ตอนที่ 8
ผอ. ผิงของสำนักอุตสาหกรรมทองแดงต้องรีบกลับจากงานประชุมแผนพัฒนาเพราะได้รับรายงานพฤติกรรมบางอย่างที่ไม่ชอบของพนักงานรัฐในสังกัด
“สหายกงรัฐมีนโยบายต้องการปรับโครงสร้างของกิจการที่ไม่มีผลประกอบการที่ดี หรือไม่มีประสิทธิภาพของพนักงานออกไป ทำไมยังยืดเยื้อเรื่องเหมืองทองแดงฝั่งแม่น้ำหลูซีอยู่อีก”
ผอ. ผิงถามทั้งที่รู้คำตอบดีว่าเพราะอะไรก็ตาม
“ผอ. ผิง เพราะผมแค่อยากรักษาผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ ท่านผอ. คิดดูสิครับ เหมืองทองแดงยังสามารถสร้างรายได้อยู่ แต่เพราะขาดประสิทธิภาพของคนงาน ด้วยราคาไม่กี่ล้านหยวนของพวกนายทุนนับว่าไม่คุ้มเลยจริงๆ”
กงลั่วหยางบอกอย่างหวั่นใจเล็กน้อย
ไม่คิดว่า ผอ. ผิงจะกลับมาเร็วกว่าที่คาด ตลอดสองอาทิตย์ที่ผ่านมาได้มีเด็กหนุ่มสองคนจากปักกิ่งบอกว่าเป็นตัวแทนของบริษัทอุตสาหกรรมเป้ยจิงเซียวต๋า ต้องการซื้อเหมืองทองแดงในความรับผิดชอบของสำนักงานหนึ่งแห่ง
ดูก็รู้ว่าคงเป็นคุณชายสองคนในเมืองหลวง ถามแซ่จึงได้รู้ว่าเป็นตระกูลเซียว
แต่มังกรฟ้าหรือจะสู้งูดิน แค่ให้เพิ่มค่าดำเนินการนิดหน่อยเจ้าสองคนนั้นก็ทำหน้าไม่พอใจแล้วเดินออกไปทันที ก็แค่พ่อค้านายทุน ร่ำรวยเข้าหน่อยมาทำกร่าง
ถึงอย่างไรก็ต้องมาร้องขอข้าราชการอย่างเขาให้ออกตราประทับให้อยู่ดี
แม้เขาจะไม่มีอำนาจเด็ดขาดในเรื่องนี้ แต่คนที่ต้องดำเนินเอกสารต่างๆทั้งเรื่องกรมที่ดิน และยิ่งเป็นทรัพย์สินของหลวงมาก่อน ย่อมมีขั้นตอนในหน่วยงานที่เขารับผิดชอบแน่นอน
“เหอะ สหายกง เรื่องเหมืองนี่คุณควรรู้ว่าถ้าไม่ได้รับอนุญาตมาก่อนคงไม่มีใครเดินมาดุ่มๆซื้อหรอก จะให้ผมอธิบายความสำคัญของตระกูลเซียวอย่างไรให้กบในกะลาที่อาศัยอยู่ในอิงถานอย่างคุณฟังก็คงไร้ประโยชน์
แต่จำไว้แค่ว่าคุณนายเซียว คืออดีตคุณหนูรองพาน ของท่านผู้เฒ่าพาน หนึ่งในเจ็ดของเลขาธิการพรรคฯคนปัจจุบัน แค่เพียงเท่านี้ก็รู้แล้วใช่ไหมว่าความละโมบโลภมากครั้งนี้ของแก กำลังจะทำให้ฉันซวยไปด้วย!”
