ตอนที่ 6

1688 Words
ทุกอย่างดำเนินการไปได้ด้วยดี แรกเริ่ม สุเทพเขาก็พยายามทำทุกอย่าง ให้ออกมาดีในทุกเรื่อง จนเขาสามารถทำให้พ่อของลูกไว้วางใจอีกครั้ง กระทั่งผ่านไป 2 ปีกว่า จะเข้าปีที่ 3 เมื่อพ่อของลูกเห็นแก่ความเป็นเพื่อนและในความตั้งใจทำงานมาโดยตลอดปีสองปีที่ผ่านจึงได้เปิดโอกาสให้สุเทพ ก้าวเข้ามาร่วมเป็นหุ้นส่วนกับทางบริษัทของเรา ต่อมาจนแล้วจนรอด เมื่อความโลภคิดขด ใจที่ไม่ซื่อสัตย์ และความเห็นแก่ตัว มันคงฝังรกรากลงลึกไปยังก้นบึ้งภายในต่อมจิตใต้สำนึกของเขา ที่ไม่สามารถแก้ไขได้ มันทำให้เขาทำในสิ่งที่ไม่ขึ้นอีกครั้ง กระทั่งวันหนึ่งนั้นที่พ่อเริ่มบ่นขึ้นอีกครั้งว่า........ นายสุเทพเริ่มทำการยักยอกทรัพย์เป็นเงินจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว มีหลักฐานยืนยันชัด ถึงที่มาที่ไปของเส้นทางการเงินครบ ทุกอย่างชี้ชัด ว่าเงินของบริษัทส่วนหนึ่ง ได้โอนเข้าบัญชีของนายสุเทพทีละหลายล้าน และที่สำคัญไปกว่านั้น มันไม่ใช่ทำเพียงแค่หนเดียว เขาโฉบฉวยโอกาสหาทางฉ้อโกงบริษัทอยู่บ่อยครั้ง จนพ่อจับทางหนีทีไล่กลโกงได้ จึงได้มีการนัดตกลงไกล่เกลี่ยกัน ฝ่ายสุเทพนั้นบอกว่าเขาจะนำเงินที่ยักยอกไปมาคืนให้กับทางบริษัท ทั้งหมดโดยขอทยอยแบ่งจ่ายคืนทีละก้อนใหญ่ ตามที่ตกลง ดังนั้นพ่อจึง ไม่ได้ถือความ เข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีอะไรต่อนายสุเทพแต่อย่างใด เลย เพราะคิดว่ายังไงก็คือเพื่อน เพียงแค่เสียความรู้สึกก็เท่านั้น แต่สุดท้ายก็นึกคิดสงสารเพื่อน... จากนั้นวันเวลาก็ล่วงเลยผ่านไปหลายนานเดือน ทุกอย่างดูเหมือนว่าจะเป็นปกติ ...แต่....... จนในที่สุด วันนั้นก็เกิดขึ้นจู่ๆ เมื่อทางนายสุเทพพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้โทรศัพท์มาบอกแจ้งข่าวกับแม่ว่า "คุณเกรียงศักดิ์เสียชีวิตในห้องทำงานส่วนตัว " ทันใดนั้นเมื่อได้รับสารใจแม่แหลกสลายแทบไม่มีเรี่ยวแรงพยุงตน เมื่อได้สติแม่ก็จึงได้รีบไปยังที่เกิดเหตุของบริษัททันที ขณะนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายที่ ประจำการทำหน้าที่อยู่บริเวณดังกล่าว กำลังตรวจเก็บหาหลักฐานพิสูจน์การตายของพ่อ และทันทีที่แม่เข้าเห็นภาพตรงหน้า แม่ถึงกับทำอะไรไม่ถูก สับสนงุนงงมืดแปดด้านไปหมด มันเหมือนโลกทั้งใบได้ทลายลง และแล้วจากหลักฐานเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำพิสูจน์หลักฐานต่างๆ นาๆ อยู่นานหลายวัน แล้วก็ได้ข้อสรุปสำนวนคดีว่า.. พ่อของลูกนั้นฆ่าตัวตาย ด้วยอาวุธปืนขนาด 9ม.ม ยิงเข้าที่ขมับศรีษะด้านซ้าย.. ทักยังจำได้ใช่ไหม ตอนที่ลูกกลับมาทัน ได้ไปฟังตำรวจเขาสรุปสำนวนคดีกับแม่ที่สถานีตำรวจอยู่เลย สำคัญตรงที่คำสรุปสำนวน ทำแม่เอ๊ะใจและยังคงสงสัยมาตลอด ว่าทำไมถึงได้ลั่นไกปืนซ้ายมือ ปกติคือพ่อของลูกเขา ถนัดมือขวาสะส่วนใหญ่ เมื่อก่อนเวลาซ้อมยิงปืน ก็ใช้มือด้านขวาเล็งและลั่นไกตลาดมา และคนแรกที่พบร่างของพ่อนั้นคือ นายสุเทพ แล้วก็ นายมานพ ร.