ตอนที่15.กรอบกับกรง

1326 Words
ตอนที่ 15 : กรอบกับกรง บรรยากาศบนโต๊ะอาหารค่ำที่บ้านของครอบครัวรัตน์ เต็มไปด้วยความอึดอัด นพ.สมภพ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลผู้เป็นพ่อ นั่งจิบชาด้วยท่าทีเคร่งขรึม ขณะที่คุณหญิงดาริกา ผู้เป็นแม่ วางช้อนส้อมลงและเริ่มต้นบทสนทนาที่รัตน์พยายามหลีกเลี่ยงมาตลอด "แม่เห็นข่าวคนถูกยิงถล่มแล้วไปส่งที่แผนกฉุกเฉินโรงพยาบาลลูกเมื่อคืน... สังคมทุกวันนี้มันอันตรายและวุ่นวายเกินไปแล้วนะรัตน์" รัตน์ชะงักมือที่กำลังตักข้าว ภาพของภูมิที่โผล่มากลาง ER ท่ามกลางบอดี้การ์ดและลูกน้องเมื่อคืนแวบเข้ามาในหัว "มันเป็นหน้าที่ค่ะแม่ รัตน์เป็นหมอฉุกเฉิน เลี่ยงเรื่องพวกนี้ไม่ได้หรอกค่ะ" "แต่ลูกเลือกที่จะมีชีวิตที่มั่นคงและปลอดภัยกว่านี้ได้" คุณหญิงดาริกาสวนกลับทันที "ลูกอายุไม่ใช่น้อยๆ แล้วนะ จะเอาแต่วิ่งวุ่นเข้าเวรดึกดื่นแบบนี้ไปตลอดไม่ได้ พ่อกับแม่คุยกันแล้ว... เสาร์หน้าเราจะไปทานข้าวกับครอบครัวท่านอธิบดี... หมอวินก็จะมาด้วย" รัตน์เงยหน้าขึ้นขวับ "แม่คะ! รัตน์บอกแล้วไงว่ารัตน์กับพี่วินเราเป็นแค่เพื่อนร่วมงานกัน แล้วนี่มันยุคไหนแล้ว ยังจะคุมถุงชนกันอีก" "ตอนนี้เป็นเพื่อน อนาคตก็พัฒนาได้ พื้นฐานครอบครัวเขาก็ทัดเทียมกับเรา หมอวินเป็นคนดี สุภาพ หน้าที่การงานก็มั่นคงและปลอดภัย ไม่ใช่พวกนักธุรกิจสีเทาหรือผู้ชายเสเพลที่วันๆ มีแต่เรื่องอันตราย พ่อกับแม่ดูแล้วว่าคนนี้แหละที่จะดูแลและปกป้องลูกได้" พ่อที่นั่งเงียบมานานเอ่ยสมทบด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดที่สกัดกั้นทุกคำโต้แย้ง "แต่รัตน์ไม่ได้คิดกับพี่วินแบบนั้น...ไม่ได้รูสึกอะไรด้วยเลย" "ความรักมันสร้างกันทีหลังได้ แต่ความมั่นคงและหน้าตาของครอบครัวมันต้องมาก่อน" คุณหญิงดาริกาสรุปตัดจบ "แม่รับปากผู้ใหญ่ทางนั้นไปแล้ว เสาร์หน้าลูกต้องไปเคลียร์คิวให้ว่าง ห้ามปฏิเสธหรือทำเสียมารยาทเด็ดขาด ถือว่าพ่อกับแม่ขอร้องกึ่งสั่งแล้วกัน" รัตน์เม้มริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด ความรู้สึกอึดอัดเหมือนถูกจับขังในกรงสีขาวที่พ่อแม่สร้างไว้บีบรัดจนเธอแทบหายใจไม่ออก เธอรู้ดีว่าครอบครัวสายอนุรักษ์นิยมคาดหวังให้เธอสมบูรณ์แบบ ไร้ที่ติ และต้องจับคู่กับผู้ชายที่เพียบพร้อมตามมาตรฐานสังคมเท่านั้น “ครั้งเดียวนะแม่ที่จะให้นัดหนูโดยที่หนูไม่รู้น่ะ” รัตน์ลุกเดินออกจากวงสนทนาไป โลกในกรงของเธอ มันตรงข้ามกับโลกของ 'ภูมิ' อย่างสิ้นเชิง... ผู้ชายคนนั้นคือความอันตราย คือพายุที่พัดเข้ามาทำลายกฎเกณฑ์ทุกอย่างในชีวิตของเธอ แต่ในขณะเดียวกัน เขากลับเป็นพื้นที่เดียวที่ทำให้เธอรู้สึกถึงอิสระและหลุดพ้นจากความกดดันพวกนี้ ติ๊ง... เสียงข้อความจากสมาร์ทโฟนในกระเป๋าเสื้อกาวน์ที่พาดอยู่บนเก้าอี้ดังขึ้น รัตน์หยิบมันขึ้นมาดู หน้าจอแสดงชื่อผู้ส่งที่ทำให้ชีพจรของเธอเต้นกระตุก [ภูมิ : ลงมาหาหน่อย ผมจอดรถรออยู่หน้าบ้านคุณ] รัตน์เบิกตากว้าง หันขวับไปมองทะลุหน้าต่างห้องอาหารซึ่งมองเห็นรั้วประตูเหล็กดัดหน้าบ้าน... รถอัลพาร์ดสีดำคุ้นตาจอดซุ่มและดับไฟหน้าอยู่ในเงามืด เขามาปรากฏตัวถึงถิ่นของพ่อแม่เธอ ในเวลาที่ครอบครัวเธอกำลังตีกรอบบังคับชีวิตเธอพอดี “หนูกลับคอนโดนะ พรุ่งนี้เวรเช้า” รัตน์ลาพ่อกับแม่ “อย่าลืมงานพ่อแกพรุ่งนี้ล่ะ” คุณหญิงเอ่ยตามหลังรัตน์ไป “คุณมาได้ยังไง” รัตน์จอดรถลงมาคุยกับภูมิที่ยืนรออยู่ “ผมแค่อยากเห็นหน้าคุณ เดี๋ยวก็จะไปแล้ว ยังมีเรื่องต้องทำ” เขาพูดขณะยิ้มให้เธอ “ไปละ หายเหนื่อยแล้ว” พูดเสร็จภูมิก็ขึ้นรถไป ปล่อยให้รัตน์ยืนงงอยู่ งานกาล่าการกุศลระดมทุนของมูลนิธิโรงพยาบาลเต็มไปด้วยแขกเหรื่อระดับไฮโซและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ รัตน์ในชุดเดรสราตรีสีน้ำเงินเข้มยืนถอนหายใจอยู่มุมห้อง โดยมี 'หมอวิน' ยืนอยู่ข้างๆ ตามคำสั่งประกบติดของคุณหญิงดาริกาผู้เป็นแม่ "แม่หวังว่าคืนนี้รัตน์จะทำตัวน่ารักกับพี่เขานะลูก" คุณหญิงดาริกาเดินเข้ามาตอกย้ำ "ครอบครัวท่านอธิบดีกำลังจะมาถึงแล้ว พ่อกับแม่ปูทางไว้ให้หมดแล้ว อย่าทำให้เสียเรื่องล่ะ" รัตน์อึดอัดจนแทบระเบิด แต่ก่อนที่เธอจะได้เถียง เสียงฮือฮาจากหน้างานก็ดึงความสนใจของทุกคนไป ร่างสูงสง่าของ 'ภูมิ' ในชุดทักซิโด้สั่งตัดเข้ารูปเดินก้าวเข้ามาในงานพร้อมบอดี้การ์ดที่ทิ้งระยะห่างอย่างรู้มารยาท รัศมีอำนาจและความหล่อเหลาทำให้หลายคนต้องเหลียวมอง แต่สิ่งที่ทำให้รัตน์เบิกตากว้าง คือการที่พ่อของเธอ—นพ.สมภพ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาล และผ.