ปราบรักประธานเย็นชา
ตอนที่ 6. แปลกใจ
หลังจากน้ำตาลสงบสติอารมณ์ได้นั้นก็กลับเข้ามาที่ห้องทำงาน และตรงมาที่ธนา หญิงสาวรวบรวมความกล้าทั้งหมดออกมาก่อนที่จะเอ่ยถามชายหนุ่มที่นั่งทำงานอยู่ตรงหน้าของเธอ
“คืองี้นะ จะเป็นไรไหมถ้าฉันอยากให้คุณช่วยเล่าเรื่องระหว่างคุณกับน้ำชาให้ฉันฟัง” น้ำตาลพูดออกมาอย่างเหลืออดเพราะว่าเธอไม่อยากให้เรื่องที่เธออยากรู้มันค้างคาใจไปมากกว่านี้ เพราะถ้ายังไม่รู้เรื่องตอนนี้มีหวังเธอคงได้เป็นป่วยเป็นโรคประสาทก่อนที่จะได้รู้ความจริงเป็นแน่ อีกทั้งการงานคงพังไม่เป็นท่าอย่างแน่นอน
ธนาเงยหน้าจากการทำงานอีกครั้งก่อนมองมาที่หญิงสาว สายตามองไปที่ใบหน้าหวานของคนที่อยู่ตรงหน้าอย่างพินิจพิจารณาเป็นอย่างมากแล้วตอบออกมา
“อ่อได้สิ...” เมื่อธนาตอบออกมาแล้วนั้นก็ขยับตัวนั่งพิงเก้าอี้แล้วมองมาที่หญิงสาวก่อนจะเล่าออกมา
“ผมรู้จักกับน้ำชาตั้งแต่มหาวิทยาลัยปี1 เราเรียนคณะเดียวกัน น้ำชาเป็นคนเรียบร้อยน่ารัก
ผมพาน้ำชาไปแนะนำให้แม่รู้จัก แน่นอนเธอกับแม่เข้ากันได้ดี แต่ผมไม่เคยรู้เรื่องครอบครัวเธอสักเท่าไหร่ เพราะเธอบอกว่าไม่ได้มีอะไรมากมายก็เหมือนกับครอบครัวอื่นทั่วไปเท่านั้น และตั้งแต่นั้นมาเราเลยมองข้ามเรื่องนี้ไป
โดยที่เราได้คุยกันว่าเมื่อวันที่เราพร้อมเธอจะพาผมไปแนะนำให้รู้จักกับครอบครัวของเธอ
วันหนึ่งน้ำชาบอกว่าจะไปอังกฤษสักอาทิตย์ แล้วจะกลับมา ตั้งแต่วันนั้นจนถึงตอนนี้ก็ 2ปีกว่าที่เธอไม่ส่งข้าวมาเลย ผมพยายามติดต่อไปหาเธอทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นเมล์ เบอร์โทรศัพท์ แต่ก็ติดต่อไม่ได้เลยอีกทั้งไปที่สถานทูตเพื่อตามหาคนหายก็ปรากฎว่าไม่มีชื่อเธอในการเดินทางเข้าออกระหว่างประเทศ คุณว่ามันน่าแปลกไหม แล้วน้ำชาหายไปไหน เป็นตายร้ายดียังไง ผมอยากรู้มาก
จะไม่รู้สึกโกรธเลยด้วยซ้ำถ้าหากว่าเธอมีครอบครัว หรือมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี แต่ขอแค่ติดต่อมาก็เท่านั้นแต่ว่ามันไม่มีเลย
จนกระทั่งผมได้มาเจอคุณนี่แหละ มันทำให้ผมแปลกใจมากเพราะมองยังไงก็ใช่ขนาดเพื่อนสนิทน้ำชา พิมพ์คนที่มาเมื่อเช้ายังบอกใช่ ไม่ว่าจะมองยังไงก็ใช่ ใช่แน่ ๆ ทุกคนยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าใช่ ทั้งน้ำเสียง ใบหน้า ต่างกันแค่กริยาการพูดก็เท่านั้น”
ธนาพูดจบและมองน้ำตาลด้วยความหวังที่ว่าถ้าหากเธอคือน้ำชาก็ขอให้เธอหยุดเล่นอะไรแบบนี้สักที
