ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูฉุดประธานหนุ่มออกจากเรื่องในหัว เขากระแอมเสียสติก่อนจะเอ่ยอนุญาตให้คนหน้าห้องเข้ามา
เลขาหนุ่มวัยเกือบสี่สิบคือพนักงานที่พันไมล์ไว้ใจที่สุด ชื่อของเขาคือ ‘น้ำเหนือ’ หนุ่มโสดผู้ขยัน ทำงานดี เป็นคนที่พันไมล์ชวนให้มาเป็นเลขาด้วยตัวเอง เข้าใจความคิดของเจ้านายเป็นอย่างดีโดยที่เขาไม่ต้องพูดด้วยซ้ำ
“มีอะไร” เสียงเรียบถาม แกล้งทำทีว่าเมื่อครู่กำลังอ่านเอกสารอยู่ ไม่ได้เหม่อลอยอะไรทั้งนั้น
“เรื่องพนักงานใหม่จะให้ทำงานที่แผนกไหนครับ”
“คนไหน?” เขาถามทั้งที่ในใจรู้อยู่แล้วว่าหมายถึงใคร
“คนที่เบิกเงินเดือนล่วงหน้า”
“หล่อนมาสมัครแผนกอะไรนะ” เขาถามก่อนจะเงยหน้ามองเลขา
“ไอทีครับ”
“หึ! หน้าตาดูโง่ ๆ คงทำไม่เป็นหรอก ให้หล่อนอยู่แผนกเบ็ดเตล็ดก็แล้วกัน”
“มีด้วยเหรอครับ” คิ้วหนาย่นเข้าหากัน ทำงานที่นี่มาเกินสิบปีก็เพิ่งได้ยินชื่อแผนกนี้เป็นครั้งแรก
“หมายถึงให้เป็นเบ๊ทำโน้นทำนี่ไป”
“เข้าใจแล้วครับท่านประธาน งั้นผม...” เลขายังเอ่ยไม่จบแต่กลับถูกคนบนเก้าอี้เอ่ยต่อ
“อ้อ! อีกอย่างเรื่องไร้สาระเช่นให้ฉันมานั่งฟังตอนสัมภาษณ์พนักงาน หวังว่าจะไม่มีอีก”
“เป็นคำสั่งคุณชลิตครับ”
ปั้ง! มือหนาตบโต๊ะเสียงดัง แรงกระแทกนั้นบ่งบอกถึงความโกรธเกรี้ยวที่เก็บงำอยู่ภายในดวงตาคมขุ่นมัว เขากระชากลมหายใจพร้อมจ้องเลขาราวกับจะให้รับรู้ถึงอารมณ์ที่กำลังปะทุ มือใหญ่ยังค้างอยู่บนโต๊ะ เส้นเลือดปูดขึ้นชัดเจน คนยืนอยู่กลั้นใจรอคอยคำพูดถัดไปของท่านประธานด้วยความหวาดหวั่น
“แก่ไม่อยู่ส่วน อยากตายเร็วซะละมั้ง”
ที่พันไมล์โกรธจนเก็บอารมณ์ไม่อยู่ เพราะชื่อที่เลขาเอ่ยคือรองประธานบริษัท มีสักเป็นอา แต่แท้จริงไม่ได้เกี่ยวพันทางสายเลือดใด ๆ และคนนั้นก็จ้องจะงาบตำแหน่งประธานบริษัทอยู่
“คราวหน้าผมจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้อีกแล้วครับท่าน” น้ำเหนือรีบเอ่ยเพื่อให้บรรยากาศกลับมาดีเช่นเดิม และได้ผล! ใบหน้าโกรธเกรี้ยวลดอารมณ์เดือดดาลลงอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะยกมือไล่เลขาออกไป ปล่อยให้เขาอยู่คนเดียวเพื่อจมดิ่งกับความคิดจะแก้ไขปัญหาในบริษัทยังไง
อีกด้านหนึ่ง
ในเมื่อไม่รู้จะทำงานแผนกไหน แพนนีจึงหาที่สงบนั่งพัก ระหว่างนั้นก็หาข้อมูลของประธานบริษัท ซึ่งไม่ยากเลยที่จะเจอเรื่องราวของเขาผ่านข่าวธุรกิจ และเพิ่งรู้ว่าเขาเปลี่ยนนามสกุลตามพ่อเลี้ยง นั่นคือเจ้าของบริษัทคนก่อน เพราะแบบนี้เขาจึงกลายมาเป็นประธานบริษัทสินะ
ไม่เพียงได้รู้ความเป็นมา แต่ยังรู้เรื่องส่วนตัวที่พันไมล์กำลังคบหากับแคทด้วย นั่นเป็นความจริง ทั้งคู่เหมาะสมกันทั้งฐานะและหน้าตาทางสังคม แพนนีน่าจะยินดีให้ แต่ไม่รู้ทำไมกลับเจ็บปวดในใจราวกับมีหนามแหลมคมทิ้งอยู่กลางอก
ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงัด แพนนีได้แต่นั่งนิ่ง ปล่อยให้ความรู้สึกกลืนกินตัวเองอย่างช้า ๆ โดยข่มใจอยู่ตลอดว่า ‘มันเป็นไปไม่ได้แล้ว’
ในตอนนั้นเอง “ทำอะไร!!”
แพนนีน่าจะเล่านะว่าเกิดอะไรกับตัวเอง
หรือเพราะอายหรือหยิ่ง ถ้าพูดสักคำพันไมล์น่าจะเห็นใจ