ตอนที่ 9 : แผนการที่ซ่อนเร้น
หน้ากระจกเงาในห้องน้ำของโรงพยาบาล รัตน์กำลังหัวเสียอย่างหนัก มือบางกำฟองน้ำแต่งหน้าแน่นขณะพยายามตบคอนซีลเลอร์ทับรอยคิสมาร์กสีแดงเข้มสามสี่จุดบริเวณซอกคอและเนินอก
“ไอ้คนเฮงซวย บอกแล้วไงว่าอย่าทำรอย” เธอสบถพึมพำกับตัวเอง แม้จะพยายามกลบเกลื่อนแค่ไหน แต่รอยพวกนั้นก็ยังดูเด่นชัดจนเธอต้องตัดสินใจหยิบพลาสเตอร์ยาแผ่นใหญ่มาแปะทับรอยที่สูงที่สุดใกล้สันกราม แล้วรูดซิปเสื้อข้างในขึ้นจนสุดคอเพื่อความปลอดภัยและขยับปกเสื้อกาวน์ให้กระชับ
เมื่อจัดการตัวเองเสร็จ รัตน์ก็เดินไปที่วอร์ดผู้ป่วยชั้นแปด วันนี้เป็นวันที่ตาชื่นได้รับอนุญาตให้กลับไปพักฟื้นที่บ้านได้แล้ว เมื่อเธอผลักประตูเข้าไป ก็ต้องประหลาดใจอีกครั้งเมื่อพบว่าคนขับรถของภูมิและเลขาหน้าห้องกำลังช่วยกันเก็บของให้ชายชรา ส่วนตัวต้นเหตุที่ทิ้งรอยไว้บนคอเธอนั้น กำลังยืนคุยโทรศัพท์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดอยู่ที่ระเบียงด้านนอก
“อ้าว หมอรัตน์มาพอดีเลยลูก” ตาชื่นที่เปลี่ยนมาใส่ชุดเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตตัวเก่งเอ่ยทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“ไอ้หนุ่มมันอาสาจะเอารถไปส่งตาที่บ้านน่ะ บอกว่ารถมันนั่งสบายกว่าแท็กซี่”
รัตน์ปรายตามองผ่านประตูกระจกออกไปที่ระเบียง ภูมิกดวางสายและหันกลับมาสบตาเธอพอดี เขาส่งยิ้มบางๆ ให้ก่อนจะเดินกลับเข้ามาในห้อง ลุคผู้บริหารหนุ่มในชุดสูทเต็มยศวันนี้ดูหล่อเหลาและทรงอำนาจผิดกับผู้ชายที่นอนเปลือยเปล่ากอดเธอเมื่อคืนลิบลับ
“สวัสดีครับคุณหมอ วันนี้ตาชื่นกลับบ้านได้แล้วใช่ไหมครับ”
ภูมิเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพและเป็นทางการสุดๆ ราวกับคนเพิ่งรู้จักกัน
‘เล่นละครเก่งจริงนะ’ รัตน์คิดในใจ ก่อนจะพยักหน้ารับด้วยท่าทีเป็นงานเป็นการไม่แพ้กัน
“ใช่ค่ะ ค่าเลือดและคลื่นหัวใจปกติแล้ว แต่ต้องทานยาให้ตรงเวลาและห้ามทำงานหนักเด็ดขาดนะคะ หมอนัดฟอลโลว์อัปอีกทีสัปดาห์หน้า” เธอหันไปกำชับตาชื่น
“เรื่องยาและการพักผ่อน เดี๋ยวผมจะให้คนของผมเข้าไปช่วยดูแลตาทุกวันครับ หมอรัตน์ไม่ต้องห่วง” ภูมิพูดแทรกขึ้นมา แววตาที่มองตาชื่นดูจริงใจเสียจนรัตน์เริ่มสับสน
“แหม เอ็งนี่มันตื๊อเก่งจริงๆ ข้าบอกแล้วไงว่ายังไงข้าก็ไม่ขายที่ดินให้หรอก” ตาชื่นส่ายหน้ายิ้มๆ แต่ก็ไม่ได้มีท่าทีรังเกียจเหมือนวันแรกๆ
“ผมไม่ได้มาคุยเรื่องงานครับตา ผมมาในฐานะหลานคนนึงที่ห่วงใยผู้ใหญ่” ภูมิหยอดคำหวาน ก่อนจะขยับตัวเข้ามาใกล้รัตน์เพื่อช่วยหยิบถุงยาบนโต๊ะ จังหวะที่แขนเสื้อสูทเฉียดกับแขนของเธอ เขาก้มลงกระซิบด้วยระดับเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน “พลาสเตอร์ยาที่คอ... บังไม่มิดนะครับคุณหมอ”
รัตน์ถลึงตาใส่ รีบขยับตัวถอยห่างหนึ่งก้าว “ถ้าเรียบร้อยแล้ว หมอขอตัวไปดูเคสอื่นก่อนนะคะ เดินทางปลอดภัยค่ะตาชื่น”
“เดี๋ยวสิหมอรัตน์” ตาชื่นร้องเรียกไว้ “เสาร์อาทิตย์นี้หมอหยุดหรือเปล่าลูก ตาอยากชวนมากินข้าวที่บ้าน ตาจะทำแกงสายบัวปลาทูของโปรดยายเลี้ยงตอบแทนที่หมอช่วยชีวิตตาไว้ หมอมาให้ได้นะลูกนะ”
