ตอนที่3.โลกกลม

3031 Words
Heart Rate ชีพจรหัวใจ ตอนที่1.One Night Stand รถอัลพาร์ดหรูแล่นไปตามถนนยามค่ำคืน ได้ยินเสียงเพลง Sweet Child O’ Mine - Guns N’ Roses ดังอยู่ในรถ ภายในห้องโดยสารด้านหลังมีเพียงเสียงหอบหายใจและริมฝีปากที่บดเบียดกันอย่างตะกรุมตะกราม รสชาติของแอลกอฮอล์ผสมผสานกับความปรารถนาดิบเถื่อน มือหนาของ ‘ภูมิ’ สอดเข้าใต้ชายเสื้อ ลูบไล้หน้าท้องแบนราบที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของ ‘รัตน์’ หมอสาวตอบโต้ด้วยการขยำคอเสื้อเชิ้ตแบรนด์เนมของเขาจนยับยู่ยี่ ภูมิหนุ่มหล่อ ผิวขาวสะอาด คิ้วคมเข้ม รัตน์หมอสาวผิวขาว ซ่อนรูป กำลังจูบกันอย่างดูดดื่มอยูในรถ ในขณะที่คนขับรถตั้งใจมองทางข้างหน้า โดยไม่กล้ามองกระจกหลังแม้แต่น้อย ภาพตัดสลับ... "ชาร์จสองร้อยจูล!" เสียงตวาดสั่งการดังก้องห้องฉุกเฉิน มือที่สวมถุงมือยางกำแพดเดิล (Paddle) เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าแน่น เหงื่อซึมชื้นใต้หมวกคลุมผม "ฉันถอย... คุณถอย... ทุกคนถอย!" "ช็อต!" ตู้ม! ร่างบนเตียงกระตุกเฮือกพร้อมเสียงกระแทก... ก่อนจะเลือนหายกลายเป็นภาพเงาสะท้อนบนกระจกใสของผับหรูใจกลางเมือง รัตน์นั่งเหม่อมองออกไปด้านนอก แก้วมาร์ตินี่ในมือเย็นเฉียบ ความรู้สึกหนักอึ้งยังคงกดทับเมื่อนึกถึงคนไข้บาดเจ็บสาหัสที่เสียเลือดมากและมาถึงมือเธอช้าเกินไปจนยื้อไว้ไม่ได้ "แกดูผู้ชายหน้าบาร์ดิ หล่อมาก แบรนด์เนมทั้งตัว" เสียงซุบซิบจากกลุ่มสาวโต๊ะข้างๆ ดึงสติเธอกลับมา "แต่โคตรหยิ่ง ยัยมินนี่เข้าไปขอชนแก้ว โดนปัดตกหน้าแตกกลับมาเลย" รัตน์ไม่ได้สนใจฟัง เธอถอนหายใจ ลุกขึ้นเดินฝ่าฝูงชนไปที่เคาน์เตอร์บาร์เพื่อสั่งเครื่องดื่มเพิ่มความมึนเมา “ชัช ขอเหมือนเดิม” รัตน์สั่งบาร์เทนเดอร์ บาร์เทนเดอร์ชงให้เธอทันที "มาคนเดียวเหรอครับคนสวย ให้ผมเลี้ยง..." ชายแปลกหน้าคนหนึ่งแทรกตัวเข้ามาใกล้ "ไม่ว่างค่ะ รบกวนขยับด้วย บังทาง" รัตน์ปรายตาขวาง ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดและเย็นชาจนชายคนนั้นหน้าเจื่อนแล้วล่าถอยไปทันที ห่างออกไปไม่กี่ช่วงเก้าอี้ ภูมิที่นั่งจิบวิสกี้เงียบๆ มองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านกระจกหลังเคาน์เตอร์บาร์ นัยน์ตาคมกริบประเมินผู้หญิงตรงหน้าและจุดประกายความสนใจขึ้นมาทันที