๔
บรรยากาศชายทะเลยามแดดร่มลมตกช่างน่าอภิรมย์ ตลอดแนวหาดเต็มไปด้วยผู้คน ทั้งที่ลงเล่นน้ำทะเล เล่นเครื่องเล่น หรือแม้กระทั่งเล่นวอลเลย์บอลชายหาด บุษบงกชนั่งบนเขื่อนหินหน้าบ้าน มองคนทำกิจกรรมสารพันอย่างเพลิดเพลิน
หญิงสาวไม่อาจปฏิเสธว่า ในจำนวนผู้คนเหล่านั้น คนหนึ่งที่อยู่ในสายตาเธอแทบตลอดเวลา ก็คือชายหนุ่มผิวสีแทนกล้ามเป็นมัดซึ่งเพื่อนสาวของเธอชื่นชอบออกนอกหน้า นี่ถ้าหากนนทรีรู้ว่าเธอมาพักกับผู้ชายคนนี้สองต่อสอง เจ้าหล่อนจะออกอาการอย่างไร คิดแล้วอดขันไม่ได้จนเผลอยิ้มออกมา
ศุภรุจน์ที่เล่นวอลเลย์บอลกับเพื่อนบ้านที่เพิ่งเข้ามาพักบ้านข้างๆ เหลียวมาเห็นบุษบงกชนั่งยิ้มอยู่พอดี จึงอดสงสัยไม่ได้ เขาเรียกคนที่ยืนดูอยู่ข้างสนามให้เข้าไปเล่นแทน ก่อนจะเดินไปหาคนที่นั่งห้อยเท้าบนเขื่อนหินสูงระดับเอว
“ยิ้มอะไร” เขาถามทันทีที่มาถึงตัว
“เปล่าค่ะ...เล่นกันน่าสนุกนะคะ”
“ไปขี่เจ็ตสกีกันดีกว่า” เขาเอ่ยชวน
บุษบงกชอึ้งไปเล็กน้อย ไม่คิดว่าจะได้ยินคำชักชวนนี้จากปากเขาทั้งที่เธอก็เล่าถึงสาเหตุที่เธอไม่ถูกโรคกับกิจกรรมทางน้ำให้เขาฟังแล้ว
เขามองหน้าเธอนิ่ง ก่อนพูดเหมือนมานั่งอยู่ในใจเธออีกครั้ง
“บุษไม่อยากขจัดความกลัวนั้นออกไปหรือครับ”
“แต่...” หญิงสาวมองหน้าเขาอย่างลังเล ใจหนึ่งยังนึกกลัว หากอีกใจก็อยากปลดปล่อยตนเองจากเรื่องราวฝังใจอย่างที่เขาบอก
แต่ศุภรุจน์ไม่รีรอ เขาจูงมือเธอให้ก้าวตามไปที่ชายหาดซึ่งมีเจ็ตสกีจอดอยู่ เมื่อไปถึงก็จัดการเข็นเจ็ตสกีลงน้ำแล้วหันมากวักมือเรียก
บุษบงกชมองภาพตรงหน้าอย่างชั่งใจ ก่อนจะก้าวเดินไปหาศุภรุจน์ที่ส่งยิ้มพอใจมาให้ เขาจับเอวเธอช่วยส่งขึ้นไปบนเจ็ตสกีแล้วตามขึ้นไปนั่งคร่อมด้านหลัง ก่อนบังคับมันให้แล่นไปในทะเลห่างจากจุดที่มีคนว่ายน้ำเล่นกันอยู่ พักเดียวเขาก็หันมาบอก
“ลองดูนะบุษ...ไม่ยากเลย”
พูดจบเขาก็ปล่อยมือจากคันเร่งมากอดเอวเธอไว้ บุษบงกชถึงกับไปอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนเตือนสติตนเองว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะเอาเปรียบหรือลวนลาม ครั้นได้ยินเสียงกระตุ้นให้เธอบังคับเจ็ตสกีดังขึ้นข้างหูอีกครั้ง หญิงสาวก็สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ สองสามครั้ง แล้วจับคันเร่งบิดเบาๆ ทันที
เจ้ายานยนต์คันเล็กเพรียวพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว และเร็วขึ้นเรื่อยๆ เมื่อคนบังคับเริ่มคุ้นชินและคึกคะนอง ยิ่งคนข้างหลังยุส่งให้ขับเร็วๆ เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาอยู่ตลอดเวลา หญิงสาวก็ยิ่งเร่งความเร็วตามเสียงกระตุ้น แต่เพราะเป็นมือใหม่ เมื่อหักเลี้ยวกะทันหัน ทั้งตัวเธอและคนนั่งซ้อนหลังก็ถูกแรงเหวี่ยงกระเด็นตกจากเจ็ตสกีที่กำลังหมุนติ้วทันที
ศุภรุจน์รีบดึงตัวหญิงสาวลงไปใต้น้ำเพื่อหลบวิถีการหมุนของเจ็ตสกีเพื่อความปลอดภัย ขณะที่บุษบงกชซึ่งไม่รู้ว่าเขาดึงตัวเธอลงไปทำไม กอปรกับตกใจจนลืมกลั้นหายใจทำให้สำลักน้ำ ก็พยายามถีบตัวขึ้นมา
ชายหนุ่มกอดเธอไว้แน่นไม่ยอมปล่อย เพราะรู้ว่ายังไม่พ้นรัศมีแรงเหวี่ยงของเจ็ตสกี แต่พอเห็นสีหน้าตื่นตกใจและอาการอึดอัดหวาดกลัวของหญิงสาว เขาก็รีบกอดกระชับแล้วแนบริมฝีปากเป่าลมเพื่อเพิ่มอากาศหายใจให้คนในอ้อมแขนที่กำลังตกตะลึงอีกครั้ง ซึ่งทำให้อาการดิ้นรนอย่างตื่นตกใจค่อยคลายลง
บุษบงกชไม่รู้เลยว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไรแล้วที่เธอกับเขาอยู่ในสภาพเช่นนี้ มารู้ตัวอีกทีก็เมื่อปลายลิ้นอุ่นๆ ของเขาแทรกเข้ามาไล้เลีย หญิงสาวรีบผลักเขาออกห่างทันทีที่พบว่าทั้งเธอและเขาลอยตัวขึ้นสู่ผิวน้ำแล้ว
“ขอโทษ...พี่ลืมตัว”
เขาบอกเร็วๆ ก่อนเหลียวมองหาเจ็ตสกีที่คว่ำอยู่ไม่ไกลแล้วว่ายน้ำเข้าไปกู้มันขึ้นมา คล้ายไม่สนใจเลยว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกอย่างไร
บุษบงกชได้แต่ทำหน้าง้ำ
‘ขอโทษ...พี่ลืมตัว’
...พี่รุจจูบบุษเพราะลืมตัวหรอกหรือ?