อ ทรงวุฒิผู้บริหารคนปัจจุบันรีบเดินเข้าไปทักทายภูมิด้วยรอยยิ้มกว้างขวางราวกับคนสนิท! "คุณภูมิ! ไม่คิดว่าจะให้เกียรติมาร่วมงานด้วยตัวเองเลยนะครับ" นพ.สมภพจับมือภูมิอย่างเป็นกันเอง "ต้องมาสิครับคุณอา โปรเจกต์ศูนย์วิจัยโรคหัวใจที่คุณอาเป็นประธาน ผมในฐานะ 'ผู้สนับสนุนหลัก' ย่อมต้องมาแสดงความยินดีด้วยอยู่แล้ว" ภูมิส่งยิ้มสุภาพ อ่อนน้อมถ่อมตนแบบที่รัตน์ไม่เคยเห็นมาก่อน รัตน์ยืนนิ่งค้าง... ผู้สนับสนุนหลัก? ภูมิไปสนิทกับพ่อเธอตอนไหน? ภูมิกวาดสายตามาสบตากับรัตน์แวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปหาคุณหญิงดาริกาที่กำลังยืนทำหน้างง เขาให้เลขาคนสนิทยื่นกล่องกำมะหยี่สีแดงให้ "สวัสดีครับคุณหญิง ผมได้ยินคุณอาพูดถึง ว่าคุณหญิงจัดประมูลเครื่องลายครามโบราณ ผมพอมีสะสมของเก่าอยู่บ้าง เลยตั้งใจเอาแจกันยุคราชวงศ์ชิงใบนี้มาให้ประมูลเพื่อร่วมสมทบทุนมูลนิธิในนามของคุณหญิงครับ ใบรับรองอยู่ในกล่องเรียบร้อยครับ" คุณหญิงดาริกาตาโตเมื่อเห็นของหายากมูลค่ามหาศาล ความประทับใจพุ่งปรี๊ดทันที "อุ๊ยตาย... คุณภูมิ ไม่น่าลำบากเลยนะคะเนี่ย แหม พ่อสมภพก็ไม่เคยเล่าให้ฟังเลยว่ามีสปอนเซอร์ใจป้ำแถมยังดูดีขนาดนี้" "คุณภูมิเขาคอยสนับสนุนทุนวิจัยเงียบๆ เขาไม่อยากเป็นข่าวน่ะคุณ ไม่ชอบออกหน้า วันนี้ผมถึงต้องเชิญมาให้ได้" นพ.สมภพหัวเราะชอบใจ รัตน์ยืนใบ้กิน ภูมิดักหน้าดักหลัง ซุ่มเข้าหาครอบครัวเธอ โดยที่เธอไม่ระแคะระคายเลยสักนิด เขาไม่ได้ใช้ความป่าเถื่อน หรืออำนาจมืด แต่ใช้ 'เงิน' และ 'ความฉลาด' เข้าซื้อใจผู้ใหญ่ได้อย่างแนบเนียนและมีชั้นเชิงที่สุด ภูมิหันมามองรัตน์ที่ยืนอยู่ข้างหมอวิน รอยยิ้มสุภาพถูกประดับไว้บนหน้า แต่แววตาที่มองมานั้นซ่อนความเจ้าเล่ห์และท้าทายเอาไว้มิดชิด "แล้วนี่... ลูกสาวคุณอาใช่ไหมครับ?" ภูมิแสร้งถามเสียงนุ่มนวล “จ้ะ นี่หมอรัตน์ กับหมอวิน ทำงานที่เดียวกัน” "ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ... คุณหมอรัตน์ คุณหมอวิน" เขายื่นมือมาตรงหน้า รัตน์จำใจต้องยื่นมือไปจับตามมารยาทสังคม ทันทีที่สัมผัสกัน นิ้วโป้งของภูมิก็จงใจลูบไล้หลังมือเธอเบาๆ เป็นการข่มขู่และประกาศกลายๆ ว่า... ไม่ว่าครอบครัวเธอจะพยายามจับคู่ให้ใคร เขาก็รื้อกระดานทิ้งได้ทั้งหมด หมอวินเองก็รู้สึกคุ้นหน้าภูมิ แต่เขายังนึกไม่ออก
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD