เจ้าของเสียงย่อตัวลงข้าง ๆ พันไมล์ ระหว่างที่ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำเงยหน้ามอง
“เจ็บไหมพันไมล์” เสียงแจ้วถามพร้อมกับยิ้มแย้ม ชื่อของเธอคือ “แคท” เพื่อนสาวในกลุ่มเดียวกับแพนนี
“แพน...นีล่ะ” เสียงขาดช่วงถาม
“ห่วงตัวเองก่อนเหอะ ดูสภาพสิยังกล้าถามถึงควีนของพวกเรา”
“แพนนี...เธอไปไหน” แรงฮึดสุดท้ายรวบรวมเปล่งออกมา
“ยังจะถามถึงคนที่ให้พวกเรามาทำแบบนี้กับนายอีกเหรอ” แคทถอนหายใจยาวอย่างคนที่แบกรับความรู้สึกไว้มากกว่า ดวงตาคู่สวยเหลือบมองพันไมล์ก่อนจะเว้นวรรคไปราวกับมีเรื่องลับลมคมใน
“หมาย...หมายว่าไง” พันไมล์เงียบ ทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมา ความเจ็บปวดจากร่างกายกลายเป็นเรื่องรองเมื่อความสงสัยถาโถมเข้าใส่
“ฉันให้ดูอะไร” หล่อนเอ่ยพร้อมกับล้วงโทรศัพท์มือถือ เปิดบางสิ่งแล้วยื่นไปให้พันไมล์ดูชัด ๆ
คลิปวิดีโอกำลังฉายภาพแพนนี หญิงสาวที่เขาตามหาอยู่ ใจหนึ่งรู้สึกดีใจยามเห็นภาพของเธอ แต่อีกใจกลับถูกกระชากลงดิ่งเมื่อได้ยินประโยคถัดมาที่เธอคนนั้นกำลังพูดต่อหน้าจอ “เล่นงานไอ้พันไมล์ซะ จน ๆ อย่างมันไม่ใช่เพื่อนฉันอีก”
คำสั่งของควีนราวประกาศศิต เขาปะติดปะต่อได้แล้วทำไมพวกนี้ถึงได้มาทำร้ายตน เจ็บตัวไม่เท่าไหร่...แต่เจ็บใจนี่สิ สุดจะทน
‘จน ๆ อย่างมันไม่ใช่เพื่อนฉันอีก’ คำพูดนั้นกระแทกใจอย่างสาหัสเหมือนถูกตีด้วยค้อนเหล็ก มือของเขาสั่นอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่สายตาจับจ้องหน้าจอโทรศัพท์ รู้สึกราวถูกตัดขาดจากโลกทั้งใบ เสียงในคลิปทิ่มแทงลึกลงในความเชื่อมั่นที่เขามีต่อเธอ
“เข้าใจแล้วสินะ” หญิงสาวหยัดกายยืนเต็มความสูง ทันใดนั้น! คนที่เหลือก็กระทืบพันไมล์ต่อไม่หยุด เขาไม่ร้องสักนิดในใจเต็มไปด้วยความแค้น เงินที่วางไว้วันนั้นก็คงดูถูกเขาด้วยสินะ โง่เองที่ไปเชื่อใจ...สุดท้ายเธอก็ไม่ต่างอะไรกับไอ้พวกนี้
ปัจจุบัน
คนถูกสัมภาษณ์ตอบเสียงฉะฉานกับคำถามที่เหล่าหัวหน้าแผนกยิงใส่ เธอมีสีหน้ามั่นใจ มีความรู้เก่งกว่าคนสมัครงานที่ผ่านมา แต่ว่า...อายุของเธอยี่สิบห้าไม่ใช่พวกนักศึกษาจบใหม่ แถมยังไม่มีประสบการณ์จากบริษัทอื่น น่าเสียดายที่คุณสมบัติไม่ตรงตามต้องการ
“ถึงคุณจะเก่ง แต่เราอยากได้คนที่พร้อมจะเติบโตไปกับบริษัทระยะยาวมากกว่า” คนหนึ่งพูด คนที่เหลือก็เออออตาม ในขณะที่ประธานบริษัทนั่งหมุนปากกาเล่นทำหน้าทำตาไม่ยี่หระกับเหตุการณ์ตรงหน้า
“หมายถึงต้องการพนักงานที่มีประสบการณ์เหรอคะ” หญิงสาวผู้ถูกสัมภาษณ์ยิ้มน้อย ๆ แววตามีความมุ่งมั่น แม้ประโยคที่ได้ยินจะเป็นการปฏิเสธทางอ้อม
“ใช่ครับ”
“เดี๋ยวนี้ประสบการณ์ที่มาจากชีวิตจริงมันก็หลากหลายกว่าบนกระดาษนะคะ อีกอย่างถ้าบริษัทของคุณไม่ให้โอกาส แบบนี้ผู้สมัครอย่างดิฉันจะมีประสบการณ์ได้ยังไง”
บรรยากาศในห้องเงียบกริบทันที เหล่าหัวหน้าแผนกมองหน้ากันด้วยความลังเล เพราะคำพูดของเธอจี้จุดบางอย่างที่ไม่มีใครกล้าตอบ ระหว่างนั้นประธานหนุ่มหยุดหมุนปากกา จ้องมองหญิงสาวเบื้องหน้าอย่างครุ่นคิด
เธอยังยโสและมั่นใจในตัวเองเหมือนเดิม หึ! น่าสนุก
ประธานบริษัทเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย กระตุกยิ้มเย็นชาก่อนจะเอื้อยเอ่ยบางอย่างเพื่อทำลายความเงียบ “ให้คนอื่นกลับไปให้หมด”
ทุกสายตาหันมามองเจ้าของเสียงคอแทบเคล็ด ไม่เข้าใจว่าเขาสื่ออะไร จะยกเลิกการสมัครนี้เหรอ? หรือว่ามีคนที่คิดไว้แล้ว? ทุกคนนั่งตัวแข็งทื่อราวกับมีหินก้อนใหญ่ถ่วง
เสียงเก้าอี้ของประธานลากพื้นดังให้ทุกคนกลับมามีสติ ร่างสูงก้าวมั่นใจเดินไปยืนประจันหญิงสาว ยิ่งใกล้ก็ยิ่งเห็นชัดเจน ระยะเวลาหกปีนี้ทั้งเขาและเธอเติบโตเปลี่ยนเป็นวัยผู้ใหญ่มากขนาดไหน
“ตามฉันมา...” สุ้มเสียงเย็นยะเยือกเอ่ยให้ทุกคนได้ยิน แล้วเว้นวรรคเอ่ยต่อด้วยเสียงแผ่วเบา “แพนนี”
+++++++++
จะทำอะไรฮะพันไมล์
ในตอนจะเล่าอดีต มาตัดมาปัจจุบันนะคะ