ตอนที่ 11 :พื้นที่หวงห้าม
ริมฝีปากหยักบดขยี้ลงมาอย่างเอาแต่ใจ รสจูบที่เริ่มต้นด้วยความดุดันแปรเปลี่ยนเป็นความเรียกร้องและโหยหาอย่างประหลาด รัตน์เผลอตัวตอบรับสัมผัสนั้นด้วยความคุ้นเคย สองแขนเรียวโอบรอบลำคอแกร่งขณะที่แผ่นหลังของเธอแนบชิดกับบานประตูรถ แสงไฟสลัวจากหน้าบ้านสาดส่องให้เห็นเงาของต้นจามจุรีใหญ่ที่ทอดทับลงมาบนร่างของคนทั้งคู่
ต้นจามจุรี...
สติของหมอสาวถูกกระชากกลับมาทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ว่าพวกเขากำลังยืนอยู่ตรงไหน รัตน์เบิกตากว้าง ออกแรงผลักแผงอกของภูมิออกสุดแรงจนชายหนุ่มผงะถอยไปครึ่งก้าว
"หยุดนะภูมิ! ตรงนี้ไม่ได้!"
รัตน์หอบหายใจ ยกหลังมือขึ้นเช็ดริมฝีปากที่บวมเจ่อ ใบหน้าสวยเฉียบแดงก่ำทั้งจากแรงอารมณ์และความรู้สึกผิด
"ใต้ต้นไม้นี้... เป็นที่ฝังอัฐิของยายแม้น ภรรยาของตาชื่น คุณจะมาทำรุ่มร่ามตรงนี้ไม่ได้ ให้เกียรติสถานที่ด้วย" รัตน์พยายามเตือนสติของตัวเองและภูมิ
ภูมิชะงักไปเล็กน้อย เขามองผ่านไหล่บางไปที่โคนต้นจามจุรียักษ์ที่แผ่กิ่งก้านสาขาสง่างาม ชายชรารักและหวงแหนพื้นที่ตรงนี้มาก เพราะมันคือตัวแทนของผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจ วินาทีนั้น... ในหัวของนักธุรกิจหนุ่มที่เคยคิดแต่จะเอาเครื่องจักรมาไถกลบพื้นที่ กลับเกิดภาพจินตนาการบางอย่างวาบขึ้นมา ภาพของต้นจามจุรีที่ไม่ได้ถูกโค่นทิ้ง แต่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลาง...เหมือนภูมิจะเกิดไอเดียบางอย่าง
"ตาขอโทษทีที่ออกมาส่งช้าไปหน่อยลูก!"
เสียงของตาชื่นดังแทรกขึ้นมาไกลๆ ทำเอาทั้งสองคนรีบผละออกจากกันแทบไม่ทัน ชายชราเดินยิ้มกริ่มออกมาจากในบ้านพร้อมกับเล ที่ในมือถือถุงใส่ผลไม้สดมาด้วย
“ทำไมตาดูอารมณ์ดีจังคะ?” หมอรัตน์ที่สังเกตอาการเห็นจึงถามออกมา
"พอดีไอ้เรือง ลูกชายตาที่เป็นทหารเรืออยู่สัตหีบมันโทรมาน่ะสิ บอกว่าเทศกาลเดือนหน้าจะพาลูกเมียมากินนอนที่นี่ให้ตาหายเหงา" ตาชื่นหัวเราะอย่างมีความสุขเมื่อพูดถึงลูกหลาน "นี่มะม่วงน้ำดอกไม้ เอาไปกินสิลูก ตาเก็บมาจากหลังบ้าน"
