ตอนที่ 8 : รสชาติของข้อตกลง
แผ่นหลังบางสัมผัสกับฟูกนุ่มบนเตียงกว้าง รัตน์ยังไม่ทันได้ขยับตัว ร่างสูงใหญ่ของภูมิก็ทาบทับลงมาปิดกั้นทางหนีทุกทิศทาง นัยน์ตาคมกริบที่ทอดมองมาในความสลัวของห้องนอนนั้นวาววับราวกับสัตว์ป่าที่กำลังจะขย้ำเหยื่ออันโอชะ
"กินสเต็กมันต้องใช้มีดกับส้อม..." ภูมิกระซิบเสียงพร่า พลางปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกทีละเม็ด เผยให้เห็นแผงอกกว้างและลอนกล้ามเนื้อที่สมบูรณ์แบบ
"แต่กินคุณหมอ... ผมขอใช้แค่ปากกับร่างกายก็พอ"
รัตน์ยกยิ้มมุมปาก มือเรียวเอื้อมไปดึงคอเสื้อของเขาให้โน้มลงมาหา
"มุกเสี่ยวพิสูจน์สิ ว่าคุณจะทำให้ฉันอิ่มได้หรือเปล่า"
สิ้นคำท้าทาย ริมฝีปากหยักก็ฉกวูบลงมาบดขยี้กลีบปากบางอย่างหิวกระหาย รสจูบครั้งนี้ไม่ได้เจือความโกรธเกรี้ยวเหมือนในช่องบันไดหนีไฟ แต่มันเต็มไปด้วยความเรียกร้องและปรารถนาที่ถูกอัดอั้นมาทั้งวัน รสชาติของไวน์แดงชั้นเลิศที่ยังติดอยู่ที่ปลายลิ้นยิ่งทำให้จูบนั้นลึกล้ำและมัวเมามากยิ่งขึ้น
มือหนาของภูมิสอดเข้าใต้เสื้อยืดตัวโคร่ง ลูบไล้แผ่นหลังเนียนก่อนจะปลดตะขอเสื้อชั้นในออกอย่างชำนาญเพียงมือเดียว รัตน์แอ่นอกรับสัมผัสวาบหวามเมื่อฝ่ามือร้อนผ่าวเลื่อนมาเคล้นคลึงความอวบอิ่มที่ซ่อนอยู่ภายใน เสียงครางหวานหลุดออกจากลำคอระหง ยิ่งกระตุ้นให้สัญชาตญาณดิบของชายหนุ่มพลุ่งพล่าน
ภูมิจัดการถอดเสื้อผ้าของเธอและเขาออกจนหมดสิ้น เผยให้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าที่สมบูรณ์แบบของคนทั้งคู่ แอร์ในห้องที่เปิดไว้เย็นฉ่ำไม่อาจสู้ความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างกายที่บดเบียดกันได้
"คุณสวยไปทั้งตัวเลยรัตน์..." ภูมิพรมจูบไปตามลาดไหล่ ซอกคอ และไหปลาร้า ทิ้งรอยรักสีจางๆ ไว้เพื่อตีตราจอง แม้จะจำได้ดีว่าเธอเคยขู่เรื่องรอยพวกนี้ แต่ในวินาทีที่อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล เขาก็ไม่อาจห้ามใจตัวเองได้
ฝ่ามือหนาลูบไล้ต่ำลงไปตามส่วนโค้งเว้า ก่อนจะหยุดลงที่จุดอ่อนไหวกลางกายสาว สัมผัสเพียงแผ่วเบาก็ทำเอารัตน์สะดุ้งเฮือก จิกเล็บลงบนลาดไหล่กว้างเพื่อระบายความเสียวซ่าน
"อ๊ะ... ภูมิ..." รัตน์หอบหายใจหนักหน่วง เมื่อเขาเริ่มขยับนิ้วปรนเปรอความสุขให้เธอ จังหวะที่เร่งเร้าทำเอาหมอสาวแทบคลั่ง สมองที่เคยเต็มไปด้วยตรรกะและเหตุผลขาวโพลนไปหมด
"เรียกชื่อผมอีกสิคนสวย..." ภูมิเงยหน้าขึ้นมาสบตา นิ้วโป้งเกลี่ยหยาดน้ำตาที่หางตาของเธอเบาๆ
"ภูมิ... ฉัน... ไม่ไหวแล้ว" รัตน์กัดริมฝีปากล่าง ดันแผงอกกว้างของเขาไว้
"ข้อตกลงข้อที่สอง..."
