ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างยามได้ยินชื่อของตนถูกเอื้อนเอ่ยจากประธานหนุ่มราวสายฟ้าฟาดกลางกบาล เป็นเครื่องยืนยันอย่างดีว่าเขาจำเธอได้
ความนิ่งงันกินเวลาครู่หนึ่ง ก่อนที่เสียงฝีเท้าหนักแน่นของประธานบริษัทจะนำความตึงเครียดตามไปด้วย ทิ้งความสงสัยบังเกิดกับเหล่าหัวหน้าแผนกทั้งหลาย ปกติอัครเนศร์อารมณ์แปรปรวนเอาแน่เอานอนไม่ได้ เวลาโกรธก็ยิ่งดูน่ากลัวราวกับระเบิดที่พร้อมตู้มได้ทุกเมื่อ ครั้งนี้ก็เหมือนกัน...ใครจะกล้าหือกับประธาน
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ก่อนจะหมุนตัวเดินตามร่างสูงออกไป เธอเว้นระยะห่างจากเขาอย่างมีมารยาท ได้กลิ่นน้ำหอมของผู้ชายลอยทวนลมมาอ่อน ๆ เธอลอบมองแผ่นหลังกว้างของคนด้านหน้าเป็นระยะ หกปี...เขาสูงขึ้นและไหล่กว้างมากกว่าเก่า สายตาเอย น้ำเสียงเอย และท่าทางล้วนแฝงความกล้าแกร่งของผู้ใหญ่ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ
ทำไมเขามาเป็นประธานบริษัทได้นะ?
ระหว่างทางไม่มีคำพูดจา ปล่อยให้ความทรงจำเก่าไหลเวียนในห้วงความคิดของทั้งคู่ ต่างฝ่ายต่างนึกว่าชาตินี้ไม่ได้เจอกันแล้ว...แต่ว่ากลับมายืนอยู่ตรงหน้าราวกับเป็นความฝัน
ห้องประธานบริษัท
ประธานหนุ่มเปิดประตูผลักเข้าไปแล้วปล่อยให้แพนนีเดินตามหลังเข้ามาด้านใน เธอปิดประตูลงช้า ๆ ขณะที่บรรยากาศภายในห้องมีแต่แรงกดดันที่มองไม่เห็น อัครเนศร์ยืนพิงโต๊ะทำงาน จ้องเธอแน่วนิ่ง นันย์ตาวูบไหวระหว่างความทรงจำกับความรู้สึกปัจจุบัน นั่นไม่ใช่คิดถึง...แต่เป็นความเคียดแค้น มันแสดงออกชัดเจนในแววตาสีนิล
“ฉันจะไม่รับเธอเข้าทำงาน” เสียงแข็งเอ่ยเข้าประเด็นหลังจากหญิงสาวหันมายืนประจันหน้า
“ทำไมล่ะพันไมล์ ไม่สิ! ท่านประธาน ดิฉันสามารถทำงานได้ทุกอย่าง”
“เธอไม่พร้อมสำหรับบริษัทของฉัน”
“พร้อมค่ะ ดิฉันอดทนและเข้มแข็ง งานหนักงานเบาดิฉันทำได้หมด” นัยน์ตาแข็งกร้าวก่อนหน้านี้เปลี่ยนไปหลังจากได้อยู่กันสองต่อสองกับเพื่อนเก่า สองมือกำข้างลำตัวแน่น ดวงตาสั่นระรัวแต่พยายามยืดตัวตรง สูดลมหายใจเข้าลึก ฝืนกลืนน้ำลายลงคอ ไม่ยอมปล่อยให้หยาดน้ำตาหลุดรอดจากกรอบตา
“ทำไมถึงอยากทำที่นี่มากนัก”
“ไม่มี...” เธอหยุดพูดไป ไม่กล้าบอกตรง ๆ ว่าไปสมัครมาเกือบทุกบริษัทแล้วแต่ไม่มีใครรับเข้าทำงาน เพราะอายุเกินและไม่มีประสบการณ์ไม่ว่าที่ไหนก็บอกแบบนี้
“ฉันเรียกมาเพื่อจะปฏิเสธเธอตรง ๆ จะได้ไม่ต้องรอผลตอบรับให้เสียเวลา”
“แต่ฉันอยากทำงานที่นี่จริง ๆ”
“ประตูอยู่โน้น ฉันหมดเรื่องจะพูดแล้ว”
“ฉันขอร้อง...” แพนนีเอ่ยเสียงสั่นยอมทิ้งศักดิ์ศรีนั่งคุกเข่าลง แวบหนึ่งที่ประธานบริษัทเบิกตากว้างกับภาพเบื้องหน้า แต่ก็รีบเปลี่ยนเป็นนัยน์ตาเย็นชา ก่อนจะเอ่ย
“ความสงสารไม่ใช่เหตุผลที่ฉันจะรับเธอเข้าทำงาน”
แพนนีมองเจ้าของเสียงด้วยสีหน้าหมดหนทาง เธอต้องได้เป็นพนักงานที่นี่...ไม่งั้นก็ไม่มีที่ไหนแล้ว
“จะให้ดิฉันทำอะไรก็ได้ เพื่อแลกกับทำงานที่นี่” ดวงตาคู่สวยจ้องเขม็งร่างสูง ยืนยันด้วยสีหน้าและแววตาว่าสิ่งที่เธอพูดล้วนออกจากใจจริง แต่เขากลับทำหน้าเย้ยหยันใส่ คิดในใจว่าคุณหนูหยิ่งยโสหายไปไหนเสียแล้ว
“แก้ผ้าสิ ฉันอยากรู้ว่าเธอยอมแลกจริง ๆ อย่างที่ปากว่าหรือเปล่า”
ร่างบางกำมือแน่นจนข้อนิ้วขาว เม้มริมฝีปากแน่นเป็นเส้นตรง ดวงตาไหวระริกเต็มไปด้วยความอับอายและสับสน เธอไม่คิดว่าจะต้องเจอเงื่อนไขบ้า ๆ มันไม่ต่างอะไรกับพวกขายเรือนร่างเลย
ประธานหนุ่มยกข้อมือดูนาฬิกา ก่อนจะเอื้อนเอ่ยเพราะเธอไม่ยอมตอบรับข้อเสนอสักที “ฉันไม่มีเวลาให้เธอมากขนาดนั้น ทำไม่ได้ก็ออกไปซะ”
สิ้นเสียงพูด...สมาร์ตโฟนที่เสียบไว้ในช่องกระเป๋ากระโปรงเล็ก ๆ ของแพนนีสั่นแจ้งเตือนข้อความเข้ามา เธอแอบหยิบมาอ่าน ก่อนจะเงยหน้าตอบไป
“ฉันจะทำ! ฉันทำได้!”
+++++++++
น่าสงสารแพนนี