รัตน์ลังเลใจ แต่เธอก็ชอบตาชื่นและรู้สึกเหมือนตาของเธอที่เสียไนานแล้ว แต่การไปที่บ้านหลังนั้นหมายความว่าเธออาจจะต้องเจอหน้าผู้ชายจอมเจ้าเล่ห์ที่ยืนยิ้มกริ่มอยู่ตรงนี้ด้วย
“ไปเถอะครับคุณหมอ ตาชื่นอุตส่าห์ตั้งใจชวน”
ภูมิช่วยพูดสนับสนุน แววตาของเขาซ่อนแผนการบางอย่างไว้มิดชิด
“หรือถ้าคุณหมอไม่มีรถ... เดี๋ยวผมแวะไปรับที่คอนโดก็ได้นะครับ ในฐานะ... คนคุ้นเคย”
“ไม่ต้องค่ะ!” รัตน์สวนกลับทันควัน ก่อนจะหันไปยิ้มละมุนให้ตาชื่น “วันเสาร์หมอลงเวรบ่ายพอดี เดี๋ยวช่วงเย็นหมอแวะไปฝากท้องด้วยนะคะตาชื่น”
“ดีเลยลูก ดีๆ ตาจะรอนะ”
เมื่อจัดการส่งตาชื่นเรียบร้อย ภูมิก็เดินทางกลับมาที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ของตนเอง ทันทีที่เขานั่งลงบนเก้าอี้ผู้บริหาร เลขาส่วนตัวก็นำแฟ้มรายงานการประชุมบอร์ดมาวางตรงหน้า สีหน้าของเลขาดูไม่สู้ดีนัก
“ท่านประธานเร่งรัดเรื่องที่ดินแปลงสุดท้ายครับบอส ท่านบอกว่าถ้าภายในสิ้นเดือนนี้ตาชื่นยังไม่ยอมเซ็นสัญญาขาย ท่านจะพิจารณาดึงโปรเจกต์นี้กลับไปให้คุณภาคินดูแลแทนครับ”
ชื่อของ ‘ภาคิน’ ลูกพี่ลูกน้องที่เป็นคู่แข่งคนสำคัญในการแย่งชิงเก้าอี้ผู้บริหารสูงสุด ทำเอาภูมิขบกรามแน่น ลุกขึ้นไปที่ไวท์บอร์ด
“ฉันไม่มีทางยอมให้ไอ้ภาคินชุบมือเปิบโปรเจกต์ที่ฉันปลุกปั้นมากับมือแน่” ภูมิกดเสียงต่ำ “ตาชื่นเริ่มใจอ่อนให้ฉันบ้างแล้ว แต่ยังไม่พอ... ชายแก่คนนั้นมีจุดอ่อนอยู่เรื่องเดียวคือภรรยาที่เสียไปและการโหยหาคนในครอบครัว”
ภูมิยืนอยู่หน้าไวท์บอร์ดที่มีแผนที่โครงการขนาดใหญ่แปะอยู่ เขากำลังใช้ความคิดอย่างหนัก
ภูมิหมุนตัวหันไปมองวิวตึกระฟ้าผ่านกระจกบานใหญ่ ภาพใบหน้าสวยเฉียบของหมอรัตน์ผุดขึ้นมาในหัว ตาชื่นไว้ใจและรักหมอรัตน์มากเหมือนลูกหลานแท้ๆ หากเขาสามารถดึงหมอรัตน์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเขาได้ การจะเข้าถึงตัวและเจรจากับตาชื่นก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
‘แค่ FWB คงไม่พอแล้วล่ะมั้ง... ผมคงต้องใช้คุณเป็นสะพานจริงๆ แล้วล่ะรัตน์’
แม้ในใจลึกๆ จะรู้สึกถึงความขัดแย้งบางอย่างที่เตือนว่าเขาไม่ควรดึงผู้หญิงคนนั้นเข้ามาพัวพันกับเกมธุรกิจ แต่สัญชาตญาณนักล่าและแรงกดดันจากพ่อทำให้เขาต้องปัดความรู้สึกผิดทิ้งไป
วันเสาร์นี้... ที่บ้านของตาชื่น เขาจะเริ่มแผนการรุกฆาตอย่างเป็นทางการ ทั้งเรื่องงาน... และเรื่องของหัวใจเธอ
“กิตติ ลูกชายแกที่เป็นทหารเรืออยู่สัตหีบ เป็นอย่างไรบ้าง” ภูมิถามผู้ช่วยคนสนิท
“ก็สร้างครอบครัวที่นั่น เมียกำลังท้อง กลับมาเยี่ยมช่วงเทศกาลตลอด คราวนี้ก็อยากมาแต่ติดอยู่เวร ผมเลยคอยอัพเดดอาการกับคอยส่งรูปให้ดูครับ” กิตติรายงาน
“ให้เลเข้ามาหาหน่อย” จากนั้นกิตติก็ออกไปเรียกเลที่เป็นทั้งบอดี้การ์ดและคนขับรถให้เข้ามา
“เล พรุ่งทางไปบ้านตาชื่นมาตลาดสดบ้างมั้ย” ภูมิหันกลับมาถามเมื่อได้ยินเสียงเลเข้ามา
“มีครับหัวหน้า ถ้าไปทางหลังโครงการ ปรกติเราเข้าข้างหน้าเลยไม่เห็นครับ” เลรายงาน
“ดี พรุ่งนี้พาผมแวะทีนะ”
“ครับ” เลโค้งหัวรับคำสั่งแล้วเดินออกห้องไป ขณะที่ภูมิใจลอยมองออกไปดูวิวเมืองหลวงอีกครั้ง แต่ท้องฟ้ายามเย็นนั้นมีตาหน้าหมอรัตน์ลอยออกมา
จบตอน.