ภูมิหัวเราะในลำคอด้วยความเอ็นดูปนหมั่นเขี้ยว ผู้หญิงคนนี้ถึงจะอารมณ์เตลิดไปไกลแค่ไหนก็ยังไม่ลืมกฎเหล็ก เขายืดตัวขึ้น เอื้อมมือไปดึงลิ้นชักหัวเตียงแล้วหยิบซองฟอยล์สี่เหลี่ยมออกมาฉีกจัดการสวมใส่อย่างรวดเร็ว
"ผมไม่เคยลืมหรอกน่า..."
ทันทีที่เตรียมการเสร็จสิ้น ภูมิก็จับเรียวขาของรัตน์แยกออกกว้าง ก่อนจะแทรกตัวตนเข้าไปในความอ่อนนุ่มที่ตอดรัดเขาแน่นจนแทบคลั่ง
"อ๊า!" รัตน์เชิดหน้าขึ้น ครางเสียงหลงเมื่อความปรารถนาถูกเติมเต็ม จังหวะรักเริ่มต้นขึ้นอย่างเชื่องช้า ก่อนจะค่อยๆ ทวีความหนักหน่วงและเร่าร้อนขึ้นตามแรงอารมณ์ที่พุ่งสูง
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องไปทั่วห้องนอนสลับกับเสียงหอบหายใจ ภูมิโน้มตัวลงไปประกบจูบเธออีกครั้งเพื่อกลืนกินเสียงครางหวานหู ทั้งคู่สอดประสานกันอย่างลงตัวราวกับจิ๊กซอว์ที่ถูกสร้างมาเพื่อกันและกัน รัตน์ตอบสนองเขาทุกจังหวะอย่างไม่อิดออด เธอปล่อยตัวปล่อยใจให้ล่องลอยไปกับความสุขสมที่เขามอบให้ ครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งทั้งคู่แตะขอบสวรรค์ไปพร้อมกัน
ร่างสูงทิ้งตัวลงนอนทาบทับร่างบาง หอบหายใจหนักหน่วงอยู่ที่ซอกคอของเธอ รัตน์ลูบแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อของเขาเบาๆ ความเหนื่อยล้าจากการเข้าเวรหายเป็นปลิดทิ้ง เหลือเพียงความรู้สึกอิ่มเอมและผ่อนคลายอย่างประหลาด
เช้าวันต่อมา...
แสงแดดอ่อนๆ ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาตกกระทบใบหน้า รัตน์ขยับตัวตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัว ทว่าเตียงข้างๆ กลับว่างเปล่า
เธอขมวดคิ้ว ลุกขึ้นนั่งพลางกวาดสายตาไปรอบห้อง ไร้เงาของจอมเย่อหยิ่งคนนั้นแล้ว แต่ที่โต๊ะหัวเตียง มีโพสต์อิทสีเหลืองแผ่นหนึ่งแปะอยู่ข้างๆ แก้วน้ำและยาแก้ปวด
‘ผมมีประชุมเช้า ทานยาซะ จะได้ไม่ปวดตัว... แล้วเจอกันครับคุณหมอ’ รัตน์หยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาอ่าน รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากโดยไม่รู้ตัว ผู้ชายคนนี้ใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เก่งกว่าที่เธอคิด
แต่รอยยิ้มนั้นก็อยู่ได้ไม่นาน เมื่อเธอเดินไปส่องกระจกในห้องน้ำ แล้วพบว่าบนซอกคอและเนินอกของเธอ เต็มไปด้วยรอยคิสมาร์กสีแดงเข้มหลายจุด!
"ไอ้บ้าภูมิ!" รัตน์สบถลั่นห้องน้ำ ใบหน้าเห่อร้อนขึ้นมาทันที
กฎก็คือกฎ... แต่ดูเหมือนว่าผู้ชายคนนี้กำลังพยายามแหกกฎทีละข้ออย่างแนบเนียน และที่น่ากลัวที่สุดคือ เธอเองก็เริ่มจะปล่อยปละละเลยกฎพวกนั้นไปทีละนิดเช่นกัน
จบตอน.