ชุมชนแออัดหลังวัด
เมื่อรถเมล์จอดป้ายสุดท้าย แพนนีลงจากรถเดินไปหน้าตู้เอทีเอ็มเพื่อกดเงินเดือนล่วงหน้าที่ได้มา ก่อนจะเดินลัดเลาะไปตามตรอกเล็ก ๆ เข้าไปยังชุมชนแออัดหลังวัด
แหล่งชุมชนแน่นขนัดด้วยบ้านไม้ทรุดโทรมหลังเล็ก ๆ หลังคาเป็นสังกะสีขึ้นสนิทเรียรายเป็นระเบียบ แม้จะค่ำมืดแล้วแต่เสียงผู้คน เสียงเด็กวิ่งเล่นและเสียงสุนัขเห่าหอนก็ยังดังชัดเจน ชีวิตที่นี่อัดแน่นด้วยความเรียบง่ายและพลุกพล่านในเวลาเดียวกัน
บ้านเกือบหลังสุดท้ายคือที่อยู่อาศัยของแพนนี หญิงสาวเดินมาถึงปุ๊บสิ่งแรกที่เห็นคือเศษแก้วแตกเต็มพื้น ประตูบ้านเปิดอ้าซ่า เป็นเครื่องหมายอย่างดีว่าต้องมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น
“แม่!!” ร่างบางอุทานก่อนจะรีบปรี่เข้าไปในบ้าน ทว่ากลับตัวแข็งทื่อยามได้เห็นภาพเบื้องหน้าที่บุพการีนั่งกอดเข่าอยู่ในมุมหนึ่ง ดวงตาเหี่ยวย่นเบิกโพลงเต็มไปด้วยความหวาดกลัว พวงแก้มมีคราบน้ำตา ไม่เพียงแค่นั้นชายฉกรรจ์สองคนใส่ชุดสีดำมืดมนกำลังยืนกวาดตามองรอบ ๆ ราวกับหาอะไรบางอย่าง
“แม่! เกิดอะไรขึ้น” เสียงแพนนีหายไปกับความตื่นเต้น ทั้งสามคนในบ้านหันมามองเธอเป็นตาเดียวในขณะที่คนมาใหม่สาวเท้าตรงไปหามารดาด้วยความเป็นห่วง
“มาแล้วเหรอลูก”
“นี่มันเรื่องอะไรคะ”
“เจ้า...หนี้”
คำตอบของแม่ทำให้ทุกอย่างชัดเจนขึ้นในทันที กลิ่นอายของความตึงเครียดลอยอบอวลไปทั่วบ้าน แพนนีเม้มริมฝีปากแน่นขณะที่ชายสองคนขยับเข้าใกล้ แววตาของพวกเขาแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความเร่งร้อน หนึ่งในนั้นหยิบซองเอกสารออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ส่งให้แพนนีอย่างไม่สบอารมณ์
“เงินที่ค้างจ่ายมาสองเดือนแล้ว ถ้าไม่ชำระคืนนี้ พวกเราคงต้องเอาลมหายใจใครบางคนไปแทน” นั่นไม่ใช่แค่การขู่ แต่สีหน้าคนพูดบอกให้รู้ว่าเอาจริง
แพนนีกางมือออกปกป้องบุพการีตามสัญชาตญาณ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ครอบครัวต้องเผชิญปัญหาเช่นนี้
“ฉันมี...ฉันหามาคืนแล้ว ห้าหมื่น” เสียงสั่นเอ่ยพร้อมกับล้วงเงินสดที่เพิ่งถอนมาหมาด ๆ ส่งให้ชายคนนั้น เขาคว้ามันพร้อมกับเอ่ย
“หึ! แค่ดอกเบี้ย”
ดวงคาคู่สวยเบิกกว้าง หยัดกายยืนพรวดลืมความกลัวไปเลย
“ดอกเบี้ยอะไร นั่นเงินที่แม่ยืมจากพวกนายไม่ใช่ ห้าหมื่นครบแล้ว”
“อ้าว อีนางนั่นไม่ได้บอกเหรอ วันนี้มันยืมอีกสองแสนบอกว่าลูกสาวได้งานแล้วจะทยอยเอาเงินคืนทั้งต้นทั้งดอก”
ขวับ!!
