ตอนที่ 13 : รอยร้าวของกฎเหล็ก
รถอัลพาร์ดคันหรูแล่นมาจอดสนิทที่ลานจอดรถวีไอพีของโรงพยาบาลอีกครั้ง
รัตน์ปิดประตูรถแล้วเดินไปโดยไม่หันหลังกลับมามอง ภูมิได้แต่มองตามหลังเธอไป ก่อนจะสั่งให้ออกรถ
เขากำลังคิดว่าตัวเองเอาแต่ใจเกินไป คิดแต่จะระบายอารมณ์ของตัวเอง ลืมคิดเธอความรู้สึกเธอ
ไม่กี่นาทีก่อนหน้านั้น หลังจากกลับจากมื้ออหารกลางวัน รัตน์กำลังจะเติมเเป้งเพื่อให้ดูเรียบร้อยก่อนเข้าไปทำงานต่อ แต่เธอเห็นรอยที่ภูมิฝากไว้
"คุณมันบ้า ภูมิ! ดูสิ เสื้อฉันยับไปหมดแล้ว แถมยังมีรอย... รอยบ้าๆ นี่อีก!" รัตน์ชี้ไปที่รอยจ้ำสีแดงเข้มตรงลาดไหล่ที่โผล่พ้นปกเสื้อ
"เดี๋ยวผมให้เลขาไปซื้อเสื้อคอเต่าแบรนด์เนมมาให้ใหม่" ภูมิยักไหล่ ยื่นมือมาเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากมนออกให้อย่างเบามือ แต่รัตน์ปัดมือเขาออกทันที
"มันใช่เรื่องเสื้อซะที่ไหนล่ะ! คุณล้ำเส้นเกินไปแล้วนะ คุณไปขัดจังหวะพี่วิน แถมยังทำรอยไว้บนตัวฉันอีก ลืมไปแล้วหรือไงว่าเราตกลงกันไว้ยังไง" รัตน์เริ่มขึ้นเสียง ความสับสนและหงุดหงิดตีรวนอยู่ในอก เธอเป็นหมอที่ต้องรักษาภาพลักษณ์ แต่เขากลับทำลายมันป่นปี้เพียงเพราะอารมณ์หึงหวงไร้สาระ
"ผมจำได้ทุกข้อ" ภูมิเปลี่ยนน้ำเสียงให้จริงจังขึ้น นัยน์ตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "แต่ถ้าหมอนั่นมันยังมาตามเกาะแกะคุณ ผมก็ไม่รับประกันว่าจะคุมตัวเองได้เหมือนกัน"
"พี่วินเป็นแค่รุ่นพี่ที่ทำงาน! และถึงเขาจะจีบฉัน มันก็สิทธิ์ของฉัน เพราะเราไม่ได้เป็นอะไรกันนอกจากคู่นอน!" รัตน์สวนกลับด้วยความโมโห
คำว่า 'ไม่ได้เป็นอะไรกัน' ทำเอาสันกรามของภูมิบดเข้าหากันแน่น เขาเกลียดคำนี้ ทั้งที่เขาเป็นคนเสนอให้มีสถานะนี้ขึ้นมาเอง
"งั้นเหรอ..." ภูมิแค่นยิ้มร้ายกาจ โน้มตัวเข้าไปใกล้จนรัตน์ต้องถอยร่นไปติดประตูรถ "งั้นคู่นอนคนนี้ก็ขอเตือนไว้ก่อน... ว่าอย่าให้ผมเห็นคุณไปส่งยิ้มหวานๆ หรือไปกินข้าวกับมันอีก ไม่งั้นคราวหน้าผมจะลงไปลากคุณออกมาต่อหน้าทุกคนแน่ ไม่ได้ทำแค่ในรถแบบนี้"
"คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉัน!"
