4.3

906 Words
“นายท่านคะ” “อืม” “ดิฉันขอไปพับผ้าอ้อมกับเสื้อผ้าให้คุณหนูก่อนนะคะ เดี๋ยวคุณผู้หญิงอาบน้ำเสร็จลงมาแล้วจะแย่งไปทำอีก” หมายความว่าเขาต้องอยู่กับลัลน์ลลิตสองคนอย่างนั้นเหรอ ลูเซิร์นชั่งใจครู่หนึ่ง ไม่เป็นไรหรอกมั้ง เจ้าตัวเล็กกำลังนอนหลับอยู่ ถ้าแบบนี้ละก็อยู่ด้วยกันได้สบายมาก คิดได้ดังนั้นลูเซิร์นจึงตกลง “ไปสิ” “ขอบคุณค่ะ” เซเรน่ารีบไปทำธุระของตัวเอง ทางด้านคุณพ่อมือเก่าแต่ก็ใหม่ คอยลอบมองปฏิกิริยาของลูกสาวเป็นระยะๆ กระทั่งคนที่นอนหลับฝันดีสะดุ้งคล้ายมีฝันร้ายมารบกวน ลูเซิร์นเคลื่อนไหวตัวจากโซฟาไปนั่งบนเบาะขนาดใหญ่ซึ่งปูอยู่บนพื้นทันที นั่นคือสัญชาตญาณความเป็นพ่อหรือเปล่าไม่อาจทราบได้ “นอนซะ” พูดด้วยสีหน้าที่ตึงเครียดด้วยความจริงจัง ทว่าดูเหมือนจะไม่พอเมื่อใบหน้าแสนน่ารักเริ่มบิดเบี้ยว หากไม่ทำอะไรสักอย่างเสียงร้องไห้งอแงน่ารำคาญก็จะดังออกจากริมฝีปากจิ้มลิ้มที่กำลังเบะอยู่นี้ เช่นนั้น... ‘ต้องปลอบ’ นั่นคือสิ่งที่ลูเซิร์นคิดขึ้นมาได้ ว่าแล้วก็ลองมือที่ถนัดถือปืน จับปากกา ชี้นิ้วสั่ง ชกต่อยผู้คนวางลงบนศีรษะเล็กก่อนจะลูบเบาๆ เบาเท่าที่จะเบาได้ที่สุดในชีวิต อย่างไรก็ตาม ลูเซิร์นรู้สึกไม่พอใจเพราะคิดว่ามันยังเบาไม่พอ “จิ๊!! ตัวเล็กอย่างกับลูกหนูแรกเกิด ผิวก็ขาวผ่องและบอบบางมาก น่าทะนุถนอมไม่สมกับเป็นสายเลือดพยัคฆ์ทมิฬเลย” ลัลน์ลลิตกลับสู่สภาวะเดิม มันคือเรื่องอัศจรรย์ใจสำหรับเขา เมื่อเช้าเห็นหน้าพ่อกลัวจนร้องไห้ ตกเย็นฝันร้ายมีมือพ่อคอยปลอบโยนกลับสงบนิ่ง ทั้งยังดูเหมือนจะนอนหลับฝันดีอีกด้วย สีหน้าที่ไม่แสดงความรู้สึกซ่อนเร้นความรู้สึกกระหยิ่มยิ้มย่องเอาไว้ข้างใน และชั่วขณะนั้นเอง ชายหนุ่มหันซ้ายหันขวาทำท่าเหมือนโจรมองลู่ทางก่อนเตรียมปีนบ้านย่องเบาขโมยทรัพย์สินชาวบ้าน ลูเซิร์นคิดจะทำอะไร? มันเป็นแค่เรื่องบ้าๆ จากความคิดบ้าๆ เท่านั้นแหละ มือที่ลูบศีรษะเล็กเลื่อนลงมายังแก้มนุ่มนิ่ม หัวใจแกร่งเต้นไม่เป็นส่ำในตอนที่ลงแรงกดนิ้วจิ้มแก้มนุ่มนิ่ม ดูเหมือนว่าเขาจะติดใจจึงทำมันอีกหลายครั้ง ทว่า... คนตัวโตสะดุ้งก่อนจะชะงักงันทำตัวไม่ถูก ‘เอายังไงดีล่ะ?’ ดวงตาคมกริบกลอกซ้ายทีขวาทีคิดหาทางแก้ไขปัญหา เมื่อสิ่งที่เขาทำก่อนหน้าไปปลุกลูกสาวให้ตื่นจากฝันหวาน ลัลน์ลลิตลืมตามองพ่อตาแป๋ว “อ...