ตอนที่ 15 : กรอบกับกรง
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารค่ำที่บ้านของครอบครัวรัตน์ เต็มไปด้วยความอึดอัด นพ.สมภพ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลผู้เป็นพ่อ นั่งจิบชาด้วยท่าทีเคร่งขรึม ขณะที่คุณหญิงดาริกา ผู้เป็นแม่ วางช้อนส้อมลงและเริ่มต้นบทสนทนาที่รัตน์พยายามหลีกเลี่ยงมาตลอด
"แม่เห็นข่าวคนถูกยิงถล่มแล้วไปส่งที่แผนกฉุกเฉินโรงพยาบาลลูกเมื่อคืน... สังคมทุกวันนี้มันอันตรายและวุ่นวายเกินไปแล้วนะรัตน์"
รัตน์ชะงักมือที่กำลังตักข้าว ภาพของภูมิที่โผล่มากลาง ER ท่ามกลางบอดี้การ์ดและลูกน้องเมื่อคืนแวบเข้ามาในหัว
"มันเป็นหน้าที่ค่ะแม่ รัตน์เป็นหมอฉุกเฉิน เลี่ยงเรื่องพวกนี้ไม่ได้หรอกค่ะ"
"แต่ลูกเลือกที่จะมีชีวิตที่มั่นคงและปลอดภัยกว่านี้ได้" คุณหญิงดาริกาสวนกลับทันที
"ลูกอายุไม่ใช่น้อยๆ แล้วนะ จะเอาแต่วิ่งวุ่นเข้าเวรดึกดื่นแบบนี้ไปตลอดไม่ได้ พ่อกับแม่คุยกันแล้ว... เสาร์หน้าเราจะไปทานข้าวกับครอบครัวท่านอธิบดี... หมอวินก็จะมาด้วย"
รัตน์เงยหน้าขึ้นขวับ "แม่คะ! รัตน์บอกแล้วไงว่ารัตน์กับพี่วินเราเป็นแค่เพื่อนร่วมงานกัน แล้วนี่มันยุคไหนแล้ว ยังจะคุมถุงชนกันอีก"
"ตอนนี้เป็นเพื่อน อนาคตก็พัฒนาได้ พื้นฐานครอบครัวเขาก็ทัดเทียมกับเรา หมอวินเป็นคนดี สุภาพ หน้าที่การงานก็มั่นคงและปลอดภัย ไม่ใช่พวกนักธุรกิจสีเทาหรือผู้ชายเสเพลที่วันๆ มีแต่เรื่องอันตราย พ่อกับแม่ดูแล้วว่าคนนี้แหละที่จะดูแลและปกป้องลูกได้" พ่อที่นั่งเงียบมานานเอ่ยสมทบด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดที่สกัดกั้นทุกคำโต้แย้ง
"แต่รัตน์ไม่ได้คิดกับพี่วินแบบนั้น...ไม่ได้รูสึกอะไรด้วยเลย"
"ความรักมันสร้างกันทีหลังได้ แต่ความมั่นคงและหน้าตาของครอบครัวมันต้องมาก่อน" คุณหญิงดาริกาสรุปตัดจบ "แม่รับปากผู้ใหญ่ทางนั้นไปแล้ว เสาร์หน้าลูกต้องไปเคลียร์คิวให้ว่าง ห้ามปฏิเสธหรือทำเสียมารยาทเด็ดขาด ถือว่าพ่อกับแม่ขอร้องกึ่งสั่งแล้วกัน"
รัตน์เม้มริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด ความรู้สึกอึดอัดเหมือนถูกจับขังในกรงสีขาวที่พ่อแม่สร้างไว้บีบรัดจนเธอแทบหายใจไม่ออก เธอรู้ดีว่าครอบครัวสายอนุรักษ์นิยมคาดหวังให้เธอสมบูรณ์แบบ ไร้ที่ติ และต้องจับคู่กับผู้ชายที่เพียบพร้อมตามมาตรฐานสังคมเท่านั้น
“ครั้งเดียวนะแม่ที่จะให้นัดหนูโดยที่หนูไม่รู้น่ะ” รัตน์ลุกเดินออกจากวงสนทนาไป โลกในกรงของเธอ มันตรงข้ามกับโลกของ 'ภูมิ' อย่างสิ้นเชิง... ผู้ชายคนนั้นคือความอันตราย คือพายุที่พัดเข้ามาทำลายกฎเกณฑ์ทุกอย่างในชีวิตของเธอ แต่ในขณะเดียวกัน เขากลับเป็นพื้นที่เดียวที่ทำให้เธอรู้สึกถึงอิสระและหลุดพ้นจากความกดดันพวกนี้
ติ๊ง...
เสียงข้อความจากสมาร์ทโฟนในกระเป๋าเสื้อกาวน์ที่พาดอยู่บนเก้าอี้ดังขึ้น รัตน์หยิบมันขึ้นมาดู หน้าจอแสดงชื่อผู้ส่งที่ทำให้ชีพจรของเธอเต้นกระตุก
[ภูมิ : ลงมาหาหน่อย ผมจอดรถรออยู่หน้าบ้านคุณ]
รัตน์เบิกตากว้าง หันขวับไปมองทะลุหน้าต่างห้องอาหารซึ่งมองเห็นรั้วประตูเหล็กดัดหน้าบ้าน... รถอัลพาร์ดสีดำคุ้นตาจอดซุ่มและดับไฟหน้าอยู่ในเงามืด
เขามาปรากฏตัวถึงถิ่นของพ่อแม่เธอ ในเวลาที่ครอบครัวเธอกำลังตีกรอบบังคับชีวิตเธอพอดี
“หนูกลับคอนโดนะ พรุ่งนี้เวรเช้า” รัตน์ลาพ่อกับแม่
“อย่าลืมงานพ่อแกพรุ่งนี้ล่ะ” คุณหญิงเอ่ยตามหลังรัตน์ไป
“คุณมาได้ยังไง” รัตน์จอดรถลงมาคุยกับภูมิที่ยืนรออยู่
“ผมแค่อยากเห็นหน้าคุณ เดี๋ยวก็จะไปแล้ว ยังมีเรื่องต้องทำ” เขาพูดขณะยิ้มให้เธอ
“ไปละ หายเหนื่อยแล้ว” พูดเสร็จภูมิก็ขึ้นรถไป ปล่อยให้รัตน์ยืนงงอยู่
งานกาล่าการกุศลระดมทุนของมูลนิธิโรงพยาบาลเต็มไปด้วยแขกเหรื่อระดับไฮโซและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ รัตน์ในชุดเดรสราตรีสีน้ำเงินเข้มยืนถอนหายใจอยู่มุมห้อง โดยมี 'หมอวิน' ยืนอยู่ข้างๆ ตามคำสั่งประกบติดของคุณหญิงดาริกาผู้เป็นแม่
"แม่หวังว่าคืนนี้รัตน์จะทำตัวน่ารักกับพี่เขานะลูก" คุณหญิงดาริกาเดินเข้ามาตอกย้ำ "ครอบครัวท่านอธิบดีกำลังจะมาถึงแล้ว พ่อกับแม่ปูทางไว้ให้หมดแล้ว อย่าทำให้เสียเรื่องล่ะ"
รัตน์อึดอัดจนแทบระเบิด แต่ก่อนที่เธอจะได้เถียง เสียงฮือฮาจากหน้างานก็ดึงความสนใจของทุกคนไป
ร่างสูงสง่าของ 'ภูมิ' ในชุดทักซิโด้สั่งตัดเข้ารูปเดินก้าวเข้ามาในงานพร้อมบอดี้การ์ดที่ทิ้งระยะห่างอย่างรู้มารยาท รัศมีอำนาจและความหล่อเหลาทำให้หลายคนต้องเหลียวมอง แต่สิ่งที่ทำให้รัตน์เบิกตากว้าง คือการที่พ่อของเธอ—นพ.สมภพ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาล และผ.อ ทรงวุฒิผู้บริหารคนปัจจุบันรีบเดินเข้าไปทักทายภูมิด้วยรอยยิ้มกว้างขวางราวกับคนสนิท!
