ตอนที่ 10 : ใต้ร่มจามจุรี
เย็นวันเสาร์ รถยุโรปคันกะทัดรัดของหมอรัตน์แล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าประตูรั้วไม้บานเก่า สิ่งแรกที่สะดุดตาคือต้นจามจุรีขนาดใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงาปกคลุมไปทั่วบริเวณหน้าบ้านของบ้านไม้สองชั้น บรรยากาศร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้ตัดขาดจากความวุ่นวายของป่าคอนกรีตโดยสิ้นเชิง
แต่สิ่งที่ทำให้รัตน์ต้องถอนหายใจยาวคือ รถอัลพาร์ดสีดำคันคุ้นเคยที่จอดเด่นอยู่หน้าบ้าน และเลชายร่างใหญ่คนขับรถเปิดกระจกและนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่
“สวัสดีครับคุณหมอ” เขายกมือไหว้เมื่อเห็นเธอกำลังเดินมา
“สวัสดีค่ะ ทีหลังไม่ต้องไหว้หนูก็ได้ แค่สวัสดีดีกันก็พอ” หมอรัตน์ยิ้มให้ชายร่างใหญ่
“ครับหมอ” เลรับคำและเล่นโทรศัพท์ต่อ หลังจากที่เห็นหมอรัตน์เดินเข้าไปแล้ว
เมื่อเดินเข้าไปในบริเวณบ้าน กลิ่นหอมของแกงไทยก็ลอยมาเตะจมูก รัตน์เดินตามกลิ่นไปจนถึงแคร่ไม้ไผ่ใต้ต้นขนุนหน้าบ้าน ภาพที่เห็นทำเอาเธอแทบไม่อยากเชื่อสายตา
ทายาทบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับหมื่นล้านกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนแคร่ สวมเสื้อยืดสีขาวธรรมดากับกางเกงยีนส์ ในมือมีสากหินกำลังช่วยตำน้ำพริกอย่างขะมักเขม้น โดยมีตาชื่นนั่งหัวเราะชอบใจอยู่ข้างๆ จริงๆแล้วรัตน์รู้ตัวตนของภูมิตั้งแต่บังเอิญเจอกันอีกครั้งจากเคสของตาชื่น
ภาพเหตุการณ์ในอดีต หลังเธอแจ้งอาการตาชื่นกับภูมิแล้ว เธอเดินไปดูผู้ป่วยรายอื่น ตอนนั้นพวกพยาบาลพูดถึงภูมิกันอยู่ พวกเธอกำลังดูโทรศัพท์กัน
“ดูอะไรกันรึพี่จิน?” รัตน์สงสัย
“อ้าว หมอรัตน์มาแล้ว มาๆ นั่งเลยลูก กับข้าวใกล้เสร็จพอดี” ตาชื่นกวักมือเรียก ปลุกหมอรัตน์ตื่นจากภวังค์
ภูมิวางสากลง ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะเดินมาช่วยรับถุงขนมไทยที่รัตน์ซื้อติดมือมา “มาเหนื่อยๆ นั่งพักก่อนสิครับคุณหมอ” เขาเอ่ยด้วยรอยยิ้มอบอุ่น... แบบที่คนนอกมองว่าแสนดี แต่สำหรับรัตน์ มันคือรอยยิ้มของหมาป่าห่มหนังแกะ
“ไม่คิดว่าคุณจะมาถึงก่อน” รัตน์ตอบเสียงเรียบ นั่งลงบนแคร่ไม้ไผ่โดยเว้นระยะห่างจากเขาสมควร
“ผมตั้งใจมาช่วยคุณตาเตรียมอาหารน่ะครับ เผื่อจะได้เรียนรู้สูตรเด็ดไปทำให้... ‘คนพิเศษ’ ทานบ้าง” ภูมิพูดพลางปรายตามองรัตน์อย่างมีความหมาย
“เลิกหยอดมุขเสี่ยวได้แล้ว” รัตน์พูดเสียงค่อยพร้อมกระแทกศอกเข้าสีข้างภูมิ ขณะตาชื่นเดินไปเอาน้ำดื่มมาให้
ที่โต๊ะอาหารใต้ถุนบ้าน มื้ออาหารเย็นเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของตาชื่น
“ผมไม่ได้ช่วยอะไรเลย หัวหน้าบอกอยากช่วยตาทำเอง” เลพูดแบบเขินๆที่มีหน้าที่กินอย่างเดียว
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่เป็นไรดอก” ตาชื่นบอกอย่างอารมณ์ดี
รัตน์ยอมรับว่าอาหารอร่อยมาก แต่การนั่งทานข้าวโดยมีภูมิอยู่ฝั่งตรงข้ามนั้นทำให้เธอทำตัวไม่ถูก ยิ่งเวลาที่ตาชื่นหันไปตักกับข้าว ภูมิจะฉวยโอกาสใช้ปลายเท้าเขี่ยเบาๆ ที่หน้าแข้งของเธอใต้โต๊ะ
รัตน์ถลึงตาใส่ ดึงขาหลบ แต่คนหน้าหนากลับยิ้มกริ่มราวกับสนุกที่ได้แกล้งเธอ
