3.2

854 Words
“แง้!! แง้!!” “หิวนมแล้วเหรอคะเด็กดี” เสียงร้องไห้งอแงสงบลงเมื่อได้อยู่ในอ้อมกอดอบอุ่นของแม่ รินลณีคลี่ยิ้มอย่างอ่อนโยนด้วยความเอ็นดู ซึ่งระหว่างที่กำลังใช้ผ้านุ่มนิ่มถนอมผิวซับน้ำตาออกจากพวงแก้มและเปลือกตาให้ลูกสาวก็ชวนคุยไปด้วยเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ เด็กหญิงลัลน์ลลิตเพิ่งเกิดได้ไม่กี่สัปดาห์มองแม่ตาแป๋ว “ได้เวลาหม่ำๆ นมของหนูแล้วค่ะ” ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มอ้าออกอัตโนมัติทันทีที่จุกนมจ่อปาก ของโปรดของลัลน์ลลิตคือ...นมแม่ หนูน้อยตั้งหน้าตั้งตาดูดอย่างตะกละตะกลาม มือน้อยๆ ที่วางบนทรวงอกบีบนวดหนั่นเนื้อนุ่มหยุ่นด้วยความสนุกสนานเพลิดเพลิน “ลลิต หนูคือของขวัญที่มีค่ามากที่สุดในชีวิตของหม่ามี้เลย” รินลณีทั้งรักทั้งหลงใหลลูกสาวตัวน้อยอย่างมาก ไม่เคยรู้สึกเสียใจเลยที่ตั้งครรภ์และได้ให้กำลังเนิดเด็กคนนี้ ถึงแม้จะเกิดจากความผิดพลาด แต่ทันทีที่ทราบผลตรวจครรภ์รินลณีก็วางแผนชีวิตใหม่ทุกอย่างเพื่อต้อนรับสมาชิกใหม่ของบ้าน แน่นอนว่าเลิกกับแฟนแล้วท้องป่องย่อมมีคำครหา หลายคนคิดไปถึงขั้นว่าเธอเป็นฝ่ายนอกใจภัทรดนัย แต่สุดท้ายก็ไปกับกิ๊กไม่รอดจนท้องไม่มีพ่อ และอีกมากมายที่จะพากันสรรหาเรื่องราวมาใส่สีตีไข่กันจนกลายเป็นบทละครน้ำเน่าเพื่อความบันเทิงยามว่าง แต่ถึงอย่างนั้น... รินลณีกลับเลือกที่จะนิ่งเฉยกับการตกเป็นขี้ปากของเพื่อนร่วมงาน ทำไมล่ะ? ทำไมถึงทำแบบนี้? รินลณีคิดว่าการแก้ข่าวไม่ช่วยให้ดีขึ้น มิหนำซ้ำยังดูเหมือนกำลังร้อนตัวจนต้องพยายามกลับดำให้เป็นขาว ฉะนั้นเธอจึงไม่ควรเอาเวลาอันมีค่าไปใช้กับเรื่องไร้สาระโดยเปล่าประโยชน์ คนที่รู้ดีที่สุดว่าเรื่องราวเป็นมาอย่างไรคือรินลณี หากตอนนี้ใครอยากพูดก็ปล่อยให้เขาพูดเสียให้พอ เพราะเมื่ออยู่ต่อหน้าคนที่มีตำแหน่งสูงกว่า รินลณียังไม่เคยเห็นว่าจะมีใครกล้าทำตัวเสียมารยาทต่อหน้าเธอเลยสักคน ปิ่งป่อง!! เสียงออดดึงหญิงสาวให้หลุดออกจากภวังค์ “อาหารเหรอ เรานัดให้มาส่งตอนสองทุ่มนี่นา” พึมพำด้วยความฉงนพลางเดินอุ้มลูกสาวไปดูภาพหน้าประตูบ้านผ่านจอภาพ LCD ซึ่งปรากฏภาพใบหน้าหล่อเหลาที่ลืมไม่ลง “เอ๋?” รินลณียืนทำตัวไม่ถูกอยู่ครู่หนึ่งอย่างไม่เข้าใจสถานการณ์ กระทั่งได้ยินเสียงกดออดอีกครั้ง ลัลน์ลลิตที่กินนมอย่างเอร็ดอร่อยก็เริ่มหงุดหงิด ทำท่าว่าจะร้องไห้จนเธอต้องหยิบผ้าคลุมสำหรับให้นมบุตรมาสวมแล้วเดินไปเปิดประตูต้อนรับแขก “คุณ...” “ลูเซิร์น เฟรเดอริก เคลเมนเต้ ฉันจะเข้าไปในบ้านของเธอพร้อมกับบอดี้การ์ด ทนายความ และพี่เลี้ยง” “นี่มันเรื่องอะไรกันคะ” “ตามนั้น” เจ้าของบ้านยังไม่ทันเอ่ยเชิญแขก แขกก็เดินผ่านร่างเธอเข้าไปในบ้านด้วยท่าทางเหมือนเขาเป็นเจ้าของบ้านขณะเธอเป็นแขก ช่างไร้มารยาทอะไรแบบนี้ “ขออนุญาตครับคุณผู้หญิง” “ขอรบกวนด้วยนะคะคุณผู้หญิง” “นั่นคือ?” ดวงตาคู่สวยมองดูกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ของหญิงสาวต่างชาติถือเข้าบ้านของเธอมาด้วย “คำสั่งของนายท่านค่ะ” “ให้นายท่านอธิบายดีกว่าครับ” “อ่า ฉันก็คิดว่าคงต้องเป็นแบบนั้น” รินลณีสังเกตท่าทางกลืนไม่เข้าคายไม่ออกจึงไม่คาดคั้น พวกเขาเป็นเพียงลูกจ้างคงพูดอะไรมากไม่ได้ ฉะนั้นควรรอฟังคำอธิบายจากตัวต้นเหตุเองจะได้คำตอบที่ชัดเจนมากกว่า นั่นแหละถูกต้องตรงประเด็น “ลูกอยู่ไหน” “อยู่ตรงนี้ค่ะ” ร่างอวบอิ่มนั่งลงบนโซฟา ดวงตาหลุบต่ำมองบริเวณหน้าอกตัวเอง รู้สึกเขินไม่น้อยเมื่อถูกดวงตาสี่คู่มองตามอย่างให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ “กำลังทำอะไร” “กินนมค่ะ” “นี่เธออย่าบอกนะว่าเธอเดินไปต้อนรับแขกทั้งที่ให้ลูกกินนมจากเต้าไปด้วย” “อ...เอ่อ” ตะกุกตะกักตอบ “ค่ะ ใช่ค่ะ” ทันทีที่ได้รับคำตอบมีการตอบสนองสองปฏิกิริยา หนึ่ง...ลูกน้องรีบเบือนหน้าหนี สอง...เจ้านายมองเธอด้วยแววตาตำหนิเหมือนเธอกำลังทำเรื่องผิดมหันต์ “หวังว่าเธอจะไม่ทำมันอีกเป็นครั้งที่สอง” “ทำไมเหรอคะ” “น่าอาย” ก็จริงของเขา แต่มันเป็นเหตุสุดวิสัย รินลณีซึ่งกลายเป็นแม่ก็คิดถึงแต่ปากท้องของลูกจึงไม่ใส่ใจเรื่องน่าอายหรือไม่น่าอายเท่าลูกได้กินนมอิ่มท้อง “ค่ะ ครั้งต่อไปฉันจะระวัง” ตอบด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ “นี่เป็นครั้งสุดท้าย” ลูเซิร์นหันไปบอกกับทนายความและบอดี้การ์ดซึ่งเป็นผู้ชายวัยฉกรรจ์ “พวกนายออกไปก่อนจนกว่าลูกสาวของฉันจะกินนมอิ่ม” “ครับ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD