ตอนที่5 l อดทน(2/2)

931 Words
ระหว่างนั้นประธานบริษัทเดินตรงมาหาหลังจากที่เลขาโทรไปรายงานเรื่องพนักงานใหม่มาขอเบิกเงินล่วงหน้ากับแผนกบัญชี แทนที่เขาจะโกรธกลับสั่งหัวหน้าแผนกบัญชีอนุญาตให้เธอเบิกหน้าไปสามเดือน ทำเอาพวกพนักงานงงเป็นไก่ตาแตก ท่านประธานที่เข้มงวดเนี่ยนะ! จะใจดีกับคนอื่นเป็น ทุกคนจะไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยินเลย หากพนักงานใหม่ไม่แสดงสีหน้าดีใจหลังดูหน้าจอโทรศัพท์พบว่ามีเงินโอนเข้ามาแล้ว แถมยังใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำ น่าแปลกมาก... ทันทีที่ท่านประธานเดินจากไป เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้นทั่วทั้งแผนก เหล่าพนักงานหันมาสบตากันแลกเปลี่ยนสีหน้าตกตะลึง บ้างกระซิบถามกันว่าเกิดอะไรขึ้น บ้างตั้งข้อสังเกตถึงเหตุผลที่ประธานใจดีผิดปกติ หลายคนพากันตั้งทฤษฎีต่าง ๆ ว่าพนักงานใหม่อาจมีเส้นสายหรือรู้จักกับท่านประธานมาก่อน บางคนถึงกับเอ่ยว่าไม่แน่แพนนีอาจเป็นญาติหรือคนสนิท เหตุการณ์ในเช้าวันนี้กลายเป็นหัวข้อร้อนให้แต่ละคนหยิบไปวิพากษ์วิจารณ์ทั้งวัน แม้แต่หัวหน้าแผนกบัญชีเองยังเหลือบมองตามแพนนีด้วยความสงสัยที่ยังคลายไม่ลง “ขอบคุณค่ะ” แพนนีหันไปยกมือไหว้กับหัวหน้าแผนกบัญชี ส่งยิ้มเล็ก ๆ อย่างจริงใจ “คนที่เธอต้องขอบคุณคือท่านประธาน ไม่ใช่ฉัน” “ขอตัวก่อนนะคะ” เธอไม่ได้รอคำอนุญาตจากคู่สนทนา ได้สิ่งที่ต้องการแล้วก็รีบเดินออกมาหน้าตึกเพื่อโทรศัพท์กลับไปมารดา ระหว่างที่สมาร์ตโฟนแนบหูก็สาวเท้าอย่างไวโดยไม่ระวังไปชนกับใครบางคนเข้า แรงกระแทกทำสมาร์ตโฟนในมือหลุดตกพื้น เธอมองมันอย่างตกใจก้มลงไปหยิบอัตโนมัติ ก่อนจะหยัดกายยืนเต็มความสูงหันไปมองคนที่ตนชน “ขอ...” เปล่งแค่คำเดียว เสียงนั้นก็กลืนกลับลงคอ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเป็นอันดับต่อมา เธอแทบจะหยุดหายใจไปชั่วขณะยามเห็นใบหน้าคนตรงข้าม ซึ่งฝังนั้นก็มีอาการไม่แพ้กว่าแพนนี “แก...มาอยู่ที่นี่ได้ไง” น้ำเสียงตกใจแฝงไปด้วยความไม่เชื่อ หล่อนคือแคท อดีตเพื่อนสนิทกลุ่มเดียวกันกับแพนนี ทั้งคู่ไม่ได้ติดต่อไม่เคยเห็นหน้ากันในเวลาหกปีที่ผ่านมา... แพนนีเหมือนเงาลางเลือนที่เคยหายไปจากโลกนี้ ไม่มีข่าวคราวไม่มีแม้แต่ร่องรอยให้ติดตาม ทว่าในตอนนี้ คนที่เหมือนจะสูญหายไปนานกลับมายืนอยู่ต่อหน้าหล่อนจริง ๆ ราวกับผุดขึ้นมาจากอดีตอันไกลโพ้น แคทเองก็เปลี่ยนไปมากเช่นกัน