ตอนที่ 4 : รอยตีตราที่มองไม่เห็น

1366 Words
นาฬิกาดิจิทัลบนผนังห้องเพนท์เฮาส์บอกเวลาห้าทุ่มเศษ แต่ไฟในห้องนอนใหญ่ยังคงสว่างจ้า บรรยากาศภายในห้องตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความปรารถนาที่เพิ่งจะสงบลง... หรืออาจจะยังไม่สงบดีนัก 'ไอยริน' นอนหอบหายใจอยู่บนเตียงกว้าง ร่างกายเปลือยเปล่ามีเพียงผ้าห่มผืนบางคลุมทับช่วงล่าง ผิวขาวเนียนละเอียดที่เคยเกลี้ยงเกลา บัดนี้ปรากฏรอยแดงจางๆ กระจายอยู่ทั่วเนินอกและซอกคอ... ร่องรอยที่ 'ธาม' จงใจฝากไว้เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ ชายหนุ่มเจ้าของผลงานเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยสภาพที่มีเพียงผ้าเช็ดตัวพันรอบเอว หยดน้ำเกาะพราวตามกล้ามหน้าท้องที่เป็นลอนสวย เขาเดินมาหยุดที่ข้างเตียง ก้มมองหญิงสาวที่นอนตะแคงหันหลังให้เขาด้วยแววตาที่อ่านยาก "ลุกไปอาบน้ำได้แล้ว... เดี๋ยวก็ไม่สบาย" ธามเอ่ยเสียงเรียบ แต่เจือความสั่งการ ไอยรินขยับตัวช้าๆ ความเจ็บร้าวแล่นริ้วไปทั่วร่าง บทลงโทษของเขาเมื่อครู่มันช่างยาวนานและหนักหน่วง ราวกับเขาต้องการจะลบภาพรอยยิ้มที่เธอมีให้หมอวินออกไปจากสมองของเธอให้หมด "เจ็บเหรอ?" ธามถามขึ้นเมื่อเห็นเธอหน้านิ่วตอนยันตัวลุกขึ้น "เปล่าค่ะ..." ไอยรินตอบโดยไม่หันมอง คว้าเสื้อคลุมมาสวมทับลวกๆ "รินจะกลับห้องแล้ว" "ใครบอกให้กลับ?" คำถามนั้นทำให้ไอยรินชะงัก มือที่กำลังผูกเชือกเสื้อคลุมหยุดนิ่ง "ก็เสร็จธุระแล้ว... ท่านประธานคงอยากพักผ่อน" เธอประชดเบาๆ ธามแค่นหัวเราะในลำคอ เดินอ้อมมาดักหน้าเธอ มือหนาเชยคางมนให้เงยขึ้นสบตา "ประชดเก่ง... แต่จำไว้นะไอยริน ที่ฉันทำไปเมื่อกี้ ไม่ใช่แค่เพราะอยาก แต่เพราะฉันต้องการเตือนความจำเธอ" เขาก้มหน้าลงมาใกล้ จนปลายจมูกแทบชนกัน "ว่าร่างกายนี้... รอยยิ้มนี้... และทุกอย่างที่เป็นเธอ มันเป็นสิทธิ์ของฉันคนเดียว อย่าเที่ยวไปแจกจ่ายให้ใครพร่ำเพรื่อ โดยเฉพาะไอ้หมอนั่น" "เขาชื่อหมอวินค่ะ" ไอยรินเถียงเสียงแข็ง "และเขาก็เป็นแค่คนรู้จักที่มีน้ำใจ ไม่เหมือนนาย... ที่เห็นฉันเป็นแค่ที่ระบาย" "ที่ระบายที่ทำให้เธอครางชื่อฉันลั่นห้องน่ะเหรอ?" ธามยกยิ้มมุมปากร้ายกาจ "ยอมรับความจริงเถอะริน... เธอกับฉัน เราตัดกันไม่ขาดหรอก ตราบใดที่ 'เคมี' ของเรามันยังเข้ากันดีขนาดนี้" เขาปล่อยมือจากคางเธอ แล้วเดินไปทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอย่างสบายอารมณ์ "คืนนี้นอนนี่แหละ... พรุ่งนี้เช้ามีประชุมเช้า ฉันไม่อยากขับรถไปรับเธอที่คอนโด มันเสียเวลา" ไอยรินกำหมัดแน่น อยากจะกรีดร้องใส่หน้าเขา แต่ก็ทำได้เพียงเดินเข้าห้องน้ำไปเงียบๆ เพื่อชำระล้างร่างกายและรอยตีตราที่เขาฝากไว้... แม้น้ำจะชะล้างคราบไคลได้ แต่ความรู้สึกด้อยค่าที่เกาะกินหัวใจ มันกลับฝังลึกลงไปทุกที 08:30 น. ณ วรโชติเมธี กรุ๊ป เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นเหมือนภาพฉายซ้ำ ไอยรินในชุดทำงานที่มิดชิดกว่าปกติ (เพื่อปิดรอยที่คอ) เดินตามหลังธามเข้ามาในออฟฟิศ พร้อมกับตารางงานที่อัดแน่น "วันนี้ท่านประธานมีนัดทานข้าวเที่ยงกับคุณ 'เอมิกา' ที่ห้องอาหารโรงแรม... นะคะ" ไอยรินรายงานตารางงานเสียงเรียบ ขณะวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะ เอมิกา... ลูกสาวเจ้าสัวธุรกิจอสังหาฯ ที่คุณหญิงดาราราย (แม่ของธาม) พยายามจับคู่ให้ เป็นอีกหนึ่งรายชื่อในลิสต์ 'ว่าที่สะใภ้' ที่ธามต้องไปบริหารเสน่ห์ตามหน้าที่ลูกชายที่ดี "อ้อ... น้องเอม" ธามเงยหน้าขึ้นจากจอคอมพิวเตอร์ ทำท่าครุ่นคิด "ร้านไหนนะ?" "Italiano ค่ะ... จองห้องส่วนตัวไว้แล้ว" "ดี... ช่วยโทรไปกำชับที่ร้านหน่อยนะว่าขอไวน์ตัวท็อป เตรียมดอกไม้ช่อใหญ่ๆ ไว้ที่โต๊ะด้วย... เอาดอกลิลลี่สีขาวนะ น้องเขาชอบ" คำสั่งที่ลื่นไหลและใส่ใจในรายละเอียดของผู้หญิงอื่น ทำเอาไอยรินรู้สึกเหมือนโดนน้ำกรดสาดใจ เขารู้ว่าผู้หญิงคนนั้นชอบดอกไม้อะไร... ชอบกินอะไร แต่กับเธอ... เขาเคยรู้บ้างไหมว่าเธอชอบอะไร? นอกจากท่วงท่าบนเตียงที่เขาชอบ "ได้ค่ะ... มีอะไรเพิ่มเติมอีกไหมคะ?" "อืม... ช่วยเลือกของขวัญติดมือไปให้หน่อยสิ" ธามเปิดลิ้นชัก หยิบบัตรเครดิตใบเดิมยื่นให้ "เอมิกาเพิ่งเรียนจบโทจากอังกฤษ... ซื้อปากกาแบรนด์หรูๆ หรือสมุดออแกไนเซอร์หนังแท้สักเล่มก็น่าจะดี ให้ดูเป็นผู้ใหญ่หน่อย" "ค่ะ" ไอยรินรับบัตรมาถือไว้ มือเย็นเฉียบ "แล้วก็... เย็นนี้ฉันอาจจะไม่เข้าออฟฟิศนะ น่าจะไปต่อยาว" ธามพูดพลางก้มหน้าเซ็นเอกสาร "เธอกลับบ้านไปก่อนได้เลย ไม่ต้องรอ" 'ไปต่อยาว'... คำสั้นๆ ที่มีความหมายล้านแปด และไอยรินก็โตพอที่จะรู้ว่ามันหมายถึงอะไร "รับทราบค่ะ... ขอให้มีความสุขนะคะท่านประธาน" ไอยรินหันหลังเดินออกจากห้อง พยายามกลั้นน้ำตาที่เอ่อคลอเบ้า เธอเป็นเหมือนเงา... ที่คอยส่งเสริมให้เขาดูดีเพื่อไปอยู่กับคนอื่น เป็นคนเตรียมดอกไม้ให้เขาไปมอบให้หญิงอื่น เป็นคนเลือกของขวัญให้เขาไปสร้างความประทับใจให้ใครต่อใคร ในขณะที่ตัวเธอเอง... ไม่เคยได้รับอะไรเลย นอกจากรอยช้ำและความว่างเปล่า ไอยรินพาตัวเองมานั่งสงบสติอารมณ์ที่ห้องแคนทีนพนักงานในช่วงสาย แก้วกาแฟที่เย็นชืดวางอยู่ตรงหน้าคู่กับโทรศัพท์มือถือที่เงียบสนิท เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู... ไม่มีข้อความจากธาม มีแต่ข้อความสั่งงานในกรุ๊ปบริษัท นิ้วเรียวเลื่อนหน้าจอไปเรื่อยๆ จนไปหยุดอยู่ที่รายชื่อเพื่อนใหม่... 'Dr. Win' รูปโปรไฟล์ของเขาเป็นรูปเขายิ้มกว้างกอดแมวสีส้มตัวอ้วน ดูอบอุ่นและใจดี ความลังเลเกิดขึ้นในใจ... เธอควรจะทักเขาไปไหม? หรือควรจะอยู่เงียบๆ ในที่ของตัวเอง ติ๊ง! เหมือนสวรรค์ (หรือนรก) จะรู้ใจ ข้อความจากหมอวินเด้งขึ้นมาพอดี Dr. Win: 'สวัสดีครับน้องริน... วันนี้งานยุ่งไหมครับ? อย่าลืมทานมื้อเที่ยงนะครับ เดี๋ยวจะปวดท้องอีก' ข้อความธรรมดาๆ ที่ไม่มีคำหวานเลี่ยน แต่กลับทำให้กำแพงในใจของไอยรินพังทลายลง น้ำตาเม็ดโตหยดลงบนหน้าจอโทรศัพท์ เขาจำได้ว่าเธอเสี่ยงเป็นโรคกระเพาะ... เขาห่วงว่าเธอจะกินข้าวหรือยัง ต่างจากอีกคนที่ห่วงแค่ว่า... ดอกไม้ของคู่เดทจะสวยพอไหม ไอยรินสูดน้ำมูก พิมพ์ตอบกลับไปมือสั่นๆ "ยุ่งนิดหน่อยค่ะ... ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ" Dr. Win: 'ถ้าเครียด... มองออกไปนอกหน้าต่างนะครับ วันนี้ฟ้าสวยมาก หรือถ้าไม่ไหว... ส่งสติ๊กเกอร์หาพี่ได้ตลอด 24 ชม. นะครับ พี่แสตนด์บาย' รอยยิ้มทั้งน้ำตาปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวย ในวันที่เธอรู้สึกไร้ค่าที่สุด... กลับมีคนคนหนึ่งมองเห็นความสำคัญของเธอ "ขอบคุณค่ะพี่วิน..." เธอพึมพำกับหน้าจอ ทันใดนั้น เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นดังใกล้เข้ามา ไอยรินรีบปาดน้ำตา เงยหน้าขึ้นมอง พบกับเลขาฯ รุ่นน้องที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามา "พี่รินคะ! ท่านประธานเรียกหาค่ะ! ถามว่าดอกไม้ที่สั่งได้หรือยัง ท่านจะรีบออกไปแล้ว!" ไอยรินหลับตาลง ถอนหายใจเฮือกใหญ่เพื่อไล่ความอ่อนแอออกไป เธอเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุด "เดี๋ยวพี่จัดการเอง..." เธอต้องกลับไป... กลับไปทำหน้าที่ 'เงา' ของเขาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้... เงาเริ่มจะมีรอยร้าวที่ยากจะประสานคืน และหัวใจที่เคยภักดี... เริ่มจะมองหาแสงสว่างจากที่อื่นแล้วจริงๆ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD