ตอนที่ 14 : โลกที่แตกต่าง (Collision)
บรรยากาศในห้องประชุมบอร์ดบริหารระดับสูงของ ‘ทีเค กรุ๊ป’ ตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ภูมินั่งอยู่หัวโต๊ะด้วยสีหน้าเรียบเฉย นัยน์ตาคมกริบจ้องมอง ‘วิธาน’ ผู้เป็นอาแท้ๆ และผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับสอง ที่กำลังลุกขึ้นโจมตีการตัดสินใจของเขา
"แกดึงดันจะฮุบโปรเจกต์สัมปทานที่ดินผืนนั้น ทั้งที่รู้ว่ามันทับเส้นสายของพวกนักการเมืองที่จะทำหมู่บ้าน แกกำลังพาบริษัทไปเสี่ยงนะภูมิ!" วิธานกระแทกเสียง แววตาเต็มไปด้วยความเรียบเฉย ทั้งที่แท้จริงแล้วพยายามจะเลื่อยขาเก้าอี้หลานชายตัวเอง
"ที่ผืนนั้นไม่มีปัญหาแล้วครับ ตอนนี้เหลือแค่ที่ข้างๆอีกแปลงเดียว ส่วนเรื่อพาบริษัทไปเสี่ยงผลประกอบการไตรมาสล่าสุดที่พุ่งขึ้นยี่สิบเปอร์เซ็นต์ น่าจะแทนคำตอบได้นะครับคุณอา ว่าการตัดสินใจของผมมันสร้างกำไร หรือสร้างความเสี่ยงกันแน่" ภูมิสวนกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือน บอร์ดคนอื่นๆ ได้แต่นั่งเงียบ ไม่มีใครกล้าสอดแทรก ภูมิรู้เรื่องที่อาพยายามจะดิสเครดิตเขา เอาๆจริงทุกคนก็น่าจะรู้ เพราะวิธานค่อนข้างโฉ่งฉ่าง ไม่มีชั้นเชิง
ก่อนที่สงครามประสาทจะปะทุไปมากกว่านี้ ประตูห้องประชุมก็ถูกเปิดออก เล บอดี้การ์ดคนสนิทเดินแกมวิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะก้มลงกระซิบที่ข้างหูภูมิ
"หัวหน้าครับ... รถของคุณกิตติถูกลอบยิงถล่มกลางสี่แยก ตอนนี้กำลังถูกส่งตัวไปที่แผนกฉุกเฉิน..."
กิตติคือมือขวาคนสำคัญที่ดูแลโปรเจกต์สัมปทานนั้น ภูมิผุดลุกขึ้นยืนทันที สันกรามบดเข้าหากันแน่น เขาปรายตามองวิธานแวบหนึ่งก่อนจะเดินออกห้องประชุมไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ
เสียงไซเรนรถพยาบาลดังระงมหน้าแผนกฉุกเฉิน (ER) ความวุ่นวายปะทุขึ้นทันทีที่เปลพยาบาลถูกเข็นลงมา หมอรัตน์ในชุดสครับสีเขียวกระโดดขึ้นคร่อมเตียงเข็น สองมือทำ CPR ปั๊มหัวใจผู้ป่วยที่โชกไปด้วยเลือดสีสดอย่างสุดแรง
"คนไข้โดนยิงเข้าที่ช่องท้องและไหปลาร้า เสียเลือดมาก ชีพจรดร็อป! พี่วิน เตรียมประสานห้องโออาร์และศัลยแพทย์ทรวงอกด่วน!" รัตน์ตะโกนสั่งการเสียงเฉียบขาด แววตาของเธอไม่มีความลังเล อ่อนแอ หรือสับสนหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
หมอวินพยักหน้ารับคำสั่งทันที เขาประสานงานกับทีมพยาบาลและช่วยรัตน์เคลียร์ทางอย่างรู้ใจ การทำงานที่เข้าขากันของทั้งคู่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อใจในระดับที่ต้องฝากชีวิตคนไข้ไว้ด้วยกัน
จังหวะที่เตียงเข็นกำลังถูกดันเข้าลิฟต์ ภูมิก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในโซน ER พร้อมบอดี้การ์ดนับสิบคนที่ทำเอาคนตื่นตระหนกกันทั้งแผนก สายตาของเขาปะทะเข้ากับร่างเล็กของหมอรัตน์ที่เสื้อสครับเต็มไปด้วยเลือด เธอกำลังเงยหน้าขึ้นมองมอนิเตอร์ สั่งการพยาบาลเสียงเข้ม
ภูมิชะงักงัน... มองดูภาพผู้ช่วยของเขาและภาพผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่เขามักจะกอดรัดและรังแกบนเตียง ตอนนี้กำลังยืนหยัดต่อสู้กับมัจจุราชอย่างแข็งแกร่ง ท่ามกลางความเป็นความตาย แต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องกำหมัดแน่น คือภาพที่หมอวินแตะบ่ารัตน์เบาๆ ดึงเธอหลบวิถีเปลเข็นได้อย่างฉิวเฉียด และส่งสายตาให้กำลังใจกันก่อนประตูลิฟต์จะปิดลง แม้จะห่วงกิตติมาก แต่ภาพนั้นก็รบกวนใจเขา
แต่ภาพที่รัตน์กำลังยื้อชีวิตกิตติมันคือโลกอีกใบของรัตน์ โลกสีขาวที่เต็มไปด้วยการช่วยชีวิตและความเสียสละ... ซึ่งช่างแตกต่างและห่างไกลจากโลกสีเทาที่เต็มไปด้วยการแก่งแย่ง ผลประโยชน์ และคาวเลือดของเขาอย่างสิ้นเชิง
ภูมิทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้รอหน้าห้องผ่าตัด สองมือกุมขมับแน่น ความเครียดจากศัตรูในบอร์ดบริหาร ความเป็นตายของลูกน้อง และเส้นแบ่งโลกสองใบที่ขีดกั้นระหว่างเขากับรัตน์ กำลังบีบรัดหัวใจเขาอย่างรุนแรงเป็นครั้งแรก
ประตูห้องผ่าตัดเปิดออก หมอรัตน์เดินมา “ปลอดภัยแล้ว แต่ยังให้เข้าเยี่ยมไม่ได้ ยังต้องเฝ้าดูอาการ คืนนี้ทำอะไรไม่ได้แล้ว ค่อยมาใหม่พรุ่งนี้เถอะ” หมอรัตน์กับกลุ่มหมอและพยาบาลเดินจากไป ทิ้งให้ภูมิกับพวกยืนอยู่ที่นั่น
“เล ให้คนไปดูทางตำรวจว่าได้ความว่าไงบ้าง แล้วสืบให้ได้ว่าใคร”
“ภูมิลูก…กิตติเป็นอย่างไรบ้าง” นิติยาแม่ของกิตติวิ่งมาหาภูมิ น้ำตานองหน้า เลฉากตัวออหฃกไปทำงานตามได้รับมอบหมาย
“ปลอดภัยแล้วครับคุณน้า แต่ยังเข้าเยี่ยมไม่ได้ ยังต้องอยู่ห้องปลอดเชื้อ ถ้าย้ายได้เมื่อไหร่ผมให้คนจองห้องพิเศษไว้แล้วครับ” ภูมิเดินเข้าไปปลอบ
“มันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ยังไง ฮือ ฮือ…” นิติยายังคงสะอื้นด้วยความไม่เข้าใจ ลูกเธอทำงานกับภูมิมาเกือบหกปี ไม่เคยมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเลย
“ผมให้คนไปดูทางตำรวจแล้วครับ ไม่นานคงรู้เรื่องครับน้า คุณน้าทำใจดีก่อนนะครับ ยังไงตอนนี้ก็ปลอดภัยแล้ว อย่าเพิ่งกังวลเรื่องอื่นเลยครับ” ภูมิพานิติยาเดินไปทางจุดลงทะเบียนทำเรื่องเอกสาร ระหว่างรอเขาก็เอาโทรศัพท์ออกมา
“กิตติถูกยิง มีเรื่องให้ช่วยหน่อย เดี๋ยวส่งรายละเอียดไป” เสร็จแล้ววางสาย เดินไปดูนิติยาที่จุดลงทะเบียน
ที่ห้องอาหารส่วนตัวที่หนึ่ง มีคนอายุประมาณหกกว่านั่งคุยกันอยู่ห้าคน
“งานระดมทุนศูนย์วิจัยคืนมะรืนนี้ รายชื่อทุกคนคอเฟิร์มหมดแล้ว แถมหลานผมก็อยากมาช่วยด้วยและจะมาเป็นผู้สนับสนุนหลัก พวกคุณคิดว่าไง” สุรศักดิ์เภสัชผู้อยู่วงการอุตสาหกรรมยามานานหลายปีเอ่ยขึ้นมา
“โอ้…คนที่ทำอสังหาฯหรือเปล่า” ทรงวุฒิผู้บริหารโรงพยาบาลที่รัตน์ทำงานพูดขึ้นมา
“ใช่ ๆ เห็นบอกว่าชอบนโยบายโรงพยาบาลของคุณ ที่ว่าถ้าบริจาคถึงสิบล้าน ทางโรงพยาบาลจะรักษาให้ฟรีตลอดชีพน่ะ” สุรศักดิ์บอก
“โอ้ดีเลย ทีนี้พี่สมภพก็มีผู้สนับสนุนหลักแล้วสิ ดีๆ” ทรงวุฒิหันไปหาสมภพเจ้าของโครงการ
“ดีเลย จะช่วยคนได้เยอะเลยถ้าทุกอย่างลุล่วงด้วยดี ผมล่ะอยากขอบคุณเขาจริงๆ” สมภพเปรย
“นี่กำลังจะบอกเลยว่าเขากำลังจะแวะมา พอดีเขาอยู่ใกล้ๆ อีกไม่นานก็มาถึง เรามาดื่มฉลองกันเถอะ” สุรศักดิ์บอกทุกคนยกแก้วขึ้นชน บางคนดื่มชา บางคนดื่มเบียร์ บางคนดื่มไวน์
บนรถอัลพาร์ด ภูมิกำลังดูข่าวผ่านไอแพด ที่กำลังรายงานเหตุการณืยิงกันเมื่อช่วงบ่าย
“เหมือนทางตำรวจจะโดนกดดันจากใครไม่รู้ครับ ตอนนี้ยังนิ่ง กล้องวงจรปิดเอาไปแล้วก็เงียบเลยครับ” เลรายงานภูมิหลังวางสายจากหูฟังบลูธูท
หลังภูมิได้ยินก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความ แล้วรถก็มาจอดที่ลานจอด
“ให้คนของเราหากล้องหน้ารถจากโซเชียลเท่าที่ทำได้” ภูมิสั่งงานก่อนเดินลงจากรถไป