ปราบรักประธานเย็นชา
ตอนที่ 4. คนรักเก่า
น้ำตาลเดินเข้าบ้าน แม่พายุรีบออกมารับทันทีและเมื่อเห็นว่าหลานสาวคนโปรดร้องไห้เข้าบ้านทำเอาคนเป็นป้าถึงกับปวดใจเป็นอย่างมาก ก่อนที่จะเอ่ยถามหลานสาวของท่าน
“ร้องไห้มาเหรอลูกเป็นอะไรรึเปล่า พี่เขาดุด่าหนูมาอย่างนั้นเหรอ เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าลูก” ป้าถามด้วยความห่วงใยก่อนเดินเข้าไปกอดหลานสาวให้เข้าบ้าน และยังมีท่าทางที่เป็นห่วงหลานสาวคนเดียวของท่านอย่างมาก
น้ำตาลยังคงร้องไห้ก่อนที่จะตอบออกมา
“พี่พายุคงบอกป้าแล้วใช่ไหมคะ ทำไมหนูถึงต้องตกใจกับเสียงแตรรถตลอดคะป้า หนูไม่เข้าใจ หนูมีอะไรที่ผิดปกติที่แตกต่างไปจากคนอื่นหรือเปล่าคะคุณป้า” น้ำตาลสะอึกสะอื้น ก่อนจะค่อย ๆ ยกมือมาเช็ดน้ำตาของตัวเองแล้วเอ่ยถามคนเป็นป้าของเธอ
“แหม๋ลูกดังขนาดนั้นใครก็ต้องตกใจเป็นธรรมดา ไปพักก่อนไหมอย่าคิดอะไรมากมายเลย” ป้ารีบปลอบใจหลานสาว
“ป้าคะ” น้ำตาลหันมาเรียกป้าอีกครั้งหนึ่ง ทำเอาแม่ของพายุถึงกับชะงักขึ้นมาในทันทีก่อนจะหันไปตอบหลานสาวของท่าน
“ว่าไงล่ะลูก” ป้ารอฟังว่าหลานสาวจะพูดอะไรออกมา
“เปล่าค่ะ...ไม่มีอะไรค่ะป้าขอตัวก่อนนะคะ..” น้ำตาลตอบออกมาแต่ก็อดไม่ได้ที่จะพูดอะไรบางอย่างออกมาอีกครั้งหนึ่ง
“แต่..ป้าคะ”
“หืม..มีอะไรก็พูดออกมาเถอะลูก” ป้าตอบออกมาอย่างใจเย็น
“พ่อแม่หนูไม่ติดต่อมาเลยเหรอคะ”
“อ่อ...ก็เขาเที่ยวรอบโลกกันอยู่ก็ติดต่อมาแค่ทางอีเมล์แค่นั้นแหละ เห็นว่ากว่าจะติดต่อมาได้ก็นานเอาการเหมือนกันนะ ป้าว่าสงสัยถ้ากลับมาคราวนี้คงต้องดุด่ากันบ้างแล้วแหละ ไปไม่รู้จักทางกลับบ้านกันหรือยังไง จริงไหมลูก”
“อ่อค่ะ ไปนานเลยเน๊อะ ไม่คิดถึงลูกบ้างรึไงไม่เข้าใจ งั้นหนูไปอาบน้ำก่อนนะคะเผื่อว่าร่างกายจะสดชื่นขึ้นมาบ้างค่ะ”
เมื่อน้ำตาลออกไปแม่ถึงกับกุมขมับ และได้แต่ถอนหายใจออกมากับสิ่งที่เกิดขึ้น
ทางด้านธนาที่กลับมาดูแม่ที่บ้าน...ชายหนุ่มเดินเข้าบ้านอย่างใจลอย
“อ้าวลูกกลับมาทำไมแม่ไม่เป็นไร ออกมาแบบนี้เสียการเสียงานแย่เลยนะ อย่าห่วงแม่จนเกินเหตุเลยลูก”
“แม่ผมเจอน้ำชา” ธนาพูดออกมาอย่างกับคนที่หมดอาลัยตายอยากในชีวิต
แม่ชะงักก่อนเอ่ยถามออกมา “ใช่ไหม..แม่ก็ว่าเด็กคนนั้นคือหนูน้ำชาชัดๆ แต่ทำไมเขาจำแม่ไม่ได้”
แม่ถามออกมาด้วยความสงสัยก่อนที่ธนาจะตอบกับผู้เป็นแม่ออกมา
