เสียงร้องโหยหวนดังแข่งกับดนตรีจังหวะระทึกที่เปิดกลบไปทั้งห้อง แต่ละคนเล่นงานร่างสะบักสะบอมรุนแรงถึงขั้นใช้ไฟลนผม กลิ่นเหม็นไหม้คละคลุ้ง กระนั้นก็ไม่หนักมือให้แข้งขาหักแค่สั่งสอนเพื่อให้หลาบจำ ข่มขู่สารพัดแลกกับการไม่แจ้งความ เมื่อพอใจแล้วก็พาไปส่งโรงพยาบาล นี่แหละวิธีของพวกเขา...
“พอใจพวกแกแล้วใช่ไหม” แพนนีถาม
“มาก”
“งั้นก็แยกย้ายกันกลับได้แล้ว ฉันเหนื่อย”
“โอเค งั้นเจอกันที่โรงเรียนวันจันทร์นะ”
เมื่อเจ้าของงานไล่แล้วพวกเพื่อนไม่รู้จะอยู่ทำไม ทุกคนทยอยกันกลับทิ้งห้องสกปรกเลอะเทะไว้ให้แพนนีรับผิดชอบ หญิงสาวกวาดตามองรอบห้อง ก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นยืน เธอไม่ได้ยี่หระกับสิ่งที่เห็น แต่กังวลใจกับบางเรื่องมากกว่า
สมาร์ตโฟนราคาแพงถูกหยิบออกมาดูหน้าจอครั้งแล้วครั้งเล่า แต่กลับไม่มีสายจากบุพการีโทรมาอวยพรหรือส่งข้อความมาเลย เป็นสิ่งที่เธอต้องการที่สุดในวันนี้
ความน้อยใจบังเกิดมาทั้งวัน รู้อยู่แล้วว่าพ่อแม่ไปงานเลี้ยงของคนสำคัญไม่มีเวลาฉลองวันเกิดให้ แม้จะจัดงานเลี้ยงให้สนุกกับเพื่อนแทน แต่ไม่โทรมาเลยเนี่ยนะ แบบนี้จะไม่ให้น้อยใจได้ไง
ร่างบางเดินเข้ามาในห้องนอนทิ้งตัวลงบนเตียง ความนุ่มจากฟูกเยียวยากายที่แบกหน้าที่ทำเป็นไร้ความรู้สึกมาตลอดทั้งวันได้ดี เธอหลับตาพริ้มทิ้งความรู้สึกอื่น ๆ ลิ้มรสความเย็นของแอร์ที่เปิดเย็นฉ่ำ
แต่ทว่า...
เสียงบางอย่างจากด้านนอกเป็นตัวกระตุ้นให้ร่างบางต้องลุกเดินออกไปดู พันไมล์กำลังเก็บกวาดข้าวของทั้งหมดอยู่ มันไม่ใช่หน้าที่ของเขาแต่ชายหนุ่มเลือกทำมันเอง
“นายยังไม่กลับเหรอพันไมล์” เจ้าของเสียงยืนกอดอกพิงกรอบประตู
“ยัง เราทำให้ตื่นเหรอ”
“ไม่หรอก ฉันยังไม่หลับ”
“งั้นกินเค้กวันเกิดกันไหม”
“เอาสิ วันเกิดทั้งทีต้องกินเค้กเนอะ”
เป็นเค้กก่อนเดียวกับที่แพนนีเป่า ไม่มีใครแตะมันสักนิดเพราะมัวแต่ทำเรื่องบ้า ๆ
สองคนนั่งติดกันอยู่บนโซฟา พันไมล์ทำหน้าที่หั่นเป็นสามเหลี่ยม ชิ้นหนึ่งถูกส่งให้เจ้าของวันเกิด ส่วนอีกชิ้นพันไมล์ถือไว้
“ขอให้มีความสุขมาก ๆ นะ” นัยน์ตาคมกริบมองคนเบื้องหน้าอย่างหลงใหล แต่สายตาของคนถูกมองกลับว่างเปล่า
“ขอบใจ”