เอ่อ” ถ้าเขาพูดอะไรออกไปมันจะเกิดเหตุการณ์แบบเมื่อเช้าอีกหรือเปล่า ชายหนุ่มกังวลเริ่มจะมีท่าทางเงอะๆ งะๆ ทำตัวไม่ถูกเหมือนไม่เป็นตัวของตัวเอง บ้าเอ๊ย!! ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์ของผู้ถูกต้อนให้จนมุมมาก่อนเลย ริมฝีปากจิ้มลิ้มเริ่มอ้าขณะแขนขาเริ่มขยับไปมาดุกดิก “อย่าเพิ่งร้องไห้นะ” ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ทุกทีตื่นนอนแล้วจะมีคนอุ้มอยู่เสมอ ลัลน์ลลิตต้องการอยู่ในอ้อมกอดอบอุ่นหลังจากตื่นนอน แต่พ่อกลับยังนิ่งเฉยอย่างไม่ไยดีต่อสิ่งมีชีวิตแสนน่ารัก “ฮึก...” ลูเซิร์นเริ่มกระสับกระส่าย โอ้พระเจ้า ได้โปรดส่งใครสักคนมาช่วยเหลือเขาโดยด่วน แต่ดูเหมือนคำร้องขอนั้นจะส่งไม่ถึงพระเจ้า หรือท่านอาจจะเมิน รอบข้างยังคงว่างเปล่า ลูเซิร์นต้องเอาตัวรอดด้วยตัวเอง “อย่าร้อง” พยายามไม่ออกคำสั่งเข้มมาก ลดระดับน้ำเสียงลงไม่ให้เจ้าตัวน้อยตกใจกลัว จากนั้นลูเซิร์นก็อุ้มลัลน์ลลิตอย่างทุลักทุเลขึ้นมานอนบนตัก มันไม่ยากแต่ก็ไม่ง่ายเพราะต้องระมัดระวัง ร่างกายของเด็กนั้นเปราะบางมากโดยเฉพาะลูกสาวของเขา “พอใจแล้วหรือยัง” “...” มองด้วยความอยากรู้อยากเห็น “เดี๋ยวหม่ามี้ก็มา” “...” มือเล็กปัดป่ายสะเปะสะปะเหมือนหาบางอย่าง ตอนนั้นเองที่รินลณีเดินลงบันไดมาหาเขากับลัลน์ลลิต ภาพที่เห็นทำให้รู้สึกสับสนอยู่ไม่น้อย เธอไม่ได้แซว ถึงแม้จะอยากแกล้งให้เขาทำให้สิ่งที่ไม่ชอบ แต่พอเห็นลูเซิร์นอุ้มลูกก็รู้สึกดีใจ “ลลิตตื่นนานแล้วเหรอคะ” “เมื่อกี้นี้เอง เห็นลูกกำลังจะร้องฉันเลยจำใจอุ้ม เธอมาดูหน่อยสิ แขนขาลูกหักไปแล้วหรือยัง” ลูเซิร์นส่งเจ้าตัวน้อยคืนแม่ แล้วกลับมานั่งบนโซฟาตามเดิม รินลณีไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกหลังจากได้ยินประโยคข้างต้นนี้อย่างไรดี “ลูกปลอดภัยดีค่ะ” “แน่ใจ?” “ค่ะ” “อืม ปลอดภัยก็ดี” ชายหนุ่มยกขาขึ้นไขว่ห้างพลางหยิบหนังสือนิยายซึ่งวางอยู่บนโซฟามาเปิดอ่านแก้เก้อ แต่มันจะไม่น่าอับอายมากกว่าเดิมไปหน่อยเหรอ เมื่อชายหนุ่มเป็นชาวต่างชาติที่ไม่เข้าใจภาษาไทยแต่กำลังอ่านหนังสือนิยายภาษาไทยแบบกลับหัวกลับหาง “หน้าฉันมีอะไรติดเธอถึงมองไม่เลิก” “เปล่าค่ะ” “คิดว่าเธอจะตอบเหมือนคืนนั้นซะอีก” “คุณจำได้ด้วยเหรอคะ” “เปล่า ฉันแค่พูดไปงั้นแหละ” โกหกหน้าตาย เปรยมาซะขนาดนี้ มีหรือจะจำไม่ได้
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD