เธอมักจะตื่นขึ้นมาพบตัวเองนอนอยู่ในอ้อมกอดของลูเซิร์นเสมอ จากที่ดูท่วงท่า เป็นฝ่ายเธอที่กระแซะตัวเข้าไปอิงแอบแนบชิดเขา รินลณีหลับตาปี๋แล้วลืมตามองเขาใหม่ ซึ่งก็ไม่รู้มองอีท่าไหนมือไม้ถึงอยู่ไม่เป็นสุข เกิดนึกอยากจะสัมผัสความหล่อเหลาบนใบหน้านี้ขึ้นมา
ราวกับมีคำเชื้อเชิญที่ล่อลวงเธอเข้าไปหาพร้อมกับแรงดึงดูดมหาศาล
ถ้าเธอต้านทานและหักห้ามใจจากผู้ชายทรงเสน่ห์คนนี้ได้ คงไม่มีผลผลิตน่ารักอย่างลัลน์ลลิตได้ลืมตาดูโลกเหมือนวันนี้หรอก รินลณีไล้นิ้วไปเรื่อยๆ เริ่มตั้งแต่หน้าผาก คิ้ว เปลือกตา จมูก แก้ม ริมฝีปาก สิ้นสุดที่คางแล้วผละจาก เหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองไม่ควรลวนลามคนนอนหลับ ลุกขึ้นนั่งตกแก้มตัวเองเรียกสติเบาๆ ก่อนลงจากเตียงไปห้องน้ำทำธุระส่วนตัว
“จิ๊!!” เขาตื่นนานแล้ว
ไม่อยากเชื่อเลยว่าคนแบบเขาจะถูกทอดทิ้งให้อยู่บนเตียงเพียงลำพังเป็นครั้งที่สอง แถมเธอยังลวนลามเขาจนส่วนนั้นตื่นแล้วไม่ยอมรับผิดชอบ ลูเซิร์นหัวเสีย ต่อว่าหญิงสาวผู้โหดเหี้ยมอำมหิตที่อรุณสวัสดิ์เขาด้วยวิธีการเลือดเย็นเช่นนี้
“กรอดดด” เขาต้องอดทนอดกลั้นต่อแรงปรารถนา ไม่สามารถเรียกร้องความรับผิดชอบจากคนก่อเหตุใดๆ ได้เลย
บ้าเอ๊ย!!
คนแบบเขาทำไมถึงเดินมาอยู่จุดนี่ได้วะ ทำไม!?
ร่างสูงนอนขดตัวเหมือนหนาวมาก พลางข่มใจหลับตานับแกะดำแกะขาวเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของสมอง มันไม่ง่ายเลย ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุให้มันเหิมเกริมแผลงฤทธิ์ใส่เขาเยอะๆ
ลูเซิร์นต้องปลอบประโลมและต่อรองอยู่พักใหญ่กว่าจะยอมสงบลง
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
คนบนเตียงที่จิตใจสงบนิ่งแกล้งหลับ ทว่าประสาทสัมผัสกลับทำหน้าที่ตรวจจับการเคลื่อนไหวของหญิงสาว เธอเดินมาชะโงกหน้าดูเขา ทีแรกเขาก็ตั้งใจจะแกล้งหลับต่อไป แต่มีบางอย่างดลใจให้เขาทำเรื่องสนุกต้อนรับรุ่งอรุณอันสดใส
อยากรู้นักว่าหากเธอถูกจับได้ว่าแอบมองเขาตอนหลับจะทำหน้าอย่างไร
คิดได้ดังนั้นก็ไม่รอช้าลืมตาขึ้นมา
ทว่า...
ผิดจังหวะ
ลูเซิร์นคิดและลงมือทำช้าเกินไป
รินลณีหันหลังให้เขาก่อนจะเดินออกจากห้อง ปล่อยให้เขานอนมองแผ่นหลังของเธอซึ่งค่อยๆ ไกลห่างไปเรื่อยๆ จนกระทั่งหายลับตาด้วยความรู้สึกยากจะอธิบาย
“บัดซบ!!” ลูเซิร์นสบถ
รู้ว่าหญิงสาวหลงใหลความหล่อเหลาอันทรงเสน่ห์ของเขาแน่ๆ ทว่าในขณะเดียวกันการที่เธอแสดงความหลงใหลแล้วเมินเฉยจากไปง่ายๆ มันก็ทำให้เขารู้สึกว่าความหล่อเหลาอันทรงเสน่ห์ที่มีมันยังไม่มากพอที่จะดึงดูดเธอให้ยึดติดอยู่กับเขา ชนิดที่ละสายตาไปไหนไม่ได้ อยากอิงแอบแนบชิดจนกระทั่งถูกเขาจับได้แบบจังๆ และเธอก็เขินอายหน้าแดงระเรื่อ
ความต้องการแบบนี้...
นี่เขากำลังคิดบ้าอะไรอยู่วะ!?