ป.ภ. กะบ่ายของวันนั้น ที่พึ่งเข้ามาทำงานได้ไม่นานนัก ก่อนหน้าพ่อของลูกยังได้โทรศัพท์มาบอกกับแม่อยู่เลยว่า.. " ที่รักวันนี้ผมต้องดูรายละเอียดของงานโปรเจคใหม่ เป็นโปรเจคใหญ่และสำคัญมาก ผมต้องทำอย่างรอบคอบ เพื่อบริษัทของเราให้ดีที่สุด วันนี้ผมอาจจะกลับดึกๆ สักหน่อยนะ อ้อ ...อาหารเย็นวันนี้คุณทำต้มยำที่ผมชอบให้หน่อยนะ นึกอยากทานพอดี คุณรอผมหน่อยก็แล้วกัน แล้วจะรีบกลับไปทาน" พ่อของลูกชอบทานต้มยำปลากระพงที่แม่ทำ แม่ก็รับปากทำและจะรอพ่อกลับมาทานมื้อค่ำด้วยกัน แต่แม่ไม่คิดว่าพ่อจะฆ่าตัวตายในเวลาต่อมา ช่วงเวลาที่พ่อเสียชีวิตนั้นเป็น ช่วงเวลาที่พนักงานทุกคนเลิกงานหมดแล้ว แต่พ่อก็ได้สั่งให้ คุณนิภา เลขาเตรียมเอกสารไว้ที่โต๊ะทำงานให้พร้อมก่อนเลิกงานไป แล้วพ่อของลูกจึงเข้าไปทำงานในบริษัทอีกครั้ง หลังจากที่ทุกคนเลิกงานกลับบ้านไปแล้ว พ่อของลูกเข้าไปในบริษัทช่วงเวลา เกือบ 18:00น. เพื่อตรวจสอบดูรายละเอียดเพิ่ม เติม มีเพียงเจ้าหน้าที่รักษา ความปลอดภัย คอยเฝ้าประตูที่ด้านหน้าของบริษัทและเดินตรวจตราอยู่รอบๆ นายมานพเขาเล่าให้เจ้าหน้าที่ตรวจฟังว่า.. ในช่วงขณะนั้นเขาได้เดินตรวจตราอยู่โดยรอบอาคารตึก 3 เขาก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ซึ่งดังมาจากอาคาร 1 หรือ อาคาร 2 นี่แหละเขาไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ ร.ป.ภ. จึงเข้าตรวจหาต้นสายปลายทางให้ชัดเจนว่าเสียงปืนเกิดขึ้นที่ใด และกว่าเขาจะเข้ามาถึงห้องที่พ่อทำงาน มันก็ปาเข้าไปหลายนาทีแล้ว มารดาเล่าจบตอนคำให้การของ ร.ป.ภ. ก็มีท่าทีเหมือนคิดค้างคาใจอะไร บางอย่างพิทักเลยถามแม่ว่า.. " แม่คิดว่ามันต้องมีอะไรผิดปกติใช่ไหมครับ.." อืม...จากการให้การของนายมานพ ร.ป.ภ. แม่ยังสงสัย อะไรบางอย่าง เพราะเขาบอกว่า ช่วงเวลาที่เขามาถึงอาคาร 1 เขาได้เห็นนายสุเทพที่ กำลังเปิดประตูรถอยู่พอดี ร.ป.ภ. เลยรีบเข้าไปรายงานให้นายสุเทพฟังว่า เขานั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัดแถวๆ บริเวณนี้ เขาและนายสุเทพจึงได้พากันออกช่วยค้นหา จนเข้ามาพบร่างของพ่อที่สิ้นลมหายใจไปแล้วคาโต๊ะทำงาน มันแปลกที่นายสุเทพเข้ามาทำอะไรในเวลานี้ เพราะปกติพนักงานทุกคนบอกว่า เขาไม่เคยเข้ามาบริษัทหลังจาก 17:00น. แล้วเขาเข้ามาเมื่อไหร่ไม่มีใครทราบ เพราะ ร. ป .ภ. ไม่เห็นช่วงเขาเข้ามา เพราะเป็นจังหวะที่ ร.ป.ภ.เดินตรวจตราอาคาร 3 ซึ่งอยู่ห่างจากประตูด้านหน้า ของบริษัทฯจึงไม่ทันสังเกตเห็นว่า นาย สุเทพเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ นายมานพ บอกเพียงว่า เห็นสุเทพอีกทีก็ตอนที่เปิดประตูรถแล้ว" และงานฌาปนกิจศพของพ่อ นายสุเทพก็ไม่มาร่วมงาน อ้างว่าป่วยเขาส่งแค่ตัวแทนนำพวงหรีดมาเคารพศพแทน แม่ว่ามันดูแปลกๆ หน่อยไหม" " เรื่องมันเป็นแบบนี้นี่เอง" ทักฟังทุกอย่างที่แม่เล่ามา พร้อมกับกัดฟันกรามไว้แน่น