ร่างสูงใหญ่ของอวี่หย่วนเจี่ยลอยหวือ..แล้วแผ่หลาลงไปบนพื้นถนนหน้าร้านน้ำเต้าหู้ในสภาพเกือบไร้สติ เขาผงกศีรษะอย่างยากลำบาก ชี้นิ้วอันสั่นเทาไปยังหญิงสาวที่มายืนเท้าเอวปนหอบตรงหน้า “ขะ..ข้า..จะ..ขะ..ฆ่า..เจ้า” เขาเจ็บและจุกจนแทบไม่มีแรงเปล่งเสียง “ถ้าเจ้าเป็นสุภาพบุรุษพอ ก็ช่วยแจ้งให้ข้ารู้ล่วงหน้าด้วยนะ แต่ถ้าหน้าตัวเมียก็เชิญลงมือได้ทุกเมื่อ” แล้วย่อกายลงไปคุกเข่าใกล้กับชายหนุ่ม พูดเบา ๆ พอได้ยินกันสองคน “ข้าไม่ได้ขี้คุยขี้อวดนะ แต่คนที่ข้ารู้จัก เขาสามารถสั่งตัดหัวพวกเจ้าได้ทั้งตระกูลโดยไร้ความผิด” แล้วลงแรงสับสันมือไปที่หลอดลมของอีกฝ่ายเต็มแรงจนเขาสลบเหมือด... หญิงสาวเดินจากไปแล้ว ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์จึงเขยิบเข้าไปใกล้คนที่นอนแผ่หราไร้สติอยู่ที่เดิม ต่างซุบซิบกันคนละประโยคสองประโยค แต่ก็ไม่มีใครกล้าแตะต้องคนเจ็บแม้แต่น้อย ผ่านไปเกือบ ๆ สองเค่อ กลุ่มชาวบ้านที่ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ก็