"ก็ลองดูสิรัตน์ ว่าผมกล้าทำอย่างที่พูดไหม" ภูมิท้าทาย แววตาของเขาไม่มีแววล้อเล่นเลยแม้แต่น้อย
รัตน์เม้มปากแน่น รู้ดีว่าคนเอาแต่ใจและบ้าอำนาจอย่างเขากล้าทำแน่ เธอผลักอกเขาออกเต็มแรงแล้วคว้ากระเป๋าสะพาย เปิดประตูก้าวลงจากรถ
รัตน์กำลังนั่งคิดถึงตอนมีปากเสียงกันเมื่อสักครู่ ก่อนจะติดกระดุมและกระชับเสื้อกาวน์มาปิดคอด้วยอารมณ์ขุ่นมัว ก่อนโทรศัพท์จะสั่น
ครืด..ครืด… รัตน์หยิบมาดู
‘หมอรัตน์ ห้องฉุกเฉินด่วนค่ะ’
พอเห็นข้อความรัตน์รีบเดินออกจากห้องน้ำ แล้วไปที่ห้องฉุกเฉินทันที
ภูมิมองตามแผ่นหลังเล็กที่เดินจ้ำอ้าวออกไปด้วยสายตาที่คุกรุ่น เขาถอนหายใจหนักๆ เอนหลังพิงเบาะ มือหนายกขึ้นเสยผมอย่างหงุดหงิดตัวเอง เขาไม่เคยเป็นแบบนี้ ไม่เคยควบคุมอารมณ์ไม่ได้เพียงเพราะเห็นผู้หญิงของตัวเองไปคุยกับผู้ชายคนอื่น
มีเสียงโทรศัพท์เข้า
“ว่าไงกิตติ อืมดีมาก ทำเรื่องโอนให้เรียบร้อย เรื่องทางนั้นไม่ต้องกังวลไป เราทำสำรวจมาแล้วนี่ ที่แปลงนั้นก็แค่ปลายขอบโครงการเขาแค่นั้น อืมโอเค แล้วเจอกันที่บริษัท” ภูมิวางหูเสร็จก็ให้เลออกรถ แล้วกดโทรศีพท์อีกครั้ง
“จิณ หาคนทำ3Dโครงการมาให้ผมหน่อย จะถึงอีกไม่เกินครึ่งชั่วโมง”
ที่บ้านผ.อ.สมภพ พ่อของหมอรัตน์ คุณหญิงดาริกาแม่ของหมอรัตน์กำลังกลุ้มใจเรื่องเครื่องลายครามโบราณของเธอ
“คุณ…ฉันเอาอันไหนไปให้ประมูลดีล่ะเนี่ย ลูกรักทั้งนั้น” คุณหญิงดาริกาปรึกษาสามี
“เอาปีที่น้อยที่สุดไปสิ เอาของเก่าไปคุณก็เสียดาย ผมก็ไม่ของสะสมเสียด้วยสิ” สมภพให้คำปรึกษาคุณหญิงที่ดูจะเสียดายไปเสียทุกอัน
ในห้องทำงานวิธาน
“อะไรนะมันได้ที่แปลงนั้นแล้วเหรอ อืม เข้าใจแล้ว” วิธานวางโทรศัพท์ด้วยความหงุดหงิด
ภูมินั่งเหม่ออยู่ในรถความรู้สึกหวงแหนที่เริ่มก่อตัวขึ้น กำลังทำให้กำแพงความสัมพันธ์แบบ FWB ที่เขาสร้างไว้เริ่มมีรอยร้าว... และรอยร้าวนี้กำลังขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ โดยที่ทั้งเขาและรัตน์ต่างก็พยายามหลอกตัวเองว่ามันเป็นแค่เรื่องของ 'ร่างกาย'
ภูมิกำลังเดินออกจากลิฟท์ เจอคนคนหนึ่งยืนอยู่หน้าลิฟท์
