เธอแค่ถามเล่น ๆ แต่ใบหน้าคมกลับแดงระเรื่อไปถึงใบหู สติกลับมาก็รีบหยัดกายถอยออกห่างมานั่งชิดมุมโซฟาอีกฝั่ง สองมือกำแน่นวางบนหน้าตัก แสร้งหันไปทางอื่นเลี่ยงที่จะไม่ตอบคำถาม
เธอไม่อาย แต่เขาอาย ผู้หญิงที่ไหนกล้าถามผู้ชายเรื่องแบบนั้นกัน
“หือ? ไม่ตอบล่ะ” เสียงเย้าแหย่ถามต่อ ไม่พูดเปล่าแต่ขยับใกล้ขึ้น พลางใช้ปลายนิ้วชี้จิ้มแก้มหนาประกอบ เขาปัดออกอย่างรำคาญ แต่เธอยังทำซ้ำ จนชายหนุ่มหงุดหงิดคว้าข้อมือเล็กห้ามไว้ ก่อนจะหันขวับมาหา
“เลิกแกล้งได้แล้ว”
“แกล้งที่ไหน ฉันแค่อยากให้นายตอบ”
“ไม่เคย พอใจยัง” เขาตอบกระแทกเสียงพร้อมกับปัดข้อมือเล็กทิ้ง หญิงสาวยิ้มไม่หุบกับปฏิกิริยาของอีกฝ่าย...ไม่รู้ทำไมในใจรู้สึกแปลก ๆ อบอุ่น แปลบวูบราวกับเขาไม่ใช่เพื่อนที่เธอรู้จักตั้งแต่เด็ก
‘ไม่เคย’ คำนี้วนเวียนอยู่ในความคิดของแพนนี ไม่ได้ซึ้งกินใจ แต่กลับรู้สึกเหมือนตัวเองท้าทายขีดจำกัดของเขา มันกลายเป็นแรงกระตุ้นให้เธออยากเป็นคนแรกในความหมายนั้น
จะเป็นไรไป ถ้าเพื่อนจะทำหน้าที่เป็นคนแรกให้กันและกัน
ร่างบางไม่ได้เมาแต่เอาความบ้าบิ่นมาจากไหนไม่รู้ ความคิดชั่ววูบครอบงำความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ไม่หาเหตุผลใด ๆ ให้เสียเวลาใช้อุ้งมือบางประคองแก้มหนาให้สายตาคมจับจ้องมาที่ตน เป็นจังหวะเดียวกับที่โน้มตัวเข้าไปมอบจุมพิตให้กับริมฝีปากหยักหนา
ดวงตาคมเบิกกว้างเป็นไข่ห่านยามได้รับสัมผัสนุ่มหยุ่น พลันร่างกายของเขาแข็งทื่อ หัวใจกระตุกเต้นระรัว ในขณะที่ลืมหายใจ
พอใบหน้าจิ้มลิ้มผละริมฝีปากออก เป็นเขาเสียเองทีเอื้อมไปกดท้ายทอยของเธอเข้ามาใกล้ในระหว่างที่ตนยื่นหน้าเข้าหา มอบจูบแนบแน่นให้กับริมฝีปากอวบอิ่มบ้าง
เพียงเสี้ยววินาทีก็บังเกิดความร้อนแผ่ซ่านจนเกินควบคุม วัยคึกคะนองถูกกระตุ้นด้วยสัมผัสเล็กน้อยก็พลันปล่อยอารมณ์เตลิดเหมือนตกจากสูงแต่ไม่อยากคว้าอะไรไว้ มันไม่ใช่แค่รู้สึกไหลลื่น แต่ร่างกายกลับร้องเรียกโหยหาคนตรงหน้า
จูบธรรมดากลายเป็นดูดดื่มยามแพนนีเผยอปาก ลิ้นแฉะก็ชำแรกเข้าไปตักตวงลิ้มรสหวานจากเค้กที่เพิ่งทานเข้าไป ไม่ว่าลิ้นเรียวเล็กจะหลบหนีไปซอกซอยใดลิ้นซุกซนก็จะตามไปเกี่ยวพันตูไม่หยุดหย่อน
เขาไม่เคยจูบใครมาก่อน แต่ทุกสัมผัสและจังหวะกลับมีเสน่ห์ชวนเคลิบเคลิ้ม เล่นงานร่างบางจนอ่อนระทวย ถ้าบอกว่าช่ำชองก็น่าเชื่อ แม้จะดุดันแต่ความจริงล้วนแต่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและละมุน ไม่แปลกใจทำไมเวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีเล่นงานคุณหนูแข็งกร้าวได้อยู่หมัด ทลายกำแพงความเขินอายของแพนนีลงอย่างง่ายดาย
“ไปต่อกันในห้องไหม” เสียงแผ่วเบาของชายหนุ่มเอื้อนเอ่ยหลังจากผละริมฝีปากออกจากกันอย่างอ้อยอิ่ง
“อื้ม”
สองคนจูงมือกันเข้ามาในห้องนอน พวกเขายืนอยู่ข้างเตียงโดยที่ฝ่ายชายเป็นคนเริ่มปลดเปลื้องเสื้อผ้าบนตัวแพนนีทีละชิ้นอย่างเบามือ เขาทำกับเธอราวกับเป็นคนรัก เพราะอยากให้ครั้งแรกระหว่างสองเราเป็นเรื่องน่าจดจำ
ร่างบางตัวเปลือยเปล่าแม้มีนิสัยมั่นใจในตัวเองแต่ครานี้ก็อายเป็นเหมือนกัน มือข้างหนึ่งปิดทรวงอกอิ่ม ส่วนอีกข้างกุมบนโหนกอูมมีขนรำไร ใบหน้าแดงฉานถึงใบหู เบือนหน้าหนีในขณะที่หัวใจเต้นระรัวแทบจะทะลุนอกอก
++++++++++++
อกอีแม่เต้นแรงมากลูกกกก
ขอคอมเมนต์เป็นกำลังให้ทรีด้วยนะ อยากอ่านคอมเมนต์จากนักอ่านค่ะ🥰