"คุณภูมิ! ไม่คิดว่าจะให้เกียรติมาร่วมงานด้วยตัวเองเลยนะครับ" นพ.สมภพจับมือภูมิอย่างเป็นกันเอง
"ต้องมาสิครับคุณอา โปรเจกต์ศูนย์วิจัยโรคหัวใจที่คุณอาเป็นประธาน ผมในฐานะ 'ผู้สนับสนุนหลัก' ย่อมต้องมาแสดงความยินดีด้วยอยู่แล้ว" ภูมิส่งยิ้มสุภาพ อ่อนน้อมถ่อมตนแบบที่รัตน์ไม่เคยเห็นมาก่อน
รัตน์ยืนนิ่งค้าง... ผู้สนับสนุนหลัก? ภูมิไปสนิทกับพ่อเธอตอนไหน?
ภูมิกวาดสายตามาสบตากับรัตน์แวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปหาคุณหญิงดาริกาที่กำลังยืนทำหน้างง เขาให้เลขาคนสนิทยื่นกล่องกำมะหยี่สีแดงให้
"สวัสดีครับคุณหญิง ผมได้ยินคุณอาพูดถึง ว่าคุณหญิงจัดประมูลเครื่องลายครามโบราณ ผมพอมีสะสมของเก่าอยู่บ้าง เลยตั้งใจเอาแจกันยุคราชวงศ์ชิงใบนี้มาให้ประมูลเพื่อร่วมสมทบทุนมูลนิธิในนามของคุณหญิงครับ ใบรับรองอยู่ในกล่องเรียบร้อยครับ"
คุณหญิงดาริกาตาโตเมื่อเห็นของหายากมูลค่ามหาศาล ความประทับใจพุ่งปรี๊ดทันที "อุ๊ยตาย... คุณภูมิ ไม่น่าลำบากเลยนะคะเนี่ย แหม พ่อสมภพก็ไม่เคยเล่าให้ฟังเลยว่ามีสปอนเซอร์ใจป้ำแถมยังดูดีขนาดนี้"
"คุณภูมิเขาคอยสนับสนุนทุนวิจัยเงียบๆ เขาไม่อยากเป็นข่าวน่ะคุณ ไม่ชอบออกหน้า วันนี้ผมถึงต้องเชิญมาให้ได้" นพ.สมภพหัวเราะชอบใจ
รัตน์ยืนใบ้กิน ภูมิดักหน้าดักหลัง ซุ่มเข้าหาครอบครัวเธอ โดยที่เธอไม่ระแคะระคายเลยสักนิด เขาไม่ได้ใช้ความป่าเถื่อน หรืออำนาจมืด แต่ใช้ 'เงิน' และ 'ความฉลาด' เข้าซื้อใจผู้ใหญ่ได้อย่างแนบเนียนและมีชั้นเชิงที่สุด
ภูมิหันมามองรัตน์ที่ยืนอยู่ข้างหมอวิน รอยยิ้มสุภาพถูกประดับไว้บนหน้า แต่แววตาที่มองมานั้นซ่อนความเจ้าเล่ห์และท้าทายเอาไว้มิดชิด
"แล้วนี่... ลูกสาวคุณอาใช่ไหมครับ?" ภูมิแสร้งถามเสียงนุ่มนวล
“จ้ะ นี่หมอรัตน์ กับหมอวิน ทำงานที่เดียวกัน”
"ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ... คุณหมอรัตน์ คุณหมอวิน"
เขายื่นมือมาตรงหน้า รัตน์จำใจต้องยื่นมือไปจับตามมารยาทสังคม ทันทีที่สัมผัสกัน นิ้วโป้งของภูมิก็จงใจลูบไล้หลังมือเธอเบาๆ เป็นการข่มขู่และประกาศกลายๆ ว่า... ไม่ว่าครอบครัวเธอจะพยายามจับคู่ให้ใคร เขาก็รื้อกระดานทิ้งได้ทั้งหมด
หมอวินเองก็รู้สึกคุ้นหน้าภูมิ แต่เขายังนึกไม่ออก