เขาเริ่มประติดประต่อเรื่องราวต่างๆ เขาจะค้นหาความจริงให้ได้ เขาไม่เชื่อว่าพ่อของเขาฆ่าตัวตายยังคงปักใจเชื่อว่ามันน่าจะต้องมีผู้อื่นเข้าเกี่ยวข้องกับการตายของพ่อเป็นแน่โดยเขาพุ่งเป้าไปที่นายสุเทพเพราะดูน่าสงสัยที่สุดแล้ว หลังจากเกิดเหตุการณ์ครั้งนั้นขึ้นต่อมานายสุเทพจึงได้เข้าครอบครองบริษัท แต่เพียงผู้เดียว โดยที่แบ่งหุ้นส่วน ที่เป็นส่วนของนายเกรียงศักดิ์ให้แก่แม่ของทัก ทุกเดือน แต่ไม่นานนักนายสุเทพก็ได้ขายบริษัทแห่งนี้ให้กับนายทุนรายอื่นไป แล้วนำเงินมาแบ่งให้กับนาง ศิตา แม่ของทัก เพียงแค่ 30 เปอร์เซ็นต์ และจากนั้น สุเทพก็ได้ไปก่อตั้งบริษัทตัวเองขึ้นมาใหม่ อยู่ที่ชลบุรี ตอนนั้นทักได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมด แต่เขาเข้าใจแล้วว่า ทำไมแม่ถึงไม่ยอมให้เขาเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับบริษัท หลังจากที่พ่อเสียชีวิตลง กระนั้นก็ เพื่อความปลอดภัยของลูกนี่เอง จนกระทั่งวันหนึ่ง ศิตาแม่ของทักก็ได้ล้มป่วยลงกะทันหันและเสียชีวิตในเวลาต่อมาเรื่องราวทั้งหมดก็ได้สร้างความเคียดแค้น ให้กับทักยิ่งนัก เขาเก็บทุกอย่างไว้ในใจ และเริ่มออกค้นหาความจริง เพราะเขาคิดว่า กฎหมาย มันช่วยอะไรไม่ได้ เราก็ต้องลงมือเพื่อทวง... เอาควายุติธรรมกลับคืนมาให้ครอบครัว เขาใช้เวลาสืบหาความจริง จนกระทั่ง เขาได้พบกับนายสุเทพ ซึ่งทั้งสองไม่เคยพบเจอ หน้าตา กันมาก่อน นายสุเทพจึงไม่รู้ว่าทักคือใคร เพราะช่วงนั้นนายเกรียงศักดิ์ไม่เคยพาลูกชายไปพบเจอกับนายสุเทพแม้แต่เพียงครั้งเดียว เกรียงศักดิ์เคยบอกแค่ว่าลูกชายของเขาเรียนอยู่ที่ต่างประเทศก็เท่านั้น... ทักเข้ามาในบริษัท ของนายสุเทพ ในตำแหน่งนักวิศวกรออกแบบโครงสร้าง ซึ่งที่ผ่านมานายสุเทพได้ชื่นชม ผลงานและความสามารถของทักเป็นอย่างมาก เขาคือวิศวกรหนุ่มหล่อไฟแรง ที่มากด้วยฝีมือความสามารถเรียกได้ว่าอันดับต้นๆ เลยทีเดียว ทักทำผลงานให้กับบริษัทของนายสุเทพ มาหลายโครงการ จนผู้คนมากมายเริ่มรู้จักชื่อเสียงของ บริษัท สุเทพ คอนสตรัค ชั่น วันเวลาผ่านพ้นไป จนกระทั่งทักได้เจอกับหญิงสาวหน้าตาดูสะสวย ตัวเล็ก ร่างบาง คนหนึ่ง ที่ห้างสรรพสินค้า เขาได้เข้าไปทำความรู้จักหญิงคนดังกล่าวและได้ติดต่อบ่อยครั้งทั้งสองเริ่มคบหาดูใจกันจนกระทั่งพวกเขาแอบจดทะเบียนสมรสอยู่กินกันอย่างเงียบๆ หญิงสาวคนนั้นก็คือ แอนนี่ ในเวลาไล่เลี่ยกันนั้นเอง นายสุเทพ เขาปลื้มชื่นชมผลงานทั้งฝีมือและความสามารถในตัวของพิทักษ์เป็นอย่างมาก เขาจึงได้คิดแนะนำให้ทักมาทำความรู้จักกับลูกสาวคนเดียวของเขา และเธอก็ไม่ปฏิเสธชายที่พ่อแนะนำให้จากนั้นเป็นต้นมาทักก็ได้เริ่มเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของนายสุเทพ นี่คือเหตุผลของความแค้นที่พิทักษ์ กำลัง สร้างมันขึ้นมา ...ทุกอย่างจึงเป็นไปตาม "เกมส์' มันคือเกมส์ชีวิต ...ที่ต้องเดิมพันด้วยชีวิต..."
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD