมหัวล่ะสิ”
“จะพูดแบบนั้นก็ได้”
“มาทางไหนก็กลับไปหาทางนั้น อย่ามาไร้สาระฉันจะทำงาน” เอ่ยจบก็หันกลับไปดูหน้าจอต่อ
สงสารแพนนี🥹ดีนะที่น้องเป็นคนเข้มแข็ง แต่ก็มีบางอย่างที่ปิดบังเอาไว้