ผู้หญิงคนนี้มีจังหวะความเย่อหยิ่งที่ดึงดูดจนเขาไม่อยากละสายตา รัตน์ก็เหลือบไปมองที่กระจกเหมือนกัน แม้จะมีขวดเหล้ามากมายวางอยู่แต่ทั้งคู่ก็ได้สบตากันในเสี้ยววิ แล้วรัตน์ก็ลุกไปห้องน้ำ “แบรนด์เนมทั้งตัว ไม่สนผู้หญิง หรือจะสนผู้ชาย หล่อจนน่าเสียดาย” รัตน์นึกในใจพร้อมกับเดินหายไปในทางเล็ก ๆ ที่มีป้ายไฟข้างบนเขียนว่า ‘ห้องน้ำหญิง’ ภาพตัดกลับมา... รถอัลพาร์ดเบรกจอดสนิทหน้าคอนโดหรูของรัตน์ ประตูด้านข้างสไลด์เปิดออก ทั้งคู่กึ่งเดินกึ่งกอดรัด นัวเนียกันไปตลอดทางเดินจนถึงหน้าลิฟต์ ภูมิซุกไซ้ซอกคอขาวเนียนขณะรัตน์ล้วงคีย์การ์ดมาแตะปลดล็อคห้อง ทันทีที่ประตูเปิดออก ร่างบางของหมอสาวก็ถูกดันให้แผ่นหลังแนบกับบานประตูที่ปิดลงล็อค ริมฝีปากของภูมิประกบลงมาอีกครั้งอย่างหิวกระหาย... และคราวนี้มันจะไม่จบลงแค่การจูบ เสื้อผ้าของทั้งสองคนถูกถอดออกที่ละชิ้น ไล่ไปตามทางจนถึงเตียง รัตน์นั่งค่อมอยู่ด้านบน ที่ตัวเหลือแค่บราสีดำที่ตัดกับผิวขาว แสงไฟสีเหลืองที่หัวเตียงยิ่งทำให้เห็นทรวดทรงที่ซ่อนรูปของเธอ เธอก้มลงไปจูบเขา ภาพตัดมาที่โรงพยาบาล ตอนรัตน์ออกจากห้องฉุกเฉิน ทิ้งถุงมือและหน้ากากอนามัยลงถังขยะ ก่อนเข้าไปในห้องล็อคเกอร์ “เห็นอินเทิร์นที่ไปรับเคสนี้มาบอกว่า รถกู้ภัยโดนขวางเลยทำให้มาถึงช้า เธอจะไปดื่มอีกแล้วใช่มั้ย” หมอหญิงอีกคนที่มาเปลี่ยนเวรพูดกับเธอ “อืม…ต้องดื่มหน่อย จะได้นอนหลับ ไปละ” รัตน์ปิดล็อคเกอร์แล้วเดินออกไป ที่เคาน์เตอร์บาร์ “ผมขออนุญาตนั่งตรงนี้ได้มั้ยครับ ผมแค่อยากนั่งดื่มเงียบๆ ไม่อยากตอบคำถามผู้ชายหรือผู้หญิงที่เข้ามาถามไม่หยุด และผมสังเกตว่าคุณก็คงเหมือนกัน ถ้าเรานั่งด้วยกัน ปัญหานั้นคงหมดไป” ภูมิเข้ามาถามรัตน์แล้วรอคำตอบอยู่เงียบ “เอาสิ” รัตน์ตอบเรียบ ๆ ภูมินั่งข้างเธอทันที ทั้งคู่นั่งดื่มกันเงียบๆ ไม่มีใครพูดอะไร รัตน์กำลังใช้ความคิด ‘เป็นคนมีฐานะ ไม่ใช่พวกนักล่าผู้หญิงตอนกลางคืน คืนนี้จะได้ผ่อนคลายมั้ย มาลองดู’ “อยากไปดื่มต่อเงียบๆมั้ย ห้องฉันอยู่ไม่ไกล” รัตน์ยื่นแก้วไปพร้อมคำถาม ภาพตัดกลับมาที่เตียง ทั้งคู่นั่งจูบกันอยู่ ภูมิเอื้อมมือไปปลดบราข้างหลัง แล้งพลิกรัตน์ให้นอนลง แล้วเขาก็ก้มลงไปที่หน้าอกเธอ ‘บ้าจริง เห็นเงียบๆ ทำไมหิวอย่างนี้ ลิ้นเขาหวานจัง ฉันจะไม่ไหวแล้ว’ “อื๊อ…” รัตน์ดึงหัวเขาออกมาจากหน้าอกเธอ แล้วจูบเขาอีกครั้ง ใต้ผ้าห่มที่มองดูก็รู้ว่าภูมิกำลังจะยัดบางอย่างเข้าไป เขาหยุดอยู่ปากถ้ำแล้วมองหน้าเธอ เหมือนรอดูว่าเธอจะพร้อมหรือไม่ รัตน์พยักหน้าเล็กน้อย ‘มาเถอะ ฉันจะไม่ไหวแล้ว’ รัตน์ตอนนี้อารมณ์กระเจิดกระเจิงไปหมดแล้ว รัตน์จิกผ้าปูที่นอนจนยับติดมือเธอ 'คับและแน่นจัง' ภูมิโยกตัวช้า ๆ ก้มลงไปจูบรัตน์ รัตน์จูบตอบ แล้วแหงนหน้าขึ้นด้วยความสยิว พร้อมกับจิกหลังเขาจนเป็นรอยแดง ภูมิใช้มือทั้งสองข้าง ประกบสอดเข้ากับมือของรัตน์ ขณะกำลังโยกตัว รัตน์เกร็งมือทั้งสองข้างจนแน่น จบตอน. ตอนที่2.ความคิดถึง แสงแดดอ่อนๆ ทะลุผ่านช่องว่างของผ้าม่านที่ปิดไม่สนิท ภูมิขยับตัว ควานหาสัมผัสนุ่มนวลและไออุ่นที่กอดรัดเขามาทั้งคืน แต่กลับพบเพียงผ้าปูเตียงที่ยับยู่ยี่และที่ว่างเปล่า เขาขมวดคิ้ว ลืมตาขึ้นอย่างเต็มตาก่อนจะยันตัวลุกนั่ง กวาดสายตาไปรอบห้องนอนโทนสีเทาดำที่ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยจนเกินกว่าจะเป็นห้องของผู้หญิง สายตาของเขาสะดุดเข้ากับกระดาษโพสต์อิทสีเหลืองแผ่นเล็กที่แปะเด่นหราอยู่บนหัวเตียง ลายมือตวัดๆ แต่อ่านง่ายเขียนข้อความไว้สั้นๆ ‘แค่ One Night Stand ขอให้จบแค่เมื่อคืน และอย่ามาที่นี่อีก’ มุมปากของนักธุรกิจหนุ่มกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยัน เขาถูกฟันแล้วทิ้ง แถมยังโดนออกคำสั่งห้ามยุ่งเกี่ยวอีกต่างหาก ปกติเขาเป็นฝ่ายคุมเกมมาตลอด แต่นี่กลับถูกผู้หญิงที่เจอกันแค่คืนเดียวตัดจบเอาดื้อๆ สัมผัสเร่าร้อน รสจูบที่ตอบสนองอย่างไม่ลดละ และเสียงครางกระเส่าของเธอยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ภูมิขยำกระดาษแผ่นนั้นทิ้งลงถังขยะอย่างไม่ใส่ใจนัก เขาไม่ใช่คนที่จะมานั่งอาลัยอาวรณ์กับความสัมพันธ์ข้ามคืนอยู่แล้ว ตัดภาพมาที่ฟิตเนสใกล้โรงพยาบาล รัตน์ในชุดสปอร์ตบราและเลกกิ้งรัดรูปกำลังวิ่งบนลู่ด้วยความเร็วสูง เหงื่อเม็ดโตกราวลงมาตามกรอบหน้าและแผ่นหลัง เธอสับขาอย่างหนักหน่วง ราวกับต้องการใช้การออกกำลังกายขับไล่ฤทธิ์แอลกอฮอล์และความทรงจำบ้าๆ เมื่อคืนออกไปให้หมดจด ภาพการร่วมเตียงเมื่อคืนยังเข้ามาในหัวรัตน์ ‘บ้าจริง ต้องเลิกคิดถึงเรื่องเมื่อคืนได้แล้ว’ รัตน์สบถในใจ เมื่อนึกถึงตอนที่ตัวเองขยุ้มคอเสื้อผู้ชายแปลกหน้า และปล่อยให้เขาซุกไซ้ตั้งแต่หน้าประตูยันเตียงนอน หลังวิ่งเสร็จจนเหนื่อยหอบ รัตน์ตรงไปอาบน้ำที่ห้องพักแพทย์ในโรงพยาบาล ปล่อยให้น้ำเย็นจัดชะล้างความเหนื่อยล้า เธอเช็ดตัว สวมชุดสครับสีเขียวเข้ม ทับด้วยเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตา รวบผมหางม้าอย่างทะมัดทะแมง รัตน์สูดหายใจลึก ก้าวเข้าสู่การทำงานในรอบเวรเช้าด้วยสีหน้าเรียบเฉยและเด็ดขาด ทิ้งความเร่าร้อนเมื่อคืนไว้เบื้องหลัง ราวกับว่ามันไม่เคยเกิดขึ้น ด้านภูมิ เขาจัดการแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าชุดเดิม เดินลงมาที่หน้าล็อบบี้คอนโดของรัตน์ รถอัลพาร์ดสีดำคันคุ้นเคยจอดติดเครื่องรออยู่แล้ว ทันทีที่เขาก้าวขึ้นรถและประตูปิดลง เลขาส่วนตัวที่นั่งอยู่ด้านหน้าก็หันมารายงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “บอสครับ ท่านประธานเรียกพบด่วนตอนเก้าโมงตรงครับ” ภูมิพิงศีรษะกับเบาะ นวดขมับที่เริ่มเต้นตุบๆ ภาพความน่าหงุดหงิดเมื่อวานย้อนกลับมาฉายซ้ำในการประชุมบอร์ดบริหาร โปรเจกต์คอนโดมิเนียมเมกะโปรเจกต์มูลค่าหลายพันล้านที่เขาซุ่มทำมาหลายเดือน ถูกบรรดากรรมการบอร์ดตั้งคำถามอย่างหนักถึงความคุ้มค่าและความเสี่ยง และที่น่าเจ็บใจที่สุดคือ ‘ทรงยศ’ ประธานบริษัท—พ่อแท้ๆ ของเขา—เป็นคนเคาะโต๊ะปัดตกโครงการนี้หน้าตาเฉย ความเครียดและความกดดันมหาศาลคือสาเหตุที่ทำให้เขาไปนั่งดื่มที่ผับ จนกระทั่งได้สบตากับผู้หญิงคนนั้น เมื่อถึงบริษัท ภูมิแวะอาบน้ำเปลี่ยนเป็นชุดสูทสีกรมท่าสุดเนี้ยบที่ห้องพักส่วนตัวในออฟฟิศ ก่อนจะผลักประตูเข้าไปในห้องทำงานของประธานบริษัท “โครงการของแก... แกไม่ต้องทำให้ฉันเชื่อ แต่แกต้องทำให้บอร์ดเชื่อ!” ทรงยศเอ่ยขึ้นทันทีโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าจากเอกสาร “แกรีบร้อนเกินไปภูมิ! ที่ดินยังกว้านซื้อไม่ครบ ก็รีบเอามานำเสนอหน้าสลอน ถ้าบอร์ดอนุมัติให้เริ่มก่อสร้าง แล้วไอ้ที่ดินตรงกลางเกิดไม่ยอมขายขึ้นมา หรือฉวยโอกาสโก่งราคาเป็นสิบเท่า งบจะบานปลายแค่ไหน แกคิดเผื่อไว้หรือยัง!” ภูมิยืนนิ่งรับฟังอย่างจำยอม เหตุผลของพ่อถูกต้องทุกอย่าง เขาประเมินความเสี่ยงต่ำไป สรุปภารกิจแก้ไขสถานการณ์คือ เขาต้องไปจัดการเจรจากว้านซื้อที่ดินที่เหลืออีก 3 แปลงให้จบก่อนจะนำเสนอโปรเจกต์นี้เข้าที่ประชุมบอร์ดอีกครั้งในเดือนหน้า แปลงอื่นไม่น่ามีปัญหาเพราะพูดคุยกันไว้บ้างแล้ว แต่ปัญหาใหญ่คือ ‘แปลงสุดท้าย’ มันคือที่ดินขนาดหนึ่งไร่ครึ่งที่ตั้งอยู่ตรงกึ่งกลางของโครงการพอดิบพอดี เจ้าของคือ ‘ตาชื่น’ ชายชราวัยเจ็ดสิบกว่าที่ไม่ยอมขายที่ดินเด็ดขาด ไม่ว่าจะเสนอเงินให้กี่สิบล้านก็ตาม ภูมิเคยส่งคนไปเจรจาหลายรอบ แต่ก็โดนไล่ตะเพิดกลับมาทุกครั้ง ช่วงบ่าย ภูมิลงพื้นที่ด้วยตัวเอง เขาเดินทางไปที่บ้านของตาชื่นพร้อมกระเช้าผลไม้ บ้านไม้หลังเก่าคร่ำคร่าร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ตัดกับตึกสูงระฟ้าที่รายล้อม ภูมิพยายามใช้วาทศิลป์เจรจาหว่านล้อม เสนอตัวเลขที่สูงลิ่วจนสามารถไปซื้อคฤหาสน์หรูอยู่ได้อย่างสบายๆ แต่คำตอบที่ได้รับก็ยังคงเดิม “ให้ร้อยล้านพันล้าน ข้าก็ไม่ขาย!” ตาชื่นตวาดเสียงกร้าว “บ้านหลังนี้ข้าสร้างมากับมือ เป็นเรือนหอของข้ากับยายแม้น ใต้ต้นจามจุรีนั่นก็เป็นที่ฝังกระดูกของเมียข้า ข้าลั่นวาจาไว้แล้วว่าจะอยู่เฝ้ายายแม้น และจะตายที่นี่!” การเจรจาล้มเหลวไม่เป็นท่า ภูมิกลับมาขึ้นรถด้วยความหงุดหงิดพลุ่งพล่าน เขาไม่เข้าใจตรรกะของชายชรา การยึดติดกับอดีตจนยอมทิ้งเงินมหาศาลเป็นเรื่องที่นักธุรกิจอย่างเขามองว่าไร้สาระ เวลาล่วงเลยจนถึงค่ำ ภูมิสั่งให้คนขับรถไปส่งที่ผับเดิม ความเครียดจากงานผสมปนเปกับความปรารถนาลึกๆ ที่ซ่อนอยู่ เขาเดินเข้าไปในร้าน กวาดสายตามองหาผู้หญิงหน้าหมวย รูปร่างปราดเปรียวคนนั้น แต่ไม่ว่าจะมองหามุมไหนก็ไร้เงาของเธอ ภูมิสั่งวิสกี้มาดื่มแก้วแล้วแก้วเล่า หวังจะให้แอลกอฮอล์ช่วยดับความรุ่มร้อนในใจ แต่มันกลับยิ่งกระพือให้ภาพของเธอชัดเจนขึ้น ผิวเนียนละเอียดที่ชื้นเหงื่อ ริมฝีปากที่เผยอครางเรียกชื่อเขาตอนที่เขาขยับตัวเข้าหาอย่างหนักหน่วง... ภูมิกระดกเหล้าเข้าปากจนหมดแก้ว ก่อนจะกระแทกแก้วลงบนโต๊ะ เขาลุกขึ้นยืน เซเล็กน้อยเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปมากเกินปกติ คืนนี้เขาคงต้องกลับไปนอนกอดความว่างเปล่าอีกครั้ง พร้อมกับคำถามที่ค้างคาใจ... ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครกันแน่ ตอนที่ 3 : โลกกลม บ่ายวันถัดมา ภูมิมายืนอยู่หน้าบ้านไม้หลังเก่าของตาชื่นอีกครั้ง เขาไม่ได้มามือเปล่า แต่หิ้วกระเช้ารังนกและผลไม้นำเข้าเกรดพรีเมียมมาด้วย หวังจะใช้ความอ่อนน้อมเข้าสู้เผื่อชายชราจะใจอ่อนยอมเปิดช่องว่างให้เจรจาบ้าง “ตาชื่นครับ ผมภูมิเอง ขอเข้าไปคุยด้วยแป๊บเดียวนะครับ” ภูมิส่งเสียงเรียกพลางผลักประตูรั้วไม้ที่แง้มอยู่เข้าไป ภาพที่เห็นทำเอาชายหนุ่มทิ้งกระเช้าในมือทันที ตาชื่นล้มฟุบอยู่ข้างแปลงปลูกต้นไม้ มือเหี่ยวย่นกำแน่นที่หน้าอกซ้าย ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดและหอบหายใจรวยริน “ตา! ตาชื่น!” ภูมิถลันเข้าไปประคองร่างที่สั่นเทาของชายชรา “รถ! เอารถเข้ามารับเดี๋ยวนี้!” เขาตะโกนสั่งคนขับรถและเลขาที่รออยู่ด้านนอกเสียงลั่น ภูมิอุ้มร่างของตาชื่นขึ้นรถอัลพาร์ดอย่างทุลักทุเล “ไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด เหยียบมิดเลย ไม่ต้องกลัวโดนจับ!” รถหรูพุ่งทะยานฝ่าการจราจรด้วยความเร็วสูงสุด ภูมิคอยเช็กชีพจรที่อ่อนลงเรื่อยๆ ของตาชื่นด้วยใจที่เต้นระทึก เขาเป็นนักธุรกิจที่เห็นผลกำไรเป็นหลักก็จริง แต่เขาก็ไม่ใช่คนเลือดเย็นที่จะทนมองคนตายต่อหน้าต่อตาได้ เพียงสิบห้านาที รถอัลพาร์ดก็เบรกเอี๊ยดจอดเทียบหน้าทางเข้าห้องฉุกเฉิน (ER) บุรุษพยาบาลเข็นเตียงเข้ามารับตัวตาชื่นอย่างรวดเร็ว ภูมิวิ่งตามเข้าไปจนถึงหน้าประตูโซนพื้นที่สีแดง (Red Zone) ก่อนจะถูกพยาบาลกันตัวไว้ด้านนอก “ญาติรอหน้าห้องก่อนนะคะ!” ภูมิทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้พักคอย เสยผมที่ปรกหน้าอย่างหัวเสีย เสื้อเชิ้ตแบรนด์เนมยับยู่ยี่และมีรอยเปื้อนดินจากการอุ้มตาชื่น เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาสั่งให้เลขาไปเช็กประวัติสุขภาพและติดต่อญาติของตาชื่นให้เร็วที่สุด เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง ประตูห้องฉุกเฉินก็เปิดออกพร้อมกับร่างของแพทย์เวรในชุดสครับสีเขียวเข้มที่เดินตรงมาหาเขา “คุณคือคนที่พาผู้ป่วยชื่อตาชื่นมาส่งใช่ไหมคะ” น้ำเสียงเรียบนิ่งและคุ้นหูอย่างประหลาดทำให้ภูมิที่ก้มหน้าดูจอโทรศัพท์ต้องรีบเงยหน้าขึ้นมอง วินาทีนั้น โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน ดวงตากลมโตที่เคยฉ่ำปรือด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์และแรงอารมณ์ ตอนนี้กลับนิ่งสนิทและเฉียบขาด ริมฝีปากบางที่เขาเคยบดจูบอย่างบ้าคลั่งกำลังเม้มเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อเห็นหน้าเขาชัดๆ หมอรัตน์... ผู้หญิงที่ทิ้งโพสต์อิทไล่เขาเมื่อเช้า ยืนอยู่ตรงหน้าเขาในฐานะหมอเจ้าของไข้ รัตน์ชะงักไปเสี้ยววินาที ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว เธอซ่อนมือที่เริ่มสั่นไว้ในกระเป๋าเสื้อกาวน์ “คนไข้อาการปลอดภัยแล้วค่ะ” รัตน์เริ่มอธิบายด้วยน้ำเสียงเป็นงานเป็นการ “เป็นภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน โชคดีที่คุณพามาส่งทันเวลา ตอนนี้เราให้ยาละลายลิ่มเลือด และเตรียมส่งตัวขึ้นไปสังเกตอาการที่หอผู้ป่วยวิกฤต (CCU) ค่ะ” ภูมิยืนขึ้นเต็มความสูง เขาก้าวเข้าไปใกล้เธออีกนิดจนได้กลิ่นสบู่ผสมกลิ่นแอลกอฮอล์ล้างมือจางๆ จากตัวเธอ... กลิ่นเดียวกับที่ติดอยู่บนตัวเขาเมื่อคืนก่อน “ขอบคุณครับ... คุณหมอ” ภูมิเน้นคำท้ายพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก สายตาคมกริบของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธออย่างจงใจสื่อความหมาย “โลกกลมจังเลยนะครับ ไม่คิดว่าจะได้เจอคุณที่นี่... ในสภาพนี้” รัตน์เชิดหน้าขึ้น ไม่หลบสายตา “หมอก็ไม่คิดเหมือนกันค่ะว่าจะเจอ ‘คนรู้จัก’ ที่นี่... ถ้าคุณไม่ใช่ญาติ รบกวนติดต่อญาติสายตรงให้มาเซ็นเอกสารยินยอมการรักษาด้วยนะคะ ขอตัวค่ะ” พูดจบเธอก็หมุนตัวเดินกลับเข้าห้องฉุกเฉินไปทันที ทิ้งให้ภูมิมองตามแผ่นหลังบางนั้นด้วยสายตาที่ลุกโชนไปด้วยความสนใจที่มากกว่าเดิม ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่แค่วันไนต์สแตนด์ธรรมดาซะแล้ว... และเขาจะไม่ยอมให้มันจบลงแค่คืนเดียวอย่างที่เธอเขียนสั่งไว้แน่นอน ภาพตอนอยู่ในลิฟท์ ทั้งคู่กำลังจูบกัน เสียงลิฟท์ก็ดัง “ติ๊ง!” ถึงชั้นที่กดไว้แล้ว “ฉันชื่อรัตน์ คุณชื่ออะไร” รัตน์ถามเขา “ภูมิ เรียกผมว่าภูมิ” เขาบอกขณะที่รัตน์เดินนำไปที่ห้อง ที่โรงพยาบาล หลังรัตน์เดินไป ภูมิถามพยาบาล “คุณหมอรัตน์ใช่มั้ยครับ หมอเจ้าของไข้ ผมจะได้บอกญาติคุณตาถูกถ้าเขามา” “ค่ะ ใช่ค่ะ” พยาบาลตอบก่อนเดินจากไป “เธอไม่ได้โกหกเรื่องชื่อเธอ” ภูมิคิด พร้อมมีรอยยิ้มเผยออกมา
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD