3.3

852 Words
“เหมือนฉัน สมแล้วที่เป็นสายเลือดของเคลเมนเต้” “คะ?” แค่มีเรือนผมสีดำกับดวงตาสีฟ้าก็เรียกว่าเหมือนได้แล้วเหรอ เธออุ้มท้องลูกมาตั้งเก้าเดือนเชียวนะ ลัลน์ลลิตต้องเหมือนแม่มากกว่าพ่อสิ แต่ความจริงก็คือความจริง ดีเอ็นเอฝั่งพ่อเข้มข้นมากกว่าแม่จริงๆ ซึ่งรินลณีก็ได้แต่ภาวนาว่าอย่าให้ลูกสาวถอดแบบนิสัยพ่อมาอีกนะ เพราะดูเหมือนเขาจะนิสัยเสียเอาการอยู่ “เอาละ เรามาเข้าเรื่องกันดีกว่า” “ค่ะ” บอดี้การ์ดกับทนายกลับมานั่งที่ห้องโถงรับแขกอีกครั้ง ลูเซิร์นไม่รอช้าเล่าประวัติความเป็นมาของตระกูลเคลเมนเต้อันสูงส่ง พร้อมด้วยเหตุผลที่ว่าทำไมเขาถึงต้องพาลูกสาวกลับไปอยู่ด้วยกัน รินลณีตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ขณะเดียวกันก็โกรธลูเซิร์นที่รู้ดีทุกอย่างแต่เลือกที่จะเฝ้าดูเธอกับลูกอยู่ในที่ลับด้วยเหตุผลไร้สาระ “เธอกับลูกต้องไปอยู่กับฉันโดยไม่มีข้อแม้” “ถ้าฉันเลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่กับลลิตที่นี่ต่อไปล่ะคะ” “ได้” เขาเหยียดยิ้มอย่างร้ายกาจแล้วพูดต่อว่า “ถ้าเธอกับลูกอยากตายกันเงียบๆ แบบไม่มีใครยื่นมือเข้ามาช่วยได้ มันก็เป็นสิทธิ์ของเธออยู่แล้ว” แบบนี้มันขู่กันนี่ รินลณีเลือกอะไรได้บ้างนอกจากต้องยอมตอบตกลง ถ้าไม่ยอมทั้งเธอกับลูกก็ต้องตาย ทำไมเขาถึงต้องเป็นบุคคลสำคัญที่นิสัยเสียจนสร้างศัตรูมากมายขนาดนี้ด้วยนะ “ฉันจะยังเป็นแม่ของลลิตอยู่หรือเปล่า” “ใช่ เราจะแต่งงานกัน” “แต่งทั้งที่ไม่รัก” “ความรักมันจำเป็นด้วยเหรอ” สำหรับเธอก็คงใช่แต่เขาคงไม่ หญิงสาวนิ่งไปครู่หนึ่งขณะใช้สมองคิดไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจ “ได้ค่ะ แต่ลลิตยังเด็กและบอบบางมากฉันไม่อยากให้ลูกเดินทางไกลตอนนี้” “เธอต้องการเวลา?” “ห้าเดือนค่ะ” “ไม่คิดว่านานเกินไปหน่อยเหรอ” “เก้าเดือนคุณยังรอได้อย่างใจเย็น รออีกห้าเดือนคงไม่เหลือบ่ากว่าแรงหรอกมั้งคะ” รินลณีต่อรองด้วยคำพูดประชดประชันแทงใจดำลูเซิร์น ชายหนุ่มแค่นหัวเราะแบบไม่มีเหตุผล ทว่าแววตาที่มองมายังเธอกำลังบอกแทนคำพูดว่า ‘ช่างกล้าดีนัก’ คล้ายเจ้านายที่กำลังตำหนิบ่าวไพร่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงอย่างไรอย่างนั้น “คุณโอเคไหม” “อืม” “งั้นอีกห้าเดือนคุณค่อยกลับมารับเราไปประเทศxxx” “มันไม่ง่ายแบบนั้นหรอก” เขาเรียกทนาย “เบรเดน” “ครับนายท่าน” “เอกสาร” “ได้ครับ” ทนายเบรเดนนำทะเบียนสมรสมาให้รินลณีเซ็น พร้อมด้วยสัญญาที่แจกแจงรายละเอียดหน้าที่ภรรยา และทรัพย์สินที่เธอจะได้รับจากสามีหลังย้ายเข้าไปอยู่ในตระกูลเคลเมนเต้ “เอกสารฝั่งฉันไม่มีอะไรมาก แต่ฝั่งของเธอ ถึงแม้จะใช้เวลานานฉันจะจัดการทุกอย่างให้เสร็จภายในหนึ่งวันโดยที่เธอไม่ต้องเหนื่อย” “ค่ะ แล้วเรื่องของเธอคนนั้น” “เซเรน่าคือพี่เลี้ยงที่จะมาช่วยเธอเลี้ยงลูก” “คุณดูเป็นคนรอบคอบมากเลยนะคะ” “หลังจากฉันปล่อยให้สิ่งมีชีวิตนี้เกิดมาแบบไม่ได้ตั้งใจฉันก็ได้นั่งทบทวนตัวเองอยู่พักใหญ่” คนฟังรู้สึกเหมือนถูกกวนประสาทพิกล แต่ละคำที่ลูเซิร์นพ่นออกจากปากแทบจะหาคำพูดดีๆ ไม่ได้เลย เธอน่ะยังพอทนฟังได้ แต่ลูกสาวตัวน้อยไร้เดียงสาจะรู้สึกแย่แค่ไหนคิดบ้างไหม ไม่ใช่เห็นลูกยังเด็กไม่รู้ประสีประสา อยากพูดจาสุนัขไม่รับประทานอย่างไรก็ได้ รินลณีถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่ายมอบให้คนที่ไม่มีสัญชาตญาณความเป็นพ่อทั้งที่ไม่ใช่มือใหม่แล้ว “เธอติดปัญหาอะไรหรือเปล่า” ติดสิ ติดปัญหาตรงที่เขานั่นแหละ ทว่าต่อให้เธอพูดตรงๆ ลูเซิร์นก็เพียงฟังแต่ไม่นำไปใส่ใจ อย่างไรทุกอย่างก็ต้องดำเนินไปตามแผนการของเขา “มีห้องนอนชั้นล่างว่างอยู่ เดี๋ยวฉันไปหยิบชุดเครื่องนอนมาให้” “ดิฉันจัดการเองได้ค่ะ คุณผู้หญิงไม่ต้องลำบาก” “เดินขึ้นบันไดตรงไปยังห้องริมสุด เธอเลือกชุดเครื่องนอนไปใช้ตามใจชอบได้เลย ฉันซักและเก็บเอาไว้อย่างดีทุกอัน” “ขอบคุณค่ะคุณผู้หญิง” รินลณีหันกลับมายังลูเซิร์น “อุ้มไหมคะ” “ใคร?” “ฉันหมายถึงคุณค่ะ อุ้มลูกไหม” “ใครจะอุ้ม” ชายหนุ่มแสดงสีหน้าปั้นยากลุกขึ้นยืนพรวดพราด รินลณีเลิกคิ้วมองปฏิกิริยานั้นอย่างให้ความสนใจ เช่นเดียวกับซีอัสและเบรเดน “คุณกลัวเด็กเหรอคะ” เธอกระเซ้าถาม “ไม่ได้กลัว” แต่อุ้มไม่เป็นต่างหากล่ะ “วันนี้พอแค่นี้ ฉันจะกลับแล้ว และพรุ่งนี้ฉันจะแวะมาแต่เช้า” “ได้ค่ะ” ร่างสูงเดินจ้ำอ้าวจากไปอย่างรวดเร็วเหมือนหนีผี
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD