ภายในบ้านกึ่งเก่ากึ่งใหม่สองชั้น ในเวลานี้มีสองสาวอยู่ด้วยกันหลังจากที่พ่อแม่ของทั้งคู่ออกไปทำงานตามเช่นปกติ แต่ทั้งสองกลับไม่ได้ออกไปไหน เนื่องด้วยวันนี้เป็นวันหยุดทำให้ทั้งสองไม่ได้ไปเรียนอย่างเช่นวันอื่น ๆ
เกวลินและเกรซลินเป็นพี่น้องที่ค่อนข้างจะสนิทกันมีอะไรก็มักจะแบ่งปันและปกป้องกันเสมอ แม้ว่าทั้งสองจะไม่ใช่พี่น้องสายเลือดเดียวกันก็ตาม แต่ทว่าความรักและความสนิทสนมระหว่างทั้งสองกลับแน่นหนามากกว่าพี่น้องสายเลือดเดียวกันบางคู่เสียอีก
“ดูอะไรเหรอ” เกรซลินถือจานใส่ผลไม้เดินเข้ามาหาน้องสาวที่เอาแต่นั่งมองโทรศัพท์ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยคำถาม ก่อนเอ่ยถามขึ้นมา
“รุ่นพี่ที่ย้ายมาใหม่ หล่อมาก ดูสิพี่” เกวลินไม่เพียงแต่พูด มือเรียวของเธอยังยื่นโทรศัพท์มาทางพี่สาวที่ทิ้งตัวเองนั่งลงบนโซฟาข้าง ๆ น้องสาว
“หล่อขนาดนั้นเลย” เกรซลินเอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะขนาดเพชรคู่หมั้นเธอที่หล่อถึงขั้นเป็นเดือนคณะน้องสาวอย่างเกวลินยังไม่เคยเอ่ยปากชมเลยสักครั้ง
“ดูเอาเอง จะได้รู้ว่าหล่ออย่างที่พูดหรือเปล่า” เกวลินวางโทรศัพท์บนตักของพี่สาว ก่อนจะหันไปหยิบจานผลไม้ที่พี่สาวนำมาให้กับตัวเอง
แต่ทว่าทันทีที่เกรซลินได้เห็นรูปของคนที่น้องสาวบอกว่าหล่อ เธอถึงกับนิ่งลง โทรศัพท์ในมือแทบจะหลุดลง
“ถึงกับตกตะลึงเลยเหรอ” เกวลินเอ่ยอย่างขำ ๆ โดยไม่รู้เลยว่าท่าทีของพี่สาวตนเองในเวลานี้ไม่ได้เกิดจากความชื่นชม แต่ทว่าเกิดจากความตกใจ
“อืม...หล่อ”
แถมยังแซ่บอีกด้วย
“เห็นว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องของพี่เพชร ชื่ออะไรนะ ขอคิดแป๊บ หนูลืม” ท่าทีของเกวลินทำให้พี่สาวถึงกับหลุดขำ น้องสาวเธอที่ไม่รู้ว่าจะโตตอนไหน วัน ๆ ได้แต่แสดงท่าทีเหมือนเด็กออกมา
“นึกออกแล้ว คิณทร์ณภัทร หรือคุณคิณทร์ หลานชายเพียงคนเดียวของคุณราเมนทร์”
“รู้เยอะขนาดนั้นเลย”
“รู้เยอะกว่านั้นอีก คุณคิณทร์ณภัทรเสียพ่อกับแม่ไปตั้งแต่ยังเด็ก เขาถูกปู่เลี้ยงมาด้วยความเข้มงวดแบบสุด ๆ แต่เอาจริง ๆ ก็น่าจะกดดันมาก ๆ”
“ทำไมถึงคิดว่าเขากดดันล่ะ” เกรซลินเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจน้องสาว เพราะจากที่เธอได้พูดคุยกับอีกฝ่าย แม้ว่าเขาจะน่ากลัวเย็นชา แต่ไม่ได้มีลักษณะเหมือนคนที่มีความกดดันตลอด
“ก็ตอนม.5 มีคนมาล้อเรื่องพ่อกับแม่ คุณคิณทร์ตัดมือของอีกฝ่าย จนสุดท้ายต้องไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่นี่ไม่รู้ว่าทำไมถึงกลับมาไทยกลางคันแบบนี้” คำพูดของเกวลินทำเอาเกรซลินนิ่งลงทันที
เธอนึกถึงคิณทร์ณภัทรอย่างเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งตอนนี้เธอคงต้องมองอีกฝ่ายในมุมมองใหม่ ๆ เสียแล้ว
“พี่เกรซ พี่เป็นอะไรหรือเปล่า” เกวลินเอ่ยเรียกพี่สาวที่อยู่ ๆ ก็เงียบลง
“เปล่าพี่ไม่ได้เป็นอะไร” เกรซลินเอ่ยออกมาก่อนหันไปยิ้มให้กับเกวลิน เพื่อแสดงว่าตนเองไม่ได้เป็นอะไรอย่างที่ปากพูด
“อย่าบอกนะว่าพี่รู้จักกับเขาเป็นการส่วนตัว”
“บ้าใครจะไปรู้จักกับคนแบบนั้น น่ากลัวออก”
“จริงเหรอ...ไม่ใช่...”
“หยุดความคิดตัวเองเลย กินเข้าไปเยอะ ๆ” เกรซลินไม่เพียงแต่เอ่ยเท่านั้น เพราะเธอยังจับผลไม้ยัดเข้าไปในปากของน้องสาว เพื่อให้อีกฝ่ายหยุดพูด
“อ๋อ จริงสิคะ เรื่องงานรับน้องพี่เกรซจะไปด้วยไหมคะ” เกวลินที่ยังคงเคี้ยวผลไม้ในปากตุ้ย ๆ เอ่ยถามพี่สาวของตนเองออกมา
“ไป ยังไงก็ต้องไป” เกรซลินเอ่ยตอบอย่างไม่คิด
“พูดเหมือนกับไม่อยากไป” ถ้าถามเกรซลินในเวลานี้สิ่งที่น้องสาวของเธอพูดก็ไม่ผิด เพราะตอนนี้เกรซลินไม่อยากจะเจอกับเพชรเลยแม้แต่น้อย
ด้วยเพราะเรื่องที่ชายหนุ่มทำเอาไว้ที่ไนต์คลับและไหนจะเรื่องที่เธอเพิ่งไปลากคิณทร์ณภัทรขึ้นเตียงอีก ทั้งสองเรื่องทำให้หญิงสาวไม่อยากเจอชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย แต่จะทำอย่างไรในเมื่อเธอไม่สามารถหลบหน้าของเพชรได้
“ทำไมจะไม่อยากไปล่ะ”
“งั้นก็ดีเลยค่ะ...พี่เกรซน่ารักที่สุด” เกวลินไม่เพียงแต่เอ่ยเท่านั้น เพราะเธอยังโอบกอดพี่สาวเอาไว้ด้วยท่าทีดีใจสุด ๆ เมื่อได้ยินคำพูดของพี่สาว
“อ๋อใช่สิ คุณคิณทร์เขาไปด้วยนะ” เกวลินเงยหน้าขึ้นเหมือนนึกอะไรออกก่อนเอ่ยออกมา คำพูดของเธอทำเอาคนเป็นพี่สาวถึงกับยิ้มแห้งให้ ถ้าเกรซลินรู้ว่าอีกฝ่ายจะไปด้วยแบบนี้เธอไม่มีทางรับคำของน้องสาวแน่ ๆ
แต่จะให้ทำอย่างไรได้ ในเมื่อเธอรับปากอีกฝ่ายไปแล้ว ขืนให้กลับคำคงได้เป็นเรื่องแน่ ๆ
.