"ขอบคุณมากค่ะตาชื่น งั้นหมอขอตัวกลับก่อนนะคะ พรุ่งนี้มีเวรเช้า" รัตน์รีบรับถุงมะม่วงมาถือไว้ ไหว้ลาตาชื่นแล้วรีบเปิดประตูขึ้นรถสตาร์ทเครื่องยนต์ทันที โดยไม่แม้แต่จะปรายตามองภูมิที่ยืนล้วงกระเป๋ามองเธออยู่
รถยุโรปคันเล็กแล่นออกไปจนลับสายตา ภูมิหันไปค้อมศีรษะลาตาชื่นแล้วขึ้นรถอัลพาร์ดของตัวเองบ้าง
"กลับคอนโดเลยไหมครับบอส" คนขับรถเอ่ยถาม
"ไม่ต้อง... ตามรถหมอรัตน์ไปนั่นแหละ บอกให้เรียกหัวหน้าไง" ภูมิสั่งเสียงเรียบ นัยน์ตาคมกริบจ้องมองไฟท้ายรถของรัตน์ที่อยู่ห่างออกไป สมองของเขากำลังประมวลผลหลายอย่าง ทั้งเรื่องลูกชายตาชื่นที่เป็นทหารเรือ (ซึ่งเขาต้องเตรียมรับมือหากลูกชายแกมา แซกแซงเรื่องที่ดิน) และเรื่อง... ผู้หญิงอวดดีที่กล้าผลักเขาออกเมื่อครู่นี้
ครืด…ครืด…
เสียงสั่นของโทรศัพท์ดังขึ้น
“ว่าไงกิตติ”
“เหมือนบริษัทย์คู่แข่งจะปั่นหัวญาติเจ้าของที่ครับบอส ทางเจ้าของไม่มีปัญหา มันเลยไปปั่นหัวลูกให้โก่งราคาครับ” กิตติผู้ช่วย เลขา หรือมือขวาก็ตามแต่จะเรียก กำลังขับรถอยู่ขณะรายงานอัปเดตให้บอสฟัง
“เข้าทางผู้ใหญ่ไว้ ทำให้มันถูกต้อง อธิบายให้เขาฟังให้เข้าใจ ที่เหลือไม่ต้องสนใจ”
ยี่สิบห้านาทีต่อมา รัตน์กลับมาถึงคอนโดมิเนียมของตัวเอง เธอถอดรองเท้าส้นสูงทิ้งไว้หน้าประตูด้วยความอ่อนล้า วันนี้มีเรื่องให้คิดและรับมือเยอะเกินไป โดยเฉพาะสัมผัสวาบหวามใต้ต้นจามจุรีที่ยังติดอยู่ที่ปลายลิ้น
แกร๊ก...
เสียงปลดล็อคประตูดิจิทัลจากด้านนอกดังขึ้น รัตน์สะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองบานประตูที่ถูกผลักเข้ามา ร่างสูงใหญ่ของภูมิแทรกตัวเข้ามาในห้องอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะดันประตูปิดล็อคตามหลัง
"คุณตามฉันมาทำไม!" รัตน์ตวาดแหว ถอยหลังไปหนึ่งก้าว
"ผมยังกินไม่อิ่ม" ภูมิตอบหน้าตาย ปลดกระดุมข้อมือเสื้อเชิ้ตออกช้าๆ "และคุณก็บอกเองว่า 'ตรงนั้นไม่ได้' ผมก็เลยตามมาทำ 'ตรงนี้' แทน"
"หน้าด้าน! ฉันไม่ได้อนุญาตให้คุณเข้ามานะภูมิ กลับไปเลย ฉันเหนื่อยแล้ว"
"เหนื่อยก็แค่คราง... ที่เหลือเดี๋ยวผมจัดการเอง"
ไม่พูดพร่ำทำเพลง ภูมิพุ่งตัวเข้าประชิด รวบเอวบางเข้ามากอดรัดไว้แน่น รัตน์พยายามทุบตีและผลักเขาออก
“เดี๋ยวคุณ อย่าเพิ่งตะกละตะกลาม มาคุยกันก่อน เรื่องตาชื่นนี่ยังไง?”