“ตาเห็นเอ็งสองคนเข้ากันได้ดี ตาก็ชื่นใจ” ตาชื่นพูดขึ้นมาลอยๆ “หมอรัตน์ก็โสด ไอ้หนุ่มนี่ก็ดูเอาการเอางาน ถ้าได้คบหากัน ตาว่าเหมาะสมกันดีนะ”
คำพูดของตาชื่นทำเอารัตน์แทบสำลักน้ำซุป “แค่กๆ... ตาชื่นคะ เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันเลยค่ะ หมอกับเขา... เราต่างกันเกินไป”
“ต่างกันสิดี จะได้เติมเต็มกันและกัน” ภูมิสวนขึ้นมาทันควัน เขาวางช้อนลงแล้วมองสบตารัตน์นิ่ง “สำหรับผม... ความต่างไม่ใช่ปัญหาเลยครับตา ผมพร้อมจะปรับตัวเสมอ ถ้าผู้หญิงคนนั้นคุ้มค่าพอ”
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความอึดอัดที่รัตน์สัมผัสได้เพียงคนเดียว
“หมอรัตน์ หมอว่าใช่เขามั้ยคะ” พยาบาลที่ซุบซิบกันเรื่องภูมิเอาจอโทรศัพท์ให้เธอดู สิบอันดับหนุ่มโสดแห่งปีในแวดนักธุรกิจมีภาพของภูมิอยู่ในนั้นด้วย ‘ทายาทธุริกิจอสังหาฯ นักบริหารรุ่นใหม่’ ใต้รูปภูมิมีข้อความกำกับไว้
หลังมื้ออาหาร รัตน์รีบขอตัวกลับโดยอ้างว่าพรุ่งนี้มีเวรเช้า ตาชื่นเดินมาส่งถึงหน้าประตูรั้ว โดยมีภูมิเดินตามมาติดๆ
“เดี๋ยวผมเดินไปส่งคุณหมอที่รถเองครับตา ตาเข้าบ้านไปพักผ่อนเถอะครับ อากาศเริ่มเย็นแล้ว” ภูมิอาสา
เมื่อเดินพ้นระยะสายตาของชายชรา รัตน์ก็หันขวับมาเผชิญหน้ากับร่างสูงทันที
“คุณกำลังเล่นบ้าอะไรอยู่ภูมิ” รัตน์กดเสียงต่ำ “คุณพยายามเข้าหาตาชื่นเพื่อเรื่องที่ดิน ฉันพอเข้าใจ แต่คุณไม่จำเป็นต้องดึงฉันเข้าไปร่วมวงละครตบตาของคุณด้วย”
“ผมไม่ได้ตบตา” ภูมิขยับเข้าไปใกล้จนแผ่นหลังของรัตน์ชิดกับประตูรถ “ผมแค่ทำคะแนน... ทั้งกับตาชื่น และกับคุณ”
“ฉันไม่หลงกลคุณหรอก” รัตน์เชิดหน้าขึ้น “คุณมันก็แค่นักธุรกิจหน้าเลือดที่ทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์”
ภูมิหัวเราะในลำคอ มือหนาเอื้อมไปแตะเอวบางแล้วรั้งร่างของเธอเข้าหาตัว
“ผมพูดจริงๆ ถึงผมจะเคยคิดใช้คุณเป็นหมาก แต่ผมฝืนใจทำไม่ได้ ผมไม่ชอบทำอะไรที่ฝืนใจตัวเอง”
“หยุดพูดเถอะ คิดหรือว่าจะเชื่อ!” รัตน์เริ่มหน้าแดงก่ำเมื่อเขาก้มมาใกล้ พยายามดันแผงอกกว้างออก แต่สู้แรงเขาไม่ได้
“ผมบอกแล้วไงว่าผมเป็นพวกไม่ชอบทำตามกฎ” ภูมิกระซิบชิดริมฝีปากบาง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายผสมกับกลิ่นเหงื่อจางๆ ของเขาทำให้หัวใจของรัตน์เต้นผิดจังหวะ
“คุณจะมองว่าผมเลวหรือหน้าเลือดแค่ไหนก็ได้รัตน์... แต่คุณปฏิเสธไม่ได้หรอกว่า ร่างกายคุณต้องการผมพอๆ กับที่ผมต้องการคุณ”
ไม่เปิดโอกาสให้เธอเถียง ภูมิกดจูบลงมาอย่างรวดเร็วและดุดัน เป็นการจูบที่เต็มไปด้วยการเรียกร้องและเอาแต่ใจ ริมฝีปากหยักบดเบียดสลับกับขบเม้มจนรัตน์ต้องเผยอปากรับลิ้นร้อนที่สอดแทรกเข้ามา ร่างกายของเธออ่อนยวบลงอย่างน่าสมเพชเมื่อมือหนาลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้า
ทั้งที่สมองสั่งให้ผลักเขาออก เพราะรู้ดีว่าผู้ชายคนนี้อันตรายและเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม แต่สองแขนของเธอกลับยกขึ้นคล้องคอเขาไว้ และตอบรับสัมผัสนั้นอย่างเต็มใจ ร่างกายเธอทำตามสัญชาติที่คุ้นเคย
ใต้ร่มจามจุรีที่มืดมิด... รัตน์เริ่มตระหนักได้ว่า ข้อตกลง FWB ของเธอ กำลังกลายเป็นหลุมพรางที่เธอขุดขึ้นมาฝังตัวเองช้าๆ