.
.
เช้าวันเริ่มต้นของสัปดาห์
“เกลเสร็จหรือยัง” เกรซลินที่ยืนรอน้องสาวอยู่บริเวณกลางบ้านเอ่ยเรียกน้องสาวของเธอออกมาด้วยความร้อนใจ
“จะรีบไปไหน” ผู้เป็นแม่ที่ได้ยินเสียงของหญิงสาวเดินเข้ามาหาเธอก่อนเอ่ยถามออกมา
“พอดีว่าที่มหา’ลัยมีงานค่ะ เลยต้องรีบไป” เกรซลินเอ่ยตอบด้วยเสียงที่ค่อนข้างเบา เธอรู้ว่าตนเองไม่ควรเร่งน้องสาวแบบนั้น
“รีบมากก็ไปก่อน เรียกรถเอาก็ได้” ปราณีมองลูกสาวคนโตอย่างไม่พอใจ
“จะเรียกรถทำไมให้เปลืองล่ะคะ ยังไงก็ไปทางเดียวกันอยู่แล้ว” เกวลินเดินเข้ามาหาผู้เป็นแม่ก่อนเอ่ยออกมา เธอรู้ว่าแม่ของตนเองเย็นชากับเกรซลินและเอาแต่ตามใจเธอทั้ง ๆ ที่อีกฝ่ายก็เป็นลูกสาวของเธอ
“เอาเถอะ มาแล้วก็พากันไปได้แล้ว”
“ค่ะ”
“แม่สวัสดีค่ะ” เกรซลินยกมือไหว้ปราณีที่ไม่แม้แต่จะชายตามามองเธอเลยแม้แต่น้อย
“พี่เกรซอย่าไปสนใจแม่เลย”
“อือ” เกรซลินพยักหน้ารับพร้อมยิ้มให้น้องสาว ก่อนทั้งสองจะพากันเดินทางไปยังมหาวิทยาลัย
.
.
.
ภายในมหาวิทยาลัย
เกรซลินที่แยกจากน้องสาวเธอก็ตรงมานั่งกับเพื่อนสนิทอย่างแป้งหอมทันที
“ทำอะไรเหรอ” เกรซลินเดินเข้าไปหาเพื่อนสนิททางด้านหลังก่อนใช้มือจี้เอวของอีกฝ่ายพร้อมเอ่ยทักทาย การกระทำขอองเกรซลินทำให้แป้งหอมที่นั่งเล่นโทรศัพท์อย่างไม่สนใจคนรอบข้างสะดุ้งตัวแรงมาก
“ว้าย...ยัยเกรซทำไมมาไม่ให้เสียงแบบนี้”
“เรามาตั้งนานแล้วเธอต่างหากที่เอาแต่สนใจโทรศัพท์ไม่สนใจเรา”
“โอ๋ ๆ ไม่งอนนะ ว่าแต่เห็นข่าวของมอยัง”
“ข่าวอะไร”
“ก็ข่าวที่คณะเรามีพี่ปี 4 ย้ายเข้ามากะทันหัน เห็นว่ามาจากต่างประเทศ” แป้งหอมเอ่ยออกมาอย่างจริงจัง จนทำให้เพื่อนสนิทของเธอมองหน้าของอีกฝ่ายอย่างอยากรู้อยากเห็นไม่ต่างกัน
“ใครเหรอ”
“เขาชื่อ...คิณทร์ณภัทร ลูกพี่ลูกน้องของพี่เพชร แฟนเธอ”
“อ๋อ” เกรซลินได้แต่พยักหน้ารับอย่างไม่รู้ว่าควรพูดอะไร
“แค่นี้...”
“อืม จะให้เราพูดว่าอะไร” ซึ่งยังไม่ทันที่แป้งหอมจะได้พูดต่อ เสียงโทรศัพท์ของหญิงสาวก็ดังออกมาเสียก่อน
ที่รัก?