ตอนที่ 7 : กฎก็คือกฎ
ใบหน้าหล่อเหลาหันไปตามแรงตบ รอยนิ้วมือทั้งห้าปรากฏชัดเจนบนแก้มสาก ภูมิยืนนิ่งงันอยู่ในช่องบันไดหนีไฟที่มืดสลัว กลิ่นน้ำหอมผสมแอลกอฮอล์ล้างมือของรัตน์ยังคงลอยอวลอยู่ในอากาศ แม้เจ้าตัวจะสะบัดหน้าก้าวฉับๆ ออกไปโดยไม่รอฟังคำอธิบายใดๆ แล้วก็ตาม
เขาแตะมุมปากตัวเองเบาๆ ความรู้สึกชาแล่นริ้วขึ้นมา... เกิดมาเป็นทายาทหมื่นล้าน ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าลงไม้ลงมือกับเขามาก่อน รัตน์คือคนแรก
"อวดดี..." เขาสบถเบาๆ
แต่แปลก... ในอกกลับไม่ได้รู้สึกโกรธจัดอย่างที่ควรจะเป็น กลับกัน ความดื้อดึง แววตาเด็ดเดี่ยว และการประกาศชัดเจนว่าเธอไม่ได้เป็นของเขา ยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณนักล่าในตัวให้ลุกโชนขึ้นไปอีก เขาเพิ่งรู้ตัวว่าอารมณ์หึงหวงบ้าบอมันทำให้เขาเผลอทำลายกำแพงที่ตกลงกันไว้จนพังยับเยิน
ตัดภาพมาที่รัตน์ เธอรีบสาวเท้ากึ่งวิ่งกลับมาที่ห้องน้ำหญิง เปิดก๊อกน้ำล้างหน้าล้างตาเพื่อดับความรุ่มร้อนและอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน เมื่อเงยหน้ามองกระจก เธอก็ต้องกัดริมฝีปากแน่น... รอยคิสมาร์กสีแดงจางๆ ปรากฏอยู่บนซอกคอขาว โชคดีที่ปกคอเสื้อกาวน์ยังพอปิดบังได้ เธอรีบจัดแจงเสื้อผ้าให้มิดชิด พยายามปรับลมหายใจให้เป็นปกติ
ตอนเที่ยง เธอไปทานอาหารญี่ปุ่นกับหมอวินตามนัด หมอวินเทคแคร์เธอดีมาก ทั้งคีบซูชิ รินชา และชวนคุยเรื่องสัพเพเหระ แต่ใจของรัตน์กลับไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ภาพดวงตาวาวโรจน์และสัมผัสดุดันของภูมิยังคงรบกวนจิตใจเธอ ความรู้สึกหวาดหวั่นผสมกับความวาบหวามปะปนกันจนแทบแยกไม่ออก
"รัตน์... รัตน์ครับ ฟังอยู่หรือเปล่า"
"อ๊ะ... ขอโทษทีค่ะ พอดีคิดเรื่องเคสคนไข้นิดหน่อย" รัตน์ยิ้มเจื่อน รีบตักอาหารเข้าปากเพื่อกลบเกลื่อน
ช่วงบ่าย ภูมิกลับเข้าบริษัทด้วยอารมณ์ขุ่นมัว เลขาหน้าห้องแทบจะไม่กล้าหายใจแรงเมื่อเห็นรอยแดงจางๆ บนแก้มเจ้านาย ภูมิเรียกประชุมทีมพัฒนาด่วนเพื่อหาทางออกเรื่องที่ดินตาชื่น แต่ในหัวของเขากลับมีแต่ประโยคของรัตน์ดังก้องอยู่ซ้ำๆ
‘อย่าคิดจะทำอะไรกับฉันก็ทำ ฉันไม่ใช่ของคุณ’
ภูมิเคาะนิ้วลงบนโต๊ะกระจกอย่างใช้ความคิด เขาเป็นนักธุรกิจที่ฉลาด วางแผนทุกอย่างไว้หมดแล้ว แต่กับผู้หญิงคนนี้ เขาปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลจนเกือบพังข้อตกลง
"คงต้องถอยมาก้าวหนึ่ง..."
