ตอน จุดเริ่มต้นของหนี้สวาท
เสียงถอนหายใจของผมดังขึ้นในความเงียบของห้องทำงานตอนดึก หน้าจอโทรศัพท์มือถือโชว์ยอดเงินในบัญชีที่เหลือเพียงหลักร้อย ผมเอามือกุมขมับด้วยความเครียดที่ถาโถมเข้ามาจนแทบจะบ้าตาย ผมติดพนันออนไลน์อย่างหนัก ทั้งบอล บาคาร่า สล็อต และไพ่ อะไรที่เล่นออนไลน์ได้ผมแทงหมด
ตอนแรกก็แค่เล่นขำๆ เพราะได้เงินมาง่ายผมเลยเพิ่มทุนจากหลักพันเป็นหลักหมึ่น
แต่พอเสียก็อยากได้คืน พอยิ่งเล่นก็ยิ่งถลำลึกจนกู้หนี้ยืมสินไปทั่ว และเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดของผมก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น หัวหน้าวิทย์ เจ้านายโดยตรงของผมเอง
หัวหน้าวิทย์เป็นหนุ่มใหญ่หน้าตาดี มีฐานะ และขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าชู้ระดับตัวพ่อ แกเปลี่ยนผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ทั้งเด็กดริ๊งก์ไปจนถึงพนักงานในบริษัท แกมีอิทธิพลและเส้นสายมากมาย ตอนที่ผมหน้ามืดไปขอยืมเงินแกหลักแสน แกก็ให้ยืมอย่างง่ายดาย แต่พอถึงเวลาที่ผมไม่มีจ่าย แกกลับยื่นข้อเสนอที่ทำให้ผมแทบอยากจะพุ่งเข้าไปชกหน้าแก
"ไม่มีเงินจ่ายไม่เป็นไรเว้ยไอ้หนุ่ม ยกหน่าให้พี่สักคืนสิ แล้วหนี้ของเราเป็นอันเจ๊ากัน แค่คืนเดียว"
ผมกำหมัดแน่น ปฏิเสธเสียงแข็งไปทันทีว่าไม่มีทาง หน่าคือดวงใจของผม เธอเป็นเมียที่แสนดีและเป็นแม่ของ น้องเนโก๊ะ ลูกสาววัยสองขวบของเรา หน่าเป็นผู้หญิงที่สวยมาก ยิ่งหลังคลอดลูกเธอก็ยิ่งดูเปล่งปลั่ง ผิวพรรณขาวเนียนละเอียด รูปร่างที่เคยผอมเพรียวก็เปลี่ยนเป็นอวบอัดมีน้ำมีนวล โดยเฉพาะหน้าอกหน้าใจของเธอที่ขยายใหญ่ขึ้นจนคับเสื้อ ตึงเปรี๊ยะ ไปทุกสัดส่วน
น้ำนมของเธอเยอะมากจนบางครั้งก็ซึมเปื้อนเสื้อให้เห็นเป็นรอย ผมหวงเธอมาก หวงจนถึงขั้นขอให้เธอลาออกจากงานมาเป็นแม่บ้านเลี้ยงลูกเต็มตัว เพราะขืนปล่อยให้ผู้หญิงสวยอวบอัดแบบเธอออกไปทำงานข้างนอก ต้องมีผู้ชายมากหย้าหน้าหลายตามาตามจีบตามแทะโลมแน่ๆ
หลังจากปฏิเสธหัวหน้าไป ผมก็ต้องหาทางหาเงินมาใช้หนี้ ความคิดชั่ววูบทำให้ผมตัดสินใจทำเรื่องเลวร้ายที่สุดในชีวิต ผมแอบยักยอกเงินของบริษัท โอนเข้าบัญชีเว็บพนันเพื่อหวังจะแทงบอลสเต็ปคู่เด็ดให้ได้กำไรก้อนโต ผมกะว่าถ้าได้ทุนคืนบวกกำไร จะเอาไปใช้หนี้หัวหน้าวิทย์ แล้วแอบเอาเงินต้นโอนคืนบริษัทเงียบๆ โดยไม่มีใครรู้
แต่โชคชะตาไม่ได้เข้าข้างคนโลภ ผลบอลพลิกล็อกทุกคู่ เงินแสนที่ผมขโมยมาละลายหายวับไปกับตาภายในคืนเดียว ความรู้สึกหวาดกลัว แล่นแปล๊บ เข้ามาในอก ผมแทบทรุดลงไปกองกับพื้น หมดสิ้นทุกหนทาง
ความซวยยังไม่จบแค่นั้น หัวหน้าวิทย์ไม่ใช่คนโง่ แกตาไวและขยันตรวจเช็คบัญชีรับจ่ายของบริษัทเป็นประจำ เพียงไม่กี่วันต่อมา แกก็เรียกผมเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัว โยนแฟ้มบัญชีลงบนโต๊ะเสียงดังลั่น
"มึงกล้ามากนะที่แอบเอาเงินบริษัทไปเล่นพนัน มึงคิดว่ากูโง่จับไม่ได้หรือไง"
หัวหน้าวิทย์จ้องหน้าผมด้วยสายตาดุดัน
ผมหน้าซีดเผือด เข่าอ่อนทรุดลงไปนั่งคุกเข่าอ้อนวอนขอร้องแก ยกมือไหว้ปลกๆ ขอเวลาหาเงินมาคืน
หัวหน้าวิทย์แสยะยิ้มมุมปาก เดินมาตบไหล่ผมเบาๆ
"มึงมีทางเลือกสองทาง ทางแรกคือกูแจ้งตำรวจ ส่งมึงเข้าคุก ข้อหาลักทรัพย์นายจ้าง อนาคตมึงดับ เมียมึงต้องอุ้มลูกไปตกระกำลำบาก"
แกเว้นจังหวะ ปล่อยให้ผมสั่นเป็นลูกนก ก่อนจะพูดประโยคที่ตัดสินชะตาชีวิตครอบครัวผม
"หรือทางที่สอง ทำตามข้อเสนอเดิมของกู ยกหน่าให้กู ซักน้ำสองน้ำ แล้วกูจะทำเป็นลืมเรื่องเงินทั้งหมด ทั้งหนี้เก่าและเงินบริษัท"
ผมเงยหน้ามองแก น้ำตาคลอเบ้า ภาพของหน่าที่กำลังยิ้มอุ้มน้องเนโก๊ะลอยเข้ามาในหัว ถ้าผมติดคุก หน่ากับลูกจะอยู่ยังไง ใครจะดูแลพวกเธอ ความขี้ขลาดและความเห็นแก่ตัวเข้าครอบงำจิตใจผม ในที่สุดผมก็พยักหน้ารับข้อเสนออันน่าอัปยศนั้น
"ก็ได้ คะ ครับพี่"
"ดีมาก มึงตัดสินใจได้ฉลาด ไม่เสียแรงที่รับเข้ามาทำงานเพราะเห็นว่าฉลาดกว่าใครเพื่อน หึ! ๆ"
หัวหน้าวิทย์หัวเราะชอบใจ
"แต่กูไม่อยากได้แบบบังคับฝืนใจนะ กูชอบความตื่นเต้น มึงต้องช่วยกูวางแผน ทำให้เมียมึงยอมกูเอง ทำให้เธอเป็นของกู แค่ซักคืนสองคืนเอง เธอไม่บุบสลายหรอก ก็ยังเป็นเมียแกเหมือนเดิม เป็นแม่ของลูกเอ็งเหมือนเดิม เข้าใจไหม"
"ครับ เข้าใจ ผมเข้าใจแล้วครับพี่"
นับตั้งแต่วันนั้น ผมก็กลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในการพรากเมียตัวเองส่งส่วยให้เจ้านาย ผมเริ่มแผนการด้วยการชวนหัวหน้าวิทย์มาดื่มเหล้าที่บ้านในวันหยุด อ้างว่าเป็นการเลี้ยงขอบคุณเจ้านายที่ช่วยดูแลผม
เย็นวันเสาร์
หัวหน้าวิทย์ขับรถยุโรปคันหรูมาจอดหน้าบ้าน ผมเดินออกไปต้อนรับพร้อมกับหน่าที่อุ้มน้องเนโก๊ะอยู่ข้างๆ หน่าสวมชุดอยู่บ้านสบายๆ เป็นเสื้อยืดคอกว้างสีขาวกับกางเกงขาสั้นโชว์เรียวขาขาวเนียน หน้าอกอวบใหญ่ดันเสื้อยืดจนเห็นเป็นทรงเต้าชัดเจน
"สวัสดีครับคุณวิทย์ เชิญเข้ามาข้างในก่อนครับ" ผมเอ่ยปากเชิญ
"สวัสดีค่ะเจ้านายพี่เอก ทานข้าวมาหรือยังคะ หน่าเตรียมกับแกล้มไว้ให้เยอะแยะเลยค่ะ" หน่ายกมือไหว้ ยิ้มหวานต้อนรับแขก
สายตาของหัวหน้าวิทย์จับจ้องไปที่เนินอกขาวผ่องของหน่าที่โผล่พ้นคอเสื้อออกมา แกกลืนน้ำลายลงคอ แววตาหื่นกระหายฉายชัดเจนจนผมรู้สึกหน่วงในใจ แกยิ้มกริ่มแล้วตอบกลับเมียผมด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
"ขอบคุณครับน้องหน่า ตัวจริงสวยกว่าที่ไอ้เอกมันคุยโวไว้เยอะเลยนะครับเนี่ย ทำเอาพี่ชักจะอิจฉาลูกน้องตัวเองซะแล้วสิ"
หน่าหน้าแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย เธอไม่รู้เลยว่าคำชมนั้นคือจุดเริ่มต้นของแผนการโดนกระแทก และผมผู้เป็นสามีก็กำลังจะเปิดประตูบ้านต้อนรับหมาป่าเข้ามาขย้ำเนื้อสมันน้อยแสนหวานของตัวเองถึงที่