ลูเซิร์นนอนหัวฟัดหัวเหวี่ยงก่อนจะรีบไปทำธุระส่วนตัวแล้วลงไปดื่มกาแฟคาปูชิโน่ที่รินลณีเป็นคนชงให้เหมือนเช้าเมื่อวาน นั่งทานข้าวเช้าร่วมกัน พยายามพาตัวเองมาอยู่ใกล้ๆ แม่ลูก เฝ้ารอโอกาสให้เธอถามเขาว่า ‘ช่วยดูล็อตตี้ให้ฉันแป๊บหนึ่งได้ไหม?’ เมื่อเขาตอบตกลง หลังจากนั้นลูเซิร์นก็ได้อุ้มเจ้าตัวเล็กด้วยสีหน้าท่าทางของผู้จำใจเพราะมันเป็นเรื่องช่วยไม่ได้
แผนการเจ้าเล่ห์ร้ายกาจ
ราวๆ บ่ายสามโมงเซเรน่าตื่นมาเข้ากะทำงานของตัวเอง ลูเซิร์นใช้ช่วงเวลานั้นพารินลณีไปช้อปปิ้งและดินเนอร์ อยากให้เธอได้มีเวลาผ่อนคลายบ้าง แต่สิ่งที่ได้กลับตรงกันข้าม
“ฉันหมายถึงให้เธอช้อปปิ้งสิ่งที่ตัวเองอยากได้ เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ อะไรประมาณนี้”
“นี่ไงคะสิ่งที่ฉันอยากได้”
ลูเซิร์นจนปัญญาที่จะพูดเมื่อรินลณีดูสนุกกับการได้ช้อปปิ้งให้ลูกสาว มันจะดีกว่านี้หากเธอเสแสร้ง แต่มันคือความรู้สึกของเธอจริงๆ
นี่สินะสัญชาตญาณของแม่ที่คิดถึงลูกเป็นอันดับแรก
และเขาไม่มี
“เอาเถอะ ถ้าเธอต้องการแบบนั้นก็ตามใจ”
“เดี๋ยวเราไปโซนซูเปอร์มาร์เก็ตกันต่อนะคะ ฉันอยากซื้ออาหารและของใช้ภายในบ้าน มาครั้งเดียวจะได้ไม่ต้องออกมาอีกให้เสียเวลา”
“เธอสามารถมาที่นี่ได้ทุกวัน”
“เป็นไปได้ฉันไม่อยากอยู่ห่างจากล็อตตี้ แถมรถยังติดซะจนน่าหงุดหงิด”
“ฉันจะส่งคนขับรถมาให้เธอ”
“ส่งมาทำไมคะ”
“ขับรถรับส่งเธอไปไหนมาไหนจะได้สะดวกๆ”
“ขอบคุณนะคะแต่ฉันคิดว่ามันไม่ใช่สิ่งจำเป็นมากขนาดนั้น”
นั่นก็ไม่ได้
นี่ก็ไม่เอา
ทำไมถึงทำตัวน่าจับมาตีก้นนักนะ ลูเซิร์นพยายามควบคุมอารมณ์ ก่อนจะพารินลณีไปยังโซนซูเปอร์มาร์เก็ตซึ่งตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าชื่อดังขนาดใหญ่
และทันใดนั้นเอง
“อุ๊ย!! ไม่เจอกันนานเลยนะริน” มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาทักด้วยเจตนาที่ไม่เป็นมิตร “แล้วผู้ชายคนนี้ใครเหรอ หรือเขาเป็นเหยื่อที่เธอหามาให้ลูกเรียกว่าพ่อ”
รินลณีโกรธเลือดขึ้นมาแต่ไม่เอาพิมเสนไปแลกเกลือเกรดต่ำ
“ขอบคุณที่ยังไม่ลืมกันนะปราง”
“แหม ใครจะลืมเธอได้ล่ะริน ถึงเราจะเป็นคนอื่นแต่ข่าวคาวๆ ของเธอที่ตั้งท้องหลังจากเลิกกับซันมันยังติดอยู่ในความทรงจำฉันอยู่เลยนะ”
ลูเซิร์นไม่เข้าใจภาษาไทยแต่รู้สึกได้ว่าหญิงสาวตรงหน้ากับพ่นวาจาเน่าเหม็นใส่ภรรยาของเขา จึงเอ่ยถามด้วยภาษาอังกฤษ
“ยัยคนนี้พูดภาษาอังกฤษได้ไหม”
“ไม่ได้หรอกค่ะ เธอโง่”
“ฉันอยากรู้พวกเธอคุยอะไรกัน”
“เธอกำลังเสียดสีฉันเรื่องท้องไม่มีพ่อและกำลังจับผู้ชายคนใหม่เพื่อหาพ่อเลี้ยงให้ลูก คุณจำได้ไหมวันนั้นที่ฉันไปดื่มเหล้าที่บาร์ เธอเป็นเพื่อนสนิทที่แทงข้างหลังฉัน”
“อืม เป็นแบบนี้นี่เอง” พยักหน้าก่อนจะหันมองปรางทิพย์ สายตากวาดตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างดูแคลน เขาแสยะยิ้มแล้วพูดว่า “เราไม่ควรจะเสียเวลาอันมีค่าให้กับคนพรรค์นี้ แน่นอนว่าฉันไม่ปล่อยผ่านคนไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง”
รินลณีได้ยินแบบนั้นจึงหันมาบอกลา
“ขอตัวก่อนนะ”
“หา?” ปรางทิพย์งุนงงที่อีกฝ่ายจะจากไปง่ายๆ แต่เธอไม่กล้าผลีผลามทำอะไร เมื่อกำลังจะอ้าปากพ่นวาจาร้ายกาจอีกครั้ง ก็รู้สึกเหมือนมีมีดมาจ่ออยู่ที่ลำคอ
ว่าแต่...
รอยยิ้มบนริมฝีปากของรินลณีที่ทิ้งไว้ให้เธอก่อนไปนั้นมันอะไร?