“อ้าวน้า สวัสดีครับ มาหาพ่อหรือครับ” ภูมิสวัสดี’สุรศักดิ์’น้าชายของเขา
“อ้าวภูมิ สวัสดีๆ อืมน้ามาหาพ่อแกว่าจะให้ช่วยบริจาค โครงการของน้ากับเพื่อนน่ะ”
“พ่อว่าไงบ้าง ไปคุยที่ห้องผมก่อนครับ เผื่อช่วยอะไรได้” ภูมิคล้องแขนน้าชายไป โดยไม่รอให้เขาปฏิเสธ
ที่ห้องทำงานของภูมิ เลขาหน้าห้องเอาน้ำมาเสิร์ฟ
“มันเป็นโครงการของกับเพื่อนๆหลังเกษียณน่ะ ทำกันมาหลายปีแล้ว ถ้าโครงการนี้สำเร็จจะช่วยคนได้เยอะทีเดียว” สุรศักดิ์เอาเอกสารให้ภูมิดู
“พ่อแกก็บอกให้รอคุยกับแก แหม่โชคดีจริงๆวันนี้เจอแกพอดี”
ภูมิรู้สึกคุ้นนามสกุลหนึ่งในรายชื่อ “เจ้าของโครงการนี้…ผมคุ้นนามสกุลจัง”
“อ๋อ ผ.อ.สมภพ อดีตผู้บริหารโรงพยาบาลที่บ้านเราไปใช้บริการนั่นแหละ สมัยที่แกบริหาร แกทำโครงการใครบริจาคให้โรงพยาบาลถึงสิบล้านรักษาฟรีทั้งครอบครัวน่ะ”
ไม่ ภูมิไม่ได้คุ้นชื่อเขา แต่คุ้นนามสกุลต่างห่าง นามสกุลเขาเหมือนของหมอรัตนาพร ชีวบรรจง
“เอาสิครับอา ผมสนับสนุน ต้องใช้อะไรบ้างครับ” ภูมิเริ่มอยากรู้รายละเอียด
“ตอนนี้ก็ระดุมทุนกันอยู่น่ะ อุปกรณ์ของศูนย์วิจัยที่จะสั่งจากเมืองนอกมันเอาเรื่องอยู่ มะรืนก็จะมีกลุ่มคุณหญิงดาริกา ภรรยาน.พ.สมภพจะจัดงานประมูลเครื่องลายครามการกุศลหาเงินเข้ากองทุน ตอนนี้ทุกคนเลยวิ่งวุ่นกันหมด น้าให้พ่อแกดูเรื่องนี้มาตั้งแต่เดือนที่แล้ว แต่เขาคงยุ่งอยู่น่ะ”
“ครับช่วงนี้บริษัททำหลายโครงการอยู่ ของผมก็กำลังจะขึ้นอีกโครงการ เอาเป็นว่าผมจะบริจาคสิบล้าน แล้วจะเอาของไปช่วยที่งานประมูลด้วย จะได้ทั้งช่วยคน ลดภาษีและรักษาฟรีพร้อมกันเลย พ่อก็อายุมากขึ้นทุกวันแล้ว” ภาคภูมิปิดแฟ้มแล้วส่งคืนให้สุรศักดิ์
“โอ้…ดีเลย ดีมากเลยภูมิ ถ้าน้าทำโครงการนี้สำเร็จ ครอบครัวน้าก็ได้สิทธิ์รักษาฟรีเหมือนกัน ดีๆ ดีมาก ขอบใจมาก ถ้ามีโอกาสน้าจะพาไปรู้จักเพื่อนๆนะ” สุรศักดิ์ดีใจมากที่มาวันนี้ เขาได้คำตอบที่ไม่คาดคิดจากหลานชาย จากทีแรกที่คาดหวังว่าจะขอบริจาคจากพี่เขยสักหนึ่ล้าน แต่ตอนนี้ได้ถึงสิบล้านกับของประมูลอีก
“นี่เท่าภูมิกาลยเป็นผู้สนับสนุนหลักเลยทีนี้ ฮ่าฮ่าฮ่า” สุรศักดิ์หัวเราะอย่างมีความสุขก่อนจะเดินออกไป