เริ่มเกริ่นเรื่องไม่เท่าไร ผอ. ผิง ก็เหมือนควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่อยู่ ก่อนด่ากราดออกมาอีกสองสามประโยค
“ละ -เลขาธิการพรรคฯ”
กงลั่วหยางละล่ำละลักออกมา ชีวิตของข้าราชการในประเทศต่างทำตัวเรียบง่ายอย่างมาก
เนื่องด้วยท่านผู้นำมีนโยบายลดความฟุ่มเฟื่อยของข้าราชการลง ทำให้ต่อให้มีเท่าไร ก็ไม่มีใครทำตัวโอ้อวด หรือเข้าร้านแพงๆสักคน เพราะกลัวโดนเรื่องร้องเรียน และขัดต่อนโยบาย
หากแต่อิทธิพลทั้งหมดนั้นคือของจริง มิฉะนั้นผอ. ผิงที่ยังต้องประชุมเรื่องสำคัญทำไมถึงต้องรีบกลับอิงถานด่วนแบบนี้
แต่ตระกูลนายทุนนั้นแตกต่างกัน เพราะไม่อยากให้ครอบครัวเกี่ยวข้องกับระบบราชการไปมากกว่านี้ ท่านผู้เฒ่าพานจึงไม่อยากให้ลูกหลานทำงานในวงข้าราชอีกต่อไป
เป็นความระมัดระวังที่สะสมมาจากครั้งอดีต ลูกสาวสุดที่รักก็แต่งงานออกไปกับครอบครัวคหบดี ส่วนลูกชายทั้งสองก็ทำธุรกิจอยู่ที่ฮ่องกง
หากแต่ไม่มีใครคาดเดาอนาคตได้ว่าจะมีช่วงเวลาที่ยากลำบากเกิดขึ้น แต่เพราะอิทธิพลของท่าน ตระกูลเซียวจึงรอดพ้นกระทั่งกลับมารุ่งโรจน์อีกครั้ง
“กลับไปจัดการให้เรียบร้อย แล้วพิจารณาตัวเองซะ”
ผอ. ผิงทิ้งท้ายก่อนเดินออกไปจากห้อง ปล่อยให้กงลั่วหยางต้องเผชิญกับผลลัพธ์ของความเจ้าเล่ห์ของตัวเอง
ส่วนเหอจวินที่นั่งอยู่นอกห้องยังได้ยินเสียงดังออกมา จึงเก็บสายตาครุ่นคิดบางอย่างของเขากลับไป
“เหอะ นึกว่าจะแน่สักแค่ไหน”
โอวหยางซิวเดินถือเอกสารตามเซียวเซินพร้อมบ่นกระปอดกระแปดออกมา
เมื่อวานเซียวเซินได้รับสายติดต่อจากสำนักอุตสาหกรรมทองแดงเพื่อพูดคุยเรื่องการซื้อขายเหมืองทองแดงใหม่
วันนี้ที่มาถึงกับได้รับการต้อนรับ และรับรองอย่างดีกว่าครั้งก่อนๆมาก ทั้งยังสามารถตกลงกันได้ที่ราคาเดิมอย่างไม่วุ่นวาย ส่วนจะคนแซ่กงนั่นแทบจะก้มกราบเขาลงไปแล้วด้วยซ้ำ
แน่นอนว่าเขาไม่สนใจ ภารกิจถือว่าสำเร็จด้วยดี จากนี้คือจะเอาอย่างไรต่อไป
เขาเริ่มรู้สึกไม่อยากกลับปักกิ่งแล้ว
“พี่ชายเซียวสั่งได้เต็มที่เลยไม่ต้องเกรงใจ น่าเสียดายที่พี่ชายซิวไม่สามารถมาด้วยกัน”
อวี่จือหลินที่นัดกับเซียวเซินในวันนี้ เพื่อเลี้ยงข้าวขอบคุณสักที ซึ่งเซียวเซินได้เลือกร้านอาหารแต้จิ๋วร้านหนึ่งมา รสชาติดีไม่แพ้ในภัตตาคารเลย
“อาซิวติดธุระน่ะ ไม่ต้องห่วงหรอกเขาดูแลตัวเองได้”
เซียวเซินบอก แม้จะบอกว่าสามารถเรียกชื่ออย่างเป็นกันเองได้แล้ว อวี่จือหลินกลับเรียกเขาว่าพี่เซียว แต่เรียกเจ้าเด็กนั่นว่าพี่ซิว ให้ความรู้สึกน้อยใจอย่างห้ามไม่อยู่
“พี่ไม่ชอบอาหารเหรอ”
อวี่จือหลินถามเพราะเห็นชายหนุ่มอยู่ๆก็ขมวดคิ้วขึ้นมา
“ชอบ”
เซียวเซินตอบพร้อมมองหญิงสาวนิ่งๆ
“หะหะ ดีแล้วๆ”
อวี่จือหลินรู้สึกแปลกๆจากคำตอบเล็กน้อย แต่คำถามของเธอก็แปลกประหลาดเหมือนกัน ก็เจ้าตัวเป็นคนเลือกร้านเองจะไม่ชอบได้อย่างไร เหอเหอ