หมอรัตน์จ้องภูมิด้วยสีหน้าจริงจัง ภูมิมองเธอแล้วยิ้มอ่อน เดินไปที่ขวดบรั่นดีของเขาที่เหลือเกินครึ่งขวด เอาน้ำแข็งใส่แก้ว แล้วยกแก้วถามหมอรัตน์
“เอาด้วยมั้ย”
“เผื่อด้วยก็ดี” ภูมิเดินถือแก้วมานั่งข้างเธอ
“ไม่ปิดบังคุณก็ได้ ตอนแรกผมจะทำโครงการคอนโดทวินทาวน์เวอร์ ที่มีสะพานเชื่อมต่ออาคาร ที่ ที่มองไว้ไม่ถึงที่ของตาชื่นหรอก วันหนึ่งผมลงไปดูพื้นที่คุยกับวิศวกรและช่างรังวัด มีชาวบ้านตะโกนให้ช่วยพวกผมก็ไปดู ตาชื่นกำลังแบกยายเนียนไว้ข้างหลัง หารถไปโรงพยาบาล แต่ไปถึงโรงพยาบาลช้าเกินไป ยายแกนอนหมดสติอยู่นานกว่าตาชื่นจะไปเห็น นั่นเมื่อสามปีก่อน พอเริมซื้อที่ผมก็ให้กิตติที่เป็นผู้ช่วยไปสืบประวัติแกดู ลูกชายรับราชการทหารอยู่ไกล แต่ก็มาเยี่ยมตลอด ภาพที่แกแบกยายขึ้นหลัง มันเหมือนตายายของผมที่เสียไป ผมเลยอยากช่วยแก ผมคิดว่าจะทำร้านขายของใต้คอนโดให้แก แล้วเวลาก็ผ่านไป ผมก็ชอบลืม พอเจอแกอีกทีเมื่อปีก่อนผมก็นึกได้เลยเริ่มโครงการอีกครั้ง แต่แกยังไม่ยอมขาย” ภูมิเล่าให้รัตน์ฟังอย่างไม่ปิดบัง
“แล้วฉันไปเป็นหมากของคุณตอนไหน?” รัตน์ยังกดดันต่อ ภูมิหัวเราะเบาๆก่อนตอบ
“คุณไม่ได้อยู่ในเกมคอนโดเลย แต่อยู่ในสัญญาของเราแค่นั้น ผมบอกไปแล้วว่าผมแค่เคยคิด แต่ผมไม่ชอบความคิดนั้น” ภูมิเริ่มขยับเข้าไปแล้วโอบเธอ เขาโน้มตัวเข้าจูบเธอ รัตน์กำลังจะขยับหนี แต่คราวนี้ภูมิไม่ยอมอ่อนข้อให้ ชายหนุ่มรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้บนศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างสอดเข้าใต้ท้ายทอย บังคับให้เธอแหงนหน้ารับจูบที่ดุดันและเอาแต่ใจกว่าเดิม
"อื้อ!" รัตน์ประท้วงในลำคอ แต่กล้ามเนื้อทุกสัดส่วนกลับทรยศต่อคำสั่งของสมอง ความร้อนรุ่มที่ถูกจุดทิ้งไว้ตั้งแต่ที่บ้านตาชื่นถูกโหมกระพือขึ้นมาอีกครั้ง
"จำเอาไว้นะรัตน์..." ภูมิถอนริมฝีปากออกมากระซิบชิดใบหู เสียงของเขาแหบพร่า"บนเตียงนี้... ในห้องนี้... คุณเป็นของผมคนเดียว อย่าให้ผมเห็นไอ้หมอหน้าจืดนั่น หรือผู้ชายหน้าไหนมาแตะต้องตัวคุณอีก"
ประโยคนั้นแสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจนจนเส้นแบ่งคำว่า FWB เริ่มสั่นคลอน ภูมิดันร่างบางไปจนชิดโซฟา ยกขาข้างหนึ่งของเธอขึ้นเกี่ยวเอวไว้ ก่อนจะเริ่มปลดเปลื้องพันธนาการเสื้อผ้าของเธอออกอย่างรวดเร็วและร้อนแรง
“วันนี้ขอบนโซฟานะ” พูดเสร็จภูมิไม่รอคำตอบ ก้มดูดที่อกเธอ จนเธอต้องแอ่นอกขึ้นตามลิ้นของเขา
“อื้อ อื้อ” เสียงเบาๆของเธอหลุดออกมาจาลำคอ ภูมิปล่อยมือที่รั้งไว้ แล้วมารูดกางเกงของเธอลง เขามองเธอแล้วเอามือคว้าแก้วบรั่นดีที่มีเพียงน้ำแข็งก้อนเดียว กระดกที่เดียวหมดครึ่งแก้ว แล้วเขาก็ถอดเสท้อตัวเอง
“นี่จะเป็นครั้งแรกของผมที่ทำให้ผู้หญิง” ภูมิที่กำลังกึ่มได้ที่ เนื่องจากตอนที่กำลังเดินทางมา เขากินเพียวๆเพื่อดับอารมณ์ที่ค้างคามาจากในรถแล้ว และรัตน์ก็ฟังไม่เข้าใจว่าภูมิหมายถึงอะไร แต่ทันใดนั้น ภูมิก็ก้มลงไปที่ถ้ำน้อยของเธอ แล้วแหวกแพนตี้ออกไปด้านข้าง เสร็จแล้วก้มจูบมันอย่างนุ่มนวล
“อ๊ะ! …ภูมิ ..อ๊า…”
คืนนี้เขาตั้งใจจะประทับรอยรักและกลืนกินเธอให้ลึกซึ้งที่สุด เพื่อย้ำเตือนให้เธอรู้ว่า... เธอไม่มีทางหนีเขาพ้น