หกปีก่อน
“แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยู้...แฮปปี้เบิร์ดเดย์...ทูแพนนี”
เสียงประสานของวัยรุ่นนับสิบชีวิตร้องเพลงวันเกิดให้กับเจ้าของงานภายในห้องพักขนาดกะทัดรัดบนชั้นสิบเจ็ดของคอนโดฯ ใจกลางเมือง ทั้งห้องอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะยินดี แสงไฟสลัวสีนวล รวมถึงลูกโป่งประดับที่ติดล้อมรอบฝาผนัง บริเวณตรงกลางมีลูกโป่งฟอยล์ตัวเลข18 บ่งบอกอายุเจ้าของงานในค่ำคืนนี้
บนโต๊ะกระจกเล็ก ๆ หน้าโซฟาตัวยาววางเค้กก้อนใหญ่ประดับด้วยเทียนสีพาสเทลตัวเลข18 ถูกจุดด้วยเปลวไฟเล็ก ๆ ก่อนเพื่อน ๆ จะเริ่มร้องเพลงอวยพร
เจ้าของวันเกิดดีใจอย่างมากกับการถูกทำเซอร์ไพรส์จากเหล่าเพื่อนสนิทไม่กี่คน
“อธิษฐานแล้วเป่าเทียนเลยแพนนี”
นั่นคือชื่อเจ้าของวันเกิด “แพนนี” สาวน้อยวัยสิบแปด เจ้าของเรือนหน้าจิ้มลิ้ม ผิวขาวนวลเนียนในแบบฉบับลูกคุณหนู ลูกสาวเพียงคนเดียวของนายตำรวจยศใหญ่ วันนี้ครบรอบครบสิบแปดพอดีจึงมาจัดงานเลี้ยงในคอนโดฯ หรูหราใจกลางเมือง ซึ่งเป็นห้องหนึ่งของบิดา
และเมื่อเป่าเทียนแล้ว
เสียงเฮของเพื่อน ๆ ก็ดังต่อท้ายในทันที พร้อมกับหยิบกล้องมือถือเก็บภาพความทรงจำแห่งความสุขเล็ก ๆ นี้ไว้ เผื่อเวลาผ่านไปทุกคนจะได้กลับมาดูค่ำคืนนี้อีก
คนมาร่วมงานทยอยหยิบกล่องของขวัญที่เตรียมมาส่งให้เจ้าของวันเกิด คนรับมีแววตาเปล่งประกายมากกว่าทุกวัน โดยเฉพาะกล่องเล็ก ๆ สีชมพูตรงหน้าที่ยื่นมาจากมือของพันไมล์
เด็กหนุ่มวัยเดียวกันเรียนที่เดียวกันมาตั้งแต่อนุบาลจนถึงตอนนี้ แม้เขาจะมีฐานะจนแต่ลูกคุณหนูกลับไม่ถือสาแม้แต่น้อย ถือเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของแพนนีด้วยซ้ำ
“ไอ้กระจอกนี่มันคงให้อะไรไม่มีค่ากับควีนของพวกเราอีกล่ะสิ” เพื่อนในกลุ่มคนหนึ่งเอ่ยดึงความสนใจให้คนอื่นหันมามอง ทุกคนที่ยืนอยู่ในที่นี่ล้วนแต่เป็นลูกหลานคนรวยทั้งนั้น ไม่แปลกใจทำไมทุกสายตาถึงมองพันไพล์ด้วยความรังเกียจ
ปกติไม่มีทางหรอกที่คนรวยจะคบกับพวกจน ๆ ที่พันไมล์อยู่ตรงนี้ได้เพราะอิทธิพลของแพนนีล้วน ๆ เธอไม่ใช่แค่ลูกนายตำรวจแต่เป็นหัวหน้าพวกเขาด้วย จึงมักเรียกเธอว่า ‘ควีน’
“เหม็นสาบคนจนว่ะ” อีกคนเสริม