เพราะศัลยกรรมบนใบหน้าทุกส่วน กระนั้นยังเหลือเค้าโครงเดิมอยู่บ้าง พอให้แพนนีเห็นปุ๊บก็จำได้ว่าเป็นหล่อน แม้จมูกจะโด่งขึ้น ดวงตาดูเฉี่ยวกว่าเดิม ริมฝีปากรูปทรงใหม่และกรอบหน้าได้รูปจนเกือบเป็นคนแปลกหน้า ทว่าแววตาและรอยยิ้มที่เคยคุ้นยังหลงเหลืออยู่ จนแพนนีแน่ใจว่าคนตรงหน้าคืออดีตเพื่อนที่ไม่ได้ติดต่อกันมานาน หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น... “เธอก็มาทำงานที่นี่ด้วยเหรอแคท” แพนนีถาม “ทำงาน? บ้านมีกินอย่างฉันเนี่ยนะต้องทำงาน” หล่อนพูดพลางเอนศีรษะไปด้านหลังเล็กน้อย มองแพนนีตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า นัยน์ตามีแต่ความรังเกียจ “ฉันเป็นแฟนพันไมล์ต่างหาก เธอรู้แล้วใช่ไหมว่าเขาเป็นประธานบริษัทนี้” ประโยคนั้นเหมือนสายฟ้าฟาดกลางวัน แพนนีตัวแข็งทื่อ สมองราวกับหยุดประมวลผล ความจริงที่เพิ่งได้ยินทำเอาหัวใจหล่นวูบ สายตาจับจ้องแคทอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง ถ้อยคำนั้นสะท้อนก้องอยู่ในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนไปในชั่วเอึดใจ “แก...ทำงานที่นี่ด้วยสภาพจน ๆ แบบนี้เหรอ” แคทได้ทีเอ่ยต่อ ถ้อยคำดูถูกเป็นตัวดึงสติของแพนนีกลับมา แม้จะปวดใจอยู่บ้าง แต่เธอก็เลือกที่จะไม่สนทนาต่อให้เสียเวลา “ขอตัวก่อนนะ” ยังไม่ทันที่แพนนีจะก้าวหนีจากสถานการณ์อึดอัด แคทกลับคว้าข้อมือเธออย่างแรงจนเจ้าตัวต้องหันกลับไปเผชิญหน้า “อย่าคิดว่าจะเดินหนีฉันได้ง่าย ๆ” เสียงแคทฟังดูเย็นเฉียบและเต็มไปด้วยแรงกดดัน คล้ายบังคับให้แพนนีต้องฟังทุกถ้อยคำและความรู้สึกที่ยังคั่งค้างอยู่ “อะไรของเธอ” “อย่าคิดว่าพันไมล์จะกลับไปหาแก ระหว่างแกกับเขามันจบไปตั้งแต่วันนั้น” แคททำหน้าดุดัน กัดฟันแน่น ขมวดคิ้วเข้าหากันจนเป็นปมราวกับนางยักษ์ที่จ้องมองเหยื่อก็ไม่ปาน แต่แพนนีไม่กลัวแม้แต่น้อย กลับเห็นเป็นเรื่องไร้สาระด้วยซ้ำ ปัดมือหล่อนออกแล้วตอบ “เรื่องนั้นฉันรู้แล้ว” “รู้ก็ลาออกไปสิ อย่ามาทำตัวไร้เดียงสาแถวนี้ทุเรศ” “ฉันจะลาออกทำไม ฉันมาทำงานไม่ได้มาเที่ยวเล่น อีกอย่างเธอไม่ใช่เจ้าของบริษัท มีสิทธิ์อะไรให้ฉันไปลาออก” “แก...” “ถ้าอยากไล่ฉันออก ก็ให้พันไมล์มาไล่ก็แล้วกัน” “หน้าด้าน!!” มือบางยกง้างขึ้นสุดแขนหมายจะตบ แต่ยังไม่ทันฟาดก็เหลือบไปเห็นพนักงานในบริษัทสองคนเดินมาพอดี เพียะ!! มาดูกันว่าแพนนีคนเก่ากับเพื่อนคนนี้ใครจะร้ายกว่ากัน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD