“ข้าเป็นคนไปช่วยเจ้าจากบุรุษที่จะตีกระจกรถ และจากพวกที่รุมเล่นงานเจ้ากับบิดานะ” เสินอี้เอาสิ่งที่ได้กระทำในโลกของนางมาอธิบาย “ถ้าเจ้าไม่ใช่ว่าที่ฟูเหรินของข้า ข้าคงไม่ข้ามมิติไปช่วยจนตัวเองเป็นแบบนี้หรอก” ซับเหงื่อที่ไม่มีสักเม็ดตามหน้าผากอย่างอ้อยอิ่ง “แล้วทำไมคุณไม่บอกฉันตั้งแต่แรก ให้ฉันเครียดอยู่ได้เป็นวันสองวัน” “ข้าจะรู้ได้อย่างไร ถ้าเจ้าไม่พูดออกมา” เขารู้ รู้ความคิดของนางทุกอย่าง เพียงแต่ไม่พูด เพราะไม่อยากให้นางรู้ว่าเขาอ่านใจนางได้ “แต่พอเจ้าพูดข้าก็บอกให้เจ้ารู้ทันทีเลยนี่ไง” แล้วมือใหญ่ก็เอื้อมไปจับมือเล็กที่จับถ้วยชาเปล่าหมุนเล่น “นี่! อย่ามาแต๊ะอั๋งกันง่าย ๆ สิ” มือเรียวเล็กรีบชักหนีและเขม่นใส่เขา “เจ้าเป็นของข้าแล้ว ผิดด้วยหรือที่จะจับต้องเจ้า” “บ้าไปแล้ว! ฉันยังไม่ได้เป็นของคุณเลยนะ” เถียงหน้าแดงซ่าน ไม่ยอมรับคำกล่าวหา “อุก!” “คุณ!” เหม่ยลี่รีบขยับเข้าไปใกล้คนตัวใ