แพนนีหันกลับไปหาคนที่กำลังนั่งตัวสั่นเทาด้วยความสงสัยและโกรธแค้นดวงตาเต็มไปด้วยคำถามที่ยังไม่กล้าถามออกไป ระหว่างนั้นมีคนหนึ่งในกลุ่มเจ้าหนี้แค่นหัวเราะเบา ๆ เย้ยให้สองสาว
คนหนึ่งเป็นแม่สร้างแต่ปัญหา ส่วนอีกคนเป็นลูกต้องมาใช้กรรมแทน ภาพพวกนี้เจ้าหนี้อย่างพวกตนเห็นมานัดต่อนัด ไม่นึกสงสารเลยเพราะถ้าไม่จ่ายดอก ตนก็พร้อมจะเอาหลักฐานเป็นมือขาหรืออวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งไปให้เจ้านายดู
ระหว่างนั้นคนเป็นมารดาเอาแต่หลบสายตาลูกสาว
“สองแสนหมายความว่าอะไรแม่?” แพนนีถามเสียงสั่นเครือ ใจหนึ่งอยากรู้ อีกใจหนึ่งกลัวคำตอบ คนถูกถามเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า “แม่...ไม่มีทางเลือก ตอนนั้นคิดว่าถ้าลูกได้งาน ทุกอย่างจะดีขึ้น”
“อะไรหมายความว่าไง” เสียงแพนนีดังขึ้นอีกส่วน
จังหวะเดียวกันชายฉกรรจ์ไม่อยากอยู่ต่อ ได้เงินห้าหมื่นเป็นดอกเบี้ยแล้วจึงยอมกลับไปแต่โดยดี ไม่พูดถึงกำหนดคืนเงินสองแสน เพราะคนมายืมรู้ดีว่าต้องคืนวันไหนตามที่ทำสัญญาไว้
บุตรสาวกลับลงมานั่งข้างมารดา สายตาคาดคั้นพร้อมกับถามอีกครั้ง
"สองแสนแม่เอาไปไหนหมด แม่บอกความจริงมาเดี๋ยวนี้” เธอใช้เสียงแข็งก็จริง แต่นัยน์ตาคู่สวยคลอเบ้าน้ำสีใสจะไหลออกมาร่อมร่อ เจ็บแค้นในอกคิดว่าเงินก้อนนี้จะหยุดเรื่องทุกอย่างได้ แต่เปล่าเลย...เธอต้องรับชะตากรรมใช้หนี้ที่ไม่มีวันหมดสิ้น
แค่คิดก็พลันให้น้ำตาไหล ร้องไห้สะอื้นออกมาอย่างอดกลั้นไม่อยู่
“ฮือ ๆ ทำไมแม่ทำแบบนี้ ทำไมเป็นคนแบบนี้ ฮือ”
แทนที่มารดาจะนึกสงสาร ไม่เลย...เห็นลูกร้องไห้ก็หันขวับมาทำตาดุใส่ “ฉันเอาเงินพวกนั้นไปเล่นไพ่ ก็เพื่อจะให้มีเงินเพิ่ม แกไม่เข้าใจหรอก”
“มันหมดตัวแบบนี้มากี่ครั้งแล้วแม่ ทำไมแม่ยังจะไปเสี่ยงดวงแบบนั้นอีก”
“แล้วจะทำไม นั่นเป็นความสุขของฉัน จริงสิ! แกเอาเงินให้พวกมันไปแล้ว แต่เก็บบางส่วนไว้ใช่ไหม เอามาให้ฉัน” มารดาไม่ได้สำนึกผิดแม้แต่น้อย ดึงกระเป๋าสะพายของลูกสาว
“แม่จะทำอะไร” แพนนีรีบคว้ากลับมา แต่หล่อนไม่ให้รีบเปิดกระเป๋าเทกระจาดของในนั้นออกมา ทว่า...กลับไม่มีเงินสักบาท
“ไหนเงินเดือนแก”
“ให้เจ้าหนี้ไปหมดแล้วไง”
“ทำไมแกโง่แบบนี้ ทำไมไม่ได้ความฉลาดของฉันบ้างฮะ เอาความโง่ของพ่อแกทิ้งไปบ้าง” ขณะที่ด่าทอก็ใช้ปลายนิ้วชี้เลิกศีรษะบุตรสาวไปด้วย แพนนีไม่ตอบโต้แม้แต่น้อยเอาแต่ร้องไห้ สองมือกำแน่นจนข้อนิ้วขาว
คำว่า ‘พ่อ’ ที่แม่เพิ่งเอ่ยเหมือนคมมีดกรีดลึกเข้าไปในใจแพนนี เจ็บหน่วงจนแทบหายใจไม่ออก ความอ่อนโยนสุดท้ายที่เหลืออยู่ในโลกใบนี้ถูกเหยียบย่ำซ้ำลงไป เธอหลับตาแน่นกลั้นสะอื้นไว้ มือสองข้างยังคงกำแน่น ไม่กล้าส่งเสียงตอบโต้อีก เพราะรู้ดีว่าไม่มีใครเข้าใจความรู้สึกสูญเสียและแผลลึกในอกนี้ได้
“หนูขอตัว” เธอเลือกที่จะทิ้งข้าวของไว้เช่นนั้น ลุกพรวดเดินกลับเข้ามาในห้องนอนตัวเอง
ถ้าคุณพ่อไม่สั่งเธอไว้แบบนี้ ป่านนี้เธอก็คงทิ้งแม่ไปนานแล้ว...
เป็นไรต์หนีแล้วนะ ไม่ทนหรอกแม่แบบนี้