ดวงตาคู่สวยเหลือบมองพันไมล์ ซึ่งใบหน้าคมที่ยิ้มแย้มเมื่อครู่กลับหงอยทันตา ยืนหลุบคอมองพื้นอย่างคนเจียมตัว หากวันนี้ไม่ใช่งานเลี้ยงวันเกิดแพนนี เขาก็ไม่มีทางมาหรอก เพราะรู้อยู่เต็มอกว่าต้องเกิดเรื่องทำนองนี้
“ไล่...” อีกคนจะพูดเสริม ดวงตากลมโตหันขวับไปจิกใส่ทันที ทำทั้งหมดหุบปากทันควัน บรรยากาศครึกครื้นกลายเป็นอึดอัด ทุกคนต่างกลัวเธอ มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่รู้สึกซาบซึ้งกับการถูกปกป้องนั่นคือพันไมล์
“พวกแกจะทำเสียบรรยากาศคืนนี้ทำไม มาสนุกกันดีกว่า ดูสิว่าวันนี้ฉันพาใครมาด้วย” เสียงแจ้วเป็นของผู้หญิงในกลุ่ม หล่อนไม่เอ่ยเปล่าแต่เดินออกไปจากห้อง แค่แป๊บเดียวก็กลับมาพร้อมชายหนุ่มวัยเกือบสามสิบปีถูกมัดมือมัดปาก ใบหน้ามีรอยฟกช้ำจากการถูกต่อย
ภายในห้องไม่มีใครตกใจกับภาพเบื้องหน้า พากันมองด้วยนัยน์ตาเย้ยหยันเสียมากกว่า เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรก...แต่เด็กพวกนี้ก่อเรื่องทำนองเดียวกันมานับครั้งไม่ถ้วน ทำตัวเป็นศาลเตี้ยเพื่อลงโทษคนที่ไม่พึงพอใจ ไม่ต่างอะไรกับแก๊งอันธพาลเลย
คนมาใหม่ถูกผลักมานั่งคุกเข่าต่อหน้าแพนนี พลางจ้องมองเธอทำเสียงอู้อี้
“ไอ้อาจารย์ฝึกหัดคนนี้ให้พวกเราสั่งสอนมันแทนเธอนะควีน”
“ใช่ หมั่นไส้มานานล่ะ เล่นกับใครไม่เล่นกล้าด่าแพนนีของเราต่อหน้าสาธารณะ”
“เป็นแค่อาจารย์ฝึกหัดไม่เจียมตัว”
เพื่อนโกรธแค้นแทนแพนนีที่วันก่อนถูกไอ้ผู้ชายคนนี้ตะคอกใส่เรื่องมาสายต่อหน้านักเรียนทั้งโรงเรียน เธอไม่ได้โกรธหรือถือสาแต่พวกเพื่อนกลับเป็นเดือดเป็นร้อนแทน
ไม่มีคำพูดใด ๆ จากเจ้าของวันเกิด แต่ละคนถือเป็นคำอนุญาตจึงพากันแกล้งคนคุกเข่า มีคนหนึ่งเอาน้ำอัดลมราดศีรษะ ก่อนอีกคนจะเข้ามาถีบจนมันล้มหงายไปแล้วพากันรุมกระทืบต่อระบายอารมณ์
แพนนีนั่งมองด้วยนัยน์ตาว่างเปล่า เธอเห็นพฤติกรรมรุนแรงเบื้องหน้าเป็นเรื่องเคยชิน ทุกครั้งที่เพื่อน ๆ ทำจะอ้างแพนนีเสมอจึงไม่มีใครกล้าขัด หนำซ้ำเวลาใครมีเรื่องเดือดร้อนก็เป็นอันต้องมาขอความช่วยเหลือจากเธอ เพื่อให้ไปบอกกับนายตำรวจใหญ่ ซึ่งก็ช่วยให้รอดพ้นมาได้ เพราะแบบนี้ทุกคนจึงเห็นเธอเป็นควีนและอยากเอาอกเอาใจ