เขาพึมพำกับตัวเอง เพื่อให้ได้ทั้งที่ดิน และได้ตัวเธอมาแนบกาย เขาต้องใจเย็นและเล่นตามเกมของเธอไปก่อน
ห้าทุ่มตรง รัตน์กลับมาถึงคอนโดด้วยความอ่อนล้า วันนี้ไม่มีผู้ชายร่างสูงมานั่งรอที่ล็อบบี้เหมือนเมื่อวาน เธอรู้สึกโล่งใจ... แต่มุมหนึ่งในใจลึกๆ กลับแอบโหวงอย่างประหลาด
แต่เมื่อเธอแตะคีย์การ์ดเปิดประตูห้องเข้าไป ไฟในห้องมืดสนิท ทว่ากลับมีกลิ่นหอมของอาหารและแสงเทียนสลัวๆ มาจากโซนโต๊ะอาหาร
ภูมิยืนอยู่ตรงนั้น ในชุดกางเกงสแล็คและเสื้อเชิ้ตสีขาวที่พับแขนขึ้น บนโต๊ะมีสเต็กเนื้อชั้นดีที่ยังส่งควันกรุ่นและไวน์แดงรินใส่แก้วรอไว้แล้ว
"คุณเข้ามาได้ยังไง" รัตน์ขมวดคิ้ว มือยังกำลูกบิดประตูแน่น เตรียมพร้อมจะไล่เขากลับไปหากเขาขยับเข้ามาคุกคาม
"ผมจำรหัสผ่านประตูดิจิทัลของคุณตอนที่คุณกดเมื่อวาน" ภูมิตอบหน้าตาย ก่อนจะยกมือขึ้นทั้งสองข้างช้าๆ ในเชิงยอมจำนน "ผมมาเพื่อขอโทษ"
รัตน์นิ่งงันไป คำว่าขอโทษหลุดออกจากปากผู้ชายอีโก้สูงลิบอย่างเขา เป็นสิ่งที่เธอไม่คาดคิด
"ผมล้ำเส้น ผมละเมิดข้อตกลงข้อที่สามของเรา... และผมไม่เคารพสถานที่ทำงานของคุณ"
ภูมิก้าวเข้ามาช้าๆ รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เธอรู้สึกอึดอัด
"รอยตบของคุณทำผมหน้าชาไปครึ่งวัน ถือว่าเราหายกันได้ไหมคุณหมอ"
ความโกรธของรัตน์ลดลงไปกว่าครึ่งเมื่อเห็นท่าทีอ่อนลงของเขา เธอถอนหายใจยาว ปิดประตูห้องแล้วเดินเข้ามากระแทกตัวลงนั่งที่เก้าอี้ทานข้าว
"ถ้ามีครั้งหน้า ฉันจะไม่ได้แค่ตบ แต่จะเอาเครื่องช็อตไฟฟ้าในห้อง ER มาช็อตคุณแน่" เธอขู่เสียงเข้ม แต่แววตาเริ่มคลายความแข็งกร้าวลง
ภูมิยิ้มมุมปาก เลื่อนแก้วไวน์แดงส่งให้เธอ "ผมรับปาก... ว่าเวลาอยู่นอกห้องนี้ ผมจะเป็นแค่ญาติคนไข้ที่แสนดีของคุณ ไม่มีล้ำเส้น"
เขาเน้นคำว่า 'นอกห้องนี้' อย่างจงใจ
รัตน์รับแก้วไวน์มาจิบ แอลกอฮอล์รสเลิศไหลลงคอ ช่วยให้ความตึงเครียดผ่อนคลายลง ภูมิเลื่อนจานสเต็กมาตรงหน้าเธอ
"ทานซะ คุณเพิ่งเลิกเวรมาเหนื่อยๆ"
"แล้วคุณล่ะ ไม่กินหรือไง" รัตน์หั่นเนื้อเข้าปาก รสชาติของมันละมุนลิ้นจนเธอต้องหลับตาพริ้ม
ภูมิท้าวคางมองริมฝีปากบางที่กำลังเคี้ยวอาหารช้าๆ สายตาของเขาเริ่มแปรเปลี่ยนจากความสำนึกผิด เป็นความปรารถนาที่คุกรุ่นขึ้นมาอีกครั้ง รอยยิ้มร้ายกาจกลับมาประดับบนใบหน้าหล่อเหลา
"ผมเคยบอกคุณไปแล้วนี่รัตน์... ว่าผมหิวอย่างอื่นมากกว่า"
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันที ความเงียบเข้าปกคลุม มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศและเสียงหัวใจที่เริ่มเต้นผิดจังหวะของรัตน์ ภูมิไม่ได้บุกรุกเข้ามา เขาเพียงแค่นั่งมองเธอด้วยสายตาที่พร้อมจะแผดเผา รอคอยให้เธอเป็นฝ่าย 'อนุญาต'
รัตน์วางส้อมลงบนจาน เธอรู้ดีว่าเกมนี้ไม่ได้จบแค่คำขอโทษ เธอกลืนไวน์อึกสุดท้ายลงคอ ก่อนจะช้อนสายตามองเขาอย่างท้าทาย ไม่หลบหนี
"ฉันเหนื่อยและเหนียวตัวมาก" รัตน์ยังคงกินต่อ ภูมิไม่ได้เร่งเร้าอะไร เขารินน้ำเปล่าใส่แก้วให้เธอเผื่อเธออยากดื่ม
หลังจากนั้นรัตน์ไปอาบน้ำ ภูมิเก็บจานไปล้างแล้วเช็ดโต๊ะจนสะอาด จนเธออาบน้ำเสร็จออกมาในชุดคลุมอาบน้ำ
“มาสิ”
สิ้นคำอนุญาต ภูมิก็ลุกพรวดจากเก้าอี้ ช้อนร่างบางของหมอสาวขึ้นพาดบ่าอย่างง่ายดาย! รัตน์หวีดร้องเบาๆ ทุบแผ่นหลังกว้างอย่างหมั่นเขี้ยว ภูมิหัวเราะในลำคอขณะก้าวขายาวๆ ตรงดิ่งไปยังห้องนอน
คืนนี้... เขาจะยอมทำตามกฎทุกข้อเพื่อรักษาเธอไว้ แต่ตราบใดที่ประตูปิดลงและอยู่บนเตียงนี้ เขาจะเป็นคนคุมจังหวะทั้งหมดเอง