เจ้าของวันเกิดตักเค้กคำเล็ก ๆ เพราะปกติไม่ชอบหวาน แต่ต้องจำใจกินคิดว่าวันเกิดทั้งทีมีแค่ครั้งเดียวในรอบปีน่าจะกินมันสักหน่อยให้สมกับคำว่า ‘วันเกิด’ เมื่อได้ลิ้นรสดวงตากลมโตกลับเบิกกว้างกว่าเก่า
"อื้ม เค้กนี้ไม่หวานเลยแฮะ” เสียงตื่นเต้นหันไปบอกกับคนข้าง ๆ เขาระบายยิ้มส่งให้
“ฝีมือนายใช่ไหม นายรู้ว่าฉันไม่ชอบของหวาน”
“ใช่” เขาตอบรับด้วยใบหน้าพึงพอใจ ทุกเรื่องเกี่ยวกับเธอ...สิ่งไหนที่ชอบ อะไรที่ไม่ชอบพันไมล์รู้ทุกอย่าง ในใจชัดเจนกับคำว่า ’รัก’ มานานแล้ว แต่ไม่กล้าพูดมันออกไป เพราะกลัวจะเสียความสัมพันธ์เพื่อน...อีกอย่างระหว่างเขากับเธอฐานะต่างกัน ดอกฟ้าคงไม่มีทางมองหมาวัดอย่างตน
“นายดีกับฉันที่สุด”
“กินเยอะ ๆ ล่ะอย่ามัวแต่พูดมาก”
“ชักเอาใหญ่แล้วนะ กล้าว่าฉันพูดมากเหรอ”
“เปล่า”
จังหวะนั้นดวงตากลมโตเหลือบไปเห็นกองของขวัญที่วางอยู่ด้านหลังเขา นึกสนุกอยากแกล้งเพื่อนสนิทจึงเอ่ยต่อ
“อยากรู้จริงว่าคนใจกล้าให้อะไรกับฉัน” แพนนีเอ่ยจบโน้มตัวไปหยิบของขวัญห่อสีชมพูอันเล็กมา ซึ่งนั่นเป็นของพันไมล์
“แกะที่บ้านสิ” เขาห้ามพร้อมกับจะคว้ามัน แต่หญิงสาวรู้ทันหลุบมือไปอีกทาง
“มีพิรุธนะ ชักอยากรู้แล้วสิข้างในเป็นอะไร”
“ไม่มีอะไรหรอก ไปเปิดที่บ้านเหอะ”
“ทำไมล่ะ นายให้ฉันแล้ว ฉันมีสิทธิ์จะดูมัน จะแกะตอนนี้ด้วย” แพนนีเอ่ยพร้อมกับยกมือสุดแขนเพื่อไม่ให้เขาคว้าไปได้ ยิ่งเห็นอาการร้อนรนของเพื่อน เธอก็ยิ่งชอบใจ โดยลืมไปเลยว่าแขนผู้ชายยาวกว่าผู้หญิง
“ไม่ได้ก็คือไม่ได้” เจ้าของเสียงยกสะโพกจากโซฟาพร้อมกับเอื้อมไปหยิบ อาการร้อนรนทำร่างสูงโปร่งลืมตัวกระแทกใส่ร่างบางพาเธอเอนล้มไปกับโซฟาโดยที่ร่างของเขาทับอยู่ด้านบน
กล่องของขวัญหลุดจากมือ แต่สายตาทั้งคู่กลับปะทะกันอย่างจัง ใบหน้าทั้งสองใกล้กันจนเธอได้ยินเสียงหายใจของเขาและยังเห็นเงาของตัวเองสะท้อนอยู่ในม่านตาสีนิล
แพนนีชะงัก หัวใจเต้นแรงอย่างไร้เหตุผลขณะที่พันไมล์ก็ไม่ขยับตัวไปไหน ดวงตาคมยังคงจ้องเธอแน่นิ่งราวกับกำลังถามบางอย่างที่ไม่มีคำพูดใด ๆ
แต่ทว่า...
กลับมีบางสิ่งแผ่ซ่านอยู่ในกายของทั้งสองคน และเป็นแพนนีเสียเองที่เอื้อนเอ่ยออกมา
“นายเคยมีอะไรกับใครหรือยัง”
++++++++
แพนนีเธอกล้ามากนะ😆
กดให้กำลังทรีด้วยนะแม่ๆ