“ไม่ใช่แค่แม่ขนาดตัวผมเองเธอก็จำไม่ได้เหมือนกัน ไม่รู้ว่าจะแกล้งอำเล่นหรือยังไง ถ้าทำขนาดนั้นมันไม่เกินไปหรือยังไงกันครับแม่”
ธนาเล่าเรื่องที่น้ำตาลทำงานที่เดียวกันให้แม่ฟัง
“เป็นไปได้ยังไงหรือความจำเสื่อม”
“นั่นสิครับ ตอนคบกันผมก็รู้แค่ว่าครอบครัวรวยมากทำงานต่างประเทศ แต่ไม่เคยรู้ว่ามีลูกพี่ลูกน้องเป็นประธานบริษัทที่ผมทำงานอยู่”
“ใจเย็นๆ นะลูกแม่ว่าหนูน้าชา อาจมีเหตุผลอะไรรึเปล่า”
ธนาเงียบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดโทรออก
น้ำตาลอาบน้ำเสร็จแล้วจึงนั่งเปิดเมล์ที่พ่อแม่ส่งมา
“สบายดีไหมลูก พ่อแม่สบายดีคิดถึงลูกมากอย่าได้กังวลอยู่กับลุงป้าและพี่ไปก่อน เอาไว้แม่เที่ยวเสร็จจะรีบกลับไปหา พ่อกับแม่ทำงานหนักมาทั้งชีวิตขอเวลาพักผ่อนแปบนะ รัก❤”
น้ำตาลอ่านเสร็จ รีบตอบกลับ...
“พ่อแม่คะ หนูสบายดีค่ะตอนนี้กำลังเริ่มทำงาน ไม่รู้จะไหวไหม ทุกคนดูแลหนูอย่างดีค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ เที่ยวให้สนุกนะ อย่าลืมซื้อของฝากหนูก็พอ”
น้ำตาลตอบเมล์จบแล้วรีบวิ่งไปหาลุงกับป้าที่ห้องทำงาน
ลุงที่เห็นหลานสาวรีบวิ่งมาเลยรีบห้าม
“เบาๆ ลูกอย่าวิ่งเดี๋ยวจะล้ม”
ป้าหันมาถามหลานสาว “มีอะไรดีใจอะไรขนาดนั้น”
“ทำอะไรกันอยู่คะ” น้ำตาลถามลุงกับป้าของเธอ
“ดูโปรเจคที่พี่เขาจะทำอ่ะ มูลนิธิที่จะช่วยเหลือเด็ก”
ลุงบอกพร้อมกับพับโน๊ตบุ๊คลง
ป้าเห็นท่าทางของหลานเลยรีบถามขึ้นมา “ว่าแต่มีอะไรลูก ทำไมดีใจอะไรหรือว่าหายเครียดแล้วเหรอหรือยังไง”
“พ่อกับแม่ส่งเมล์มาค่ะนี่ไง”
น้ำตาลยื่นไอแพดให้ลุงกับป้าป้าลูบผมน้ำตาล...
“ปล่อยเขาเที่ยวกันเถอะอยู่กับป้าก็มีความสุขใช่ไหม”
“มากๆ เลยค่ะ
“ทำงานเป็นไงบ้างวันแรกก็โดดงานซะแล้ว” ลุงถึงกับยิ้มและแซวหลานสาวของตัวเอง
“หนูรู้สึกว่าผู้จัดการธนา คงไม่ชอบหนูเท่าไหร่เพราะว่า เหมือนกับว่าเขาจะตั้งแง่กับหนูตั้งแต่วันแรกที่เจอกันเลยค่ะ” น้ำตาลรีบรายงานผู้ใหญ่ตามความเป็นจริงในทันที
“ อ้าวทำไมล่ะ “ ป้าถามออกมาด้วยความสงสัย
“ เมื่อเช้าเข้าใช้หนูถ่ายเอกสาร ชงกาแฟ แล้วพูดจาแปลกๆหนูปวดหัวกับเขามากพอตกเย็นบอกว่าพรุ่งนี้ให้มาทำงาน หนูปวดหัวกับเขามากเลยค่ะ”
น้ำตาลเล่าเป็นฉากๆ เล่นเอาลุงกับป้านั่งขำ
“เขาอาจคิดว่าหนูคงไม่จริงจังกับงานรึเปล่า แบบว่าฝึกให้หนักถ้าไม่ไหวก็กลับเองแบบนั้นอ่ะ”
“อ่อ...หนูเข้าใจล่ะคอยดูนะคะแล้วจะได้เห็นดีกัน”