อวี่จือหลินคิดพลางขยับตัวอย่างอึดอัด น้อยครั้งนักที่เธอจะทำตัวไม่ถูกต่อหน้าคนอื่นแบบนี้
“ธุรกิจขายปลาเป็นอย่างไรบ้าง”
เซียวเซินที่สังเกตอาการได้จึงชวนเปลี่ยนเรื่อง
“ดีมากค่ะ ตอนนี้ลุงเขยมาช่วยส่งปลาด้วย ทำให้สบายมากขึ้น”
อวี่จือหลินตอบอย่างกระตือรือร้น สี่ห้าวันมานี้ พวกมีรายได้เพิ่มจากการขายปลาในสองวันแรกถึง 2400 หยวน หักค่าอื่นๆออกไป รวมทั้งหมดแล้วมีอยู่ถึง 3170 หยวน
“ตอนนี้ฉันมีทุนเยอะขึ้นแล้ว คิดว่าจะนั่งรถไฟไปสือซือสักครั้ง”
พร้อมเล่าหมุดหมายต่อไปอย่างมีความสุข
“...มณฑลฝูเจี้ยนน่ะหรือ”
เซียวเซินมองประกายสดใสในดวงตาของอวี่จือหลินอย่างล่องลอย อยู่ๆก็รู้สึกใจเต้นผิดจังหวะจนต้องหลบตาออกมาเอง
“ใช่ค่ะ ฉันอยากไปดูเสื้อผ้าสักหน่อย”
จำได้ว่าอนาคตเมืองสือซือของฝูเจี้ยน ที่อยู่ติดกับมณฑลเจี่ยงซีนี้จะกลายเป็นเมืองแห่งการผลิตสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของเอเชีย
ขนาดแบรนด์ดังในยุโรปและอเมริกายังต้องมาสั่งผลิตที่นี่ ดังนั้นเรื่องคุณภาพและมาตรฐานนับว่าไว้ใจได้
ใช่แล้ว การค้าต่อไปของเธอคือขายเสื้อผ้านี่แหละ จำได้ว่าท็อป 10 ในหมวดธุรกิจที่ใช้บริการขนส่งของบริษัทเธอมากที่สุดก็ธุรกิจขายเสื้อผ้าแฟชันนี่เอง
หากจับเทรนด์ และสไตล์แฟชันได้ละก็
กำไรดี รวยไว
อ่าฮ้า …เงิน เงิน เงิน
“จะไปเมื่อไหร่เหรอ”
เซียวเซินที่เห็นอวี่จือหลินเรื่องจมอยู่กับความคิดตัวเอง จึงทักถามเพื่อดึงความสนใจ
“ถ้าจองตั๋วรถไฟได้เลยก็อยากไปให้เร็วที่สุดค่ะ”
อวี่จือหลินกังวลเล็กน้อย เพราะการเดินทางข้ามแดนอย่างระหว่างมณฑลต้องทำเรื่องยุ่งยาก และยังต้องขอจดหมายแนะนำตัวเพิ่มด้วย ไม่งั้นจะซื้อตั๋วรถไฟไม่ได้
“เธอจัดการเรื่องจดหมายแนะนำตัวเถอะ เรื่องตั๋วรถไฟเดี๋ยวฉันจัดการให้”
เซียวเซินที่ไม่เคยโอ้อวดกับใครมาก่อน อยู่ๆอยากอำนวยความสะดวกทุกอย่างให้คนตรงหน้าอย่างกระตือรือร้น
“ถ้าอย่างนั้นต้องรบกวนคุณชายเซียวแล้วค่ะ”
อวี่จือหลินหยอกเย้าพี่ชายตรงหน้าพร้อมแสดงท่าทางยกมือคารวะเหมือนยุคโบราณ
“พี่ชายเซียว พี่จะแย่งฉันจ่ายทุกครั้งอย่างนี้ไม่ได้หรอกนะ”
อวี่จือหลินที่ไม่ได้ตอบแทนสักทีเริ่มบ่นแล้วเช่นกัน เพราะเมื่อรับประทานอาหารเสร็จ ถูกชายหนุ่มแย่งจ่ายเงินค่าอาหารอีกแล้ว
“ไม่มีใครเขาให้ผู้หญิงต้องจ่ายค่าอาหารหรอกนะ”
เซียวเซินบอกพร้อมทำหน้าทะเล้น
“แต่พี่รับปากแล้วจะให้ฉันเลี้ยงข้าวตอบแทน”
อวี่จือหลินโอดครวญ
“ไว้ตอบแทนเป็นอย่างอื่นเถอะ หึหึ”
เซียวเซินทำหน้าลึกลับ พร้อมหัวเราะออกมา
“แล้วพี่จะเอาอะไร ฉันไม่ได้มีเงินมากหรอกนะ”
อวี่จือหลินรู้สึกเริ่มหมั้นไส้เจ้าหนุ่มคนนี้ซะแล้ว แต่เอาเถอะหน้าตาดี อาเจ้จะให้อภัย
“อืม… เป็นหัวใจของเธอดีไหม”
เซียวเซินถามทีเล่นทีจริง หากแต่คาดหวังคำตอบไม่น้อย
ติชมอย่างสุภาพ ขอคอมเม้นท์ และกำลังใจ ด้วยนะคะ