บทนำ
เสียงเครื่องยนต์ทำงานอย่างเงียบเชียบในห้องโดยสารหรูหราของรถยุโรปสีดำสนิท ชายหนุ่มในสูทเข้ารูปสีน้ำเงินเข้มเอนตัวพิงเบาะหนังแท้ด้วยท่วงท่าสงบและสุขุม ทว่าแววตากลับเฉียบคมไม่ต่างจากใบมีดกำลังจ้องมองหน้าจอแท็บเล็ตในมือสะท้อนกราฟสีเขียวแดงที่ไหลขึ้นลงราวกับจังหวะลมหายใจของตลาดโลก เขาเลื่อนนิ้วอย่างมั่นคง ขณะที่เสียงข้อความแจ้งเตือนดังขึ้นเบา ๆ ในหูฟังไร้สาย
‘สิบนาฬิกามีนัดสัมภาษณ์พนักงานใหม่’
เป็นข้อความจากเลขาส่วนตัวส่งตารางงานมาให้ คิ้วหนาได้รูปขมวดย่นยู่ ริมฝีปากเม้มแน่นเล็กน้อย ดวงตาคมกริบไล่อ่านข้อความให้แน่ใจอีกรอบราวกับไม่เชื่อว่าประโยคนั้นส่งมาจากเลขาคนสนิทพ่วงตำแหน่งเพื่อนจะส่งเรื่องเล็กน้อยมาแจ้งเตือน นิ้วเรียวยาวแตะล็อกหน้าจออย่างเย็นชา
ปกติประธานบอร์ดผู้บริหารอย่างเขาไม่จำเป็นต้องไปยุ่งกับเรื่องแบบนั้น ไฉนวันนี้เลขาจัดตารางงานได้มั่วซั่วสิ้นดี
เขาสบถในใจ จะด่าตรง ๆ กับมันก็ไม่ได้ ยอมรับว่าเลขาคนนี้ทำงานดีมาก ๆ ขืนลาออกกลางคัน คนที่แย่ก็คือตนนี่แหละ
บริษัท SOW Group
แสงแดดยามสายส่องลอดผ่านม่านกระจกของห้องประชุมชั้นบนสุดของอาคารสำนักงานใหญ่ บรรยากาศในห้องดูเงียบกริบแม้จะอยู่กันห้าชีวิตบนเก้าอี้เบาะนุ่มเรียงตัวกันเป็นหน้ากระดาน ทว่าในความนิ่งนั้นกลับเต็มไปด้วยแรงกดดันที่มองไม่เห็น
ประธานบริษัทนั่งอยู่หัวโต๊ะ เอกสารโพรไฟล์ผู้เข้าสัมภาษณ์ปึกหนึ่งวางอยู่ตรงหน้า เขาไม่ได้อ่านมันสักแผ่น แต่กลับจ้องไปบานประตูที่ยังปิดสนิทด้วยแววตาเบื่อหน่าย
สิบห้านาทีผ่านมาแล้ว หญิงสาวมากหน้าหลายตาสับเปลี่ยนกันเข้าออกเพื่อตอบคำถามจากหัวหน้าฝ่ายบุคคล ประธานบริษัทไม่พูดสักคำเอาแต่นั่งนิ่งตามปกติวิสัย
“คนถัดไปครับ” เสียงเลขานุการหนุ่มเคาะประตูเบา ๆ ก่อนเปิดออก
เผยให้เห็นหญิงสาวคนใหม่ก้าวเข้ามาอย่างมั่นใจ ชุดสูทสีดำเรียบง่ายกับผมยาวถูกมัดรวบเรียบร้อย ดูเป็นมืออาชีพในแบบที่ใครก็ไม่อาจตำหนิได้
คนมาใหม่หยุดยืนเบื้องหน้าทุกคน ถือวิสาสะใช้ดวงตาคู่สวยมองคนบนเก้าอี้ตั้งแต่คนสุดท้ายไล่มายังหัวโต๊ะ เดาได้ไม่ยากว่าความน่าเกรงขามที่แผ่ออกมาจากคนนั้นบ่งบอกถึงตำแหน่งประธานบริษัท
ทว่า...
แวบแรกที่หันมาสบตากับเขา เวลารอบตัวก็เหมือนหยุดนิ่ง
หัวใจของเขาและเธอเต้นสะดุดชั่ววินาที ต่างฝ่ายต่างเบิกตากว้าง เพราะทั้งคู่ไม่ใช่คนแปลกหน้ากัน
เธอคือเพื่อนเก่าสมัยมัธยม คนที่เคยเป็นทุกอย่างให้กับเขาและเป็นคนที่หายไปจากชีวิตโดยไม่มีคำลา
มองสบกันเพียงห้าวินาทีเป็นฝ่ายเธอที่เบือนหน้าไปหาคนตรงกลางแทน หญิงสาวกะพริบตาเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มบาง ๆ อย่างคนที่รู้ตัวดีว่าตอนนี้ไม่ได้มาในฐานะ "เพื่อนเก่า" แต่เป็น "ผู้สมัครงาน"
“สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อศินาณดามาสัมภาษณ์ในตำแหน่งพนักงานไอทีค่ะ”
ท่านประธานได้ยินเช่นนั้น ขยับแผ่นหลังออกจากพนักเก้าอี้มานั่งเหยียดกายตรง ตั้งศอกทั้งสองแขนไว้กับโต๊ะ ประสานนิ้วหยาบเข้าด้วยกัน ก่อนที่นัยน์ตาคมกริบจะหรี่ลงจ้องจริงใจมองคนเบื้องหน้า พ่นลมหายใจแผ่วเบาผ่านริมฝีปาก แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นกว่าปกติเล็กน้อย
“หึ! เจอกันอีกจนได้” รอยยิ้มร้ายปรากฏในรอบหลายปีกับคนสุขุม นานมากแล้วที่ประธานบริษัทไม่เลือดพล่านขนาดนี้
++++++
ขอกำลังใจ กดใจ+คอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ทรีด้วยนะคะ