“มันไม่มีทางที่คนเราจะเหมือนกันได้ขนาดนี้ ไม่มีทางแต่ฉันไม่ใช่น้ำชา แต่ฉันเชื่อว่าวันนึงคุณคงได้พบกับคนรักของคุณ ไม่ว่าน้ำชาจะเป็นใครอยู่ที่ไหนฉันเชื่อว่าเธอคงรับรู้ว่าคุณรักเธอ” น้ำตาลบอกออกมาด้วยความจริงใจก่อนที่เธอจะขอร้องธนาอีกครั้ง
“แต่ว่า...เพราะว่าฉันเหมือนน้ำชามากฉันอยากให้คุณเว้นระยะห่างจากฉันได้ไหมคะ
สิ่งที่คุณทำกับฉันนั้น ไม่ว่าจะเป็น กอด จูบ หรือสัมผัสกันโปรดอย่าทำแบบนั้นอีกเลยค่ะ เพราะฉันไม่ใช่ตัวแทนใคร อย่าทำดีกับฉันเพราะว่าฉันเหมือนคนรักคุณ”
ต่อไปขอให้เราทำงานด้วยกันเหมือนกับหัวหน้าและลูกน้องทั่วไป ไม่ต้องคิดว่าฉันเป็นน้องสาวท่านประธาน และไม่ต้องคิดว่าฉันคือคนรักของคุณ”
“ผมขอโทษ นั้นเป็นเพราะผมรักและคิดถึงมาก”
“คุณไม่มีแฟนเหรอ คุณรอน้ำชามาตลอดเหรอคะ น่าอิจฉาจัง แต่บางครั้งมันก็ทำให้ฉันปวดใจ”
น้ำตาลตอบออกมาพร้อมกับยกมือไปกุมที่หน้าอกตัวเอง
“ที่คุณพูดมานั้นมันหมายความว่าไง”
ธนาถามออกมาด้วยความสงสัย
“ฉันไม่ได้คิดอะไรกับคุณนะแต่บางครั้งที่คุณเรียกน้ำชา มันทำให้ฉันปวดใจ มันบอกไม่ถูกอีกอย่างฉันตัดสินใจ อาจจะไม่มาทำงานแล้วนะคะ”
“ทำไม เพราะผมกวนใจคุณเหรอ”
“เปล่าค่ะ ฉันเหนื่อย เอาไว้พร้อมกว่านี้แล้วกันขอบคุณนะคะที่เสียเวลาสอนงาน ขอตัวนะคะ”
น้ำตาลลุกขึ้นยืน ธนาคว้ามือไว้ น้ำตาลมองมือธนาที่จับมือตัวเอง
“ฉันว่าเมื่อกี้ฉันบอกคุชัดเจนแล้วนะคะ ว่าฉันไม่ใช่ตัวแทนของใคร ฉันอาจจะอยู่ถ้าคุณธนารู้สึกว่าอยากให้น้ำตาลอยู่ ไม่ใช่ที่เป็นตอนนี้
หรือต่อให้คุณรักฉันก็จงรักที่ฉันเป็นฉันไม่ใช่คนอื่น ฉันรู้ว่าเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วแต่แค่อยากพูดให้คุณเห็นภาพรวมที่ชัดเจนที่สุดค่ะ น้ำตาลก็คือน้ำตาล และ น้ำชาก็คือน้ำชาค่ะ “
“เข้าใจล่ะ..ผมขอโทษ”
ธนาค่อยๆปล่อยมือน้ำตาลออก น้ำตาลจึงเดินออกไปทันที แล้วตรงไปที่ห้องทำงานพายุ
เมื่อเข้าไปในห้องพายุ แต่พายุไม่อยู่ในห้อง
น้ำตาลมองหาไปทั่วห้องแต่ก็หาไม่เจอ
“ไปไหนของเค้านะ แต่คงไปไม่นานเพราะเปิดไอแพดทิ้งไว้ แอบดูดีกว่าคุยกับใคร”
น้ำตาลตรงไปนั่งเก้าอี้ทำงานแล้วหยิบไอแพดมาดู....
สายตามองไปที่หน้าจอด้วยคำถามที่ผุดขึ้นมาในสมองอย่างมากมายนับไม่ถ้วนก่อนที่จะบ่นออกมา
“อะไร นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ไม่จริง...”
ในตอนที่น้ำตาลกำลังสับสนนั้นพายุเปิดประตูเข้ามา.... ”ยัยน้อง” !!!! “พี่....นี่มันอะไรคะ” ????