Chapter 7

1788 Words
Chapter 7 สำนักงาน แม้งานจะกองเป็นพะเนินอยู่ตรงหน้า แต่คนทำกลับไม่มีสมาธิอยู่กับมัน รอยยิ้มของหญิงสาวที่คล้ายกับคนรักเก่าเข้ามาวนเวียนอยู่ในหัว ปฐวีเผลอยิ้มออกมาเมื่อนึกถึง แต่ก็ต้องส่ายหัวสลัดความคิดนั้นออกไปอย่างไม่ไยดี เพราะตั้งปณิธานเอาไว้แล้วว่าจะไม่มองหญิงใดอีก แม้ดอกไม้จะร่วงโรยแต่เขาจะเป็นผืนดินที่ยืนหยัดไม่ยอมให้รากของต้นใดมากทับที่แม่ของลูกเขาได้ แม้ใบหน้าคุณหมอสาวที่ดูหยิ่งเวลาทำหน้านิ่งๆ แต่ยามยิ้มแล้วจะทำให้ใจที่เคยปิดตายเกือบละลายแล้วก็ตาม สิงขรเดินนำพาคนงานใหม่ไปตามที่ต่างๆ ทั่วไร่ จนตะวันอยู่กลางหัวเลยพากลับมาที่โรงอาหารอีกครั้งก่อนจะแยกย้ายกันไปตักข้าวจากถาดอาหารที่เตรียมเอาไว้ให้คนงานสองสามอย่าง โดยแม่ครัวเก่าแก่ “อิหนูคนนี้ บ่เกยหัน มาใหม่ก่ออิหนูเอ๊ย” “จ้ะ ใช่จ้ะ” ปลายฟ้าตอบขณะที่ยื่นจานข้าวให้คนถามตักแกงโฮะให้ “งามแท้เนอะ บ่ใช่คนที่นี่กา” “จ้ะ ชั้นมาจากกรุงเทพน่ะ” “จริงเหรอ กรุงเทพมันไกลมากเลยนะ” “ใช่ๆ ชั้นได้ยินแต่คนใหญ่คนโตเขาพูดกันไม่เคยเห็นเลย สวยมากมั้ยอะเธอกรุงเทพน่ะ” “ก็...สวยนะ” คนงานใหม่โดนรุม จนตอบไม่ถูกจากแค่แม่ครัวคนเดียว เพิ่มเป็นคนงานอีกสอง สามและมาจากไหนอีกไม่รู้จนเธออยู่ในวงล้อม “เอ้าๆ มุงอะไรกันนั่น ไม่รีบกินข้าวกินปลากันรึไง” เสียงเข้มดังมาจากทางด้านหน้าโรงอาหาร ก่อนที่สาวๆ รอบตัวจะพากันสลายหายไปเหมือนเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เหลือเพียงแม่ครัวและปลายฟ้าที่ยังคงถือถาดอยู่ “คนงานใหม่เหรอจ๊ะน้องสาว” ชายอีกคนเอ่ยขึ้น จากสามคนที่เดินเรียงหน้ากระดานกันมาจนกินพื้นที่ทางเดิน “สวยดีนี่หว่า” คนตรงกลางสบถ “ไม่เข้าใจตรงไหน ส่วนไหน ถามพี่ได้นะจ๊ะน้องสาว” ชายเสียงเข้มคนแรกเอ่ยอย่าชัดถ้อยชัดคำพร้อมกับไล่มองร่างโปร่งด้วยสายตาไม่น่าไว้ใจ ดูจากสายตาแล้วนั้น ตรงไหน ส่วนไหน คงไม่ได้หมายถึงงานในไร่ แต่หมายถึงสาวตรงหน้าเป็นแน่ “เอ่อ สวัสดีครับคุณปฐพี นึกยังไงมาที่ไร่ได้ครับเนี่ย” สิงขรเห็นท่าไม่ดีจึงรีบลุกจากโต๊ะที่เพิ่งนั่งไปกินข้าวได้ไม่กี่คำ เดินมาแทรกระหว่างหนุ่มสาว “ทำไมวะไอ้สิง นายข้าจะมาหรือไม่มาต้องมีเหตุอะไรด้วยเหรอวะ ห้ะไอ้เข้ม” คนตอบหันไปหาพวกกับคนชื่อเข้มที่เสียงเข้มตามชื่อ “นั้นดิไอ้ศักดิ์ หลบไปเลยไอ้สิง” “อย่ามีเรื่องกันเลยนะจ๊ะ” หญิงคนหนึ่งเอ่ยขึ้น “พอๆ ไอ้สองตัวนี้ เราไม่ได้มาหาเรื่องใคร แค่จะแวะมาดูตามประสาคนที่ติดกันน่ะ” คนเป็นนายเอ่ยทัก ก่อนจะเอามือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงสแล็คสีดำที่มีชายเสื้อเชิ้ตสีเขียวมิ้นยัดเอาไว้อยู่ ความสูงของชายตรงหน้าพอๆ กับสิงขร ต่างจากลูกน้องทั้งสองที่เตี้ยกว่าหน่อยแต่ก็ยังถึงว่าสูงตามมาตรฐานชายไทย ผมที่ถูกเชตอย่างดีกับใบหน้าที่จะว่าเหมือนก็ไม่ใช่ต่างก็ไม่เชิงกับพ่อเลี้ยงเจ้าของไร่ของเธอ “เธอเพิ่งมาทำงานใหม่เหรอ ชั้นไม่เคยเห็นหน้า” ชายตรงหน้าเอ่ยถามอีกครั้ง “ค่ะ” “ชั้นปฐพีนะ ถ้าอยากทำงานสบายๆ ก็บอกชั้นได้ รีสอร์ตชั้นอยู่ข้างไร่นี่เอง” “ปฐพี? ชื่อคล้ายพ่อเลี้ยงจัง ปฐพี ปฐวี” ความจริงปลายฟ้าก็เพิ่งรู้จากสิงขรตอนที่เขาสอนงานในไร่เมื่อครู่ว่า พ่อเลี้ยงมีชื่อว่า ปฐวี ‘เอ่อ พ่อเลี้ยงชื่ออะไรนะจ๊ะพี่สิง’ ‘วี ปฐวี นี่มาสมัครงานยังไงเนี่ยไม่รู้ชื่อเจ้าของไร่’ เมื่อโดนถามปลายฟ้าก็ได้แต่ขำกลบเกลื่อนไปก่อนจะเปลี่ยนเรื่องอื่น หลังจากที่รู้ว่าสิงขรอายุมากกว่าเธอสองปีเขาขึงให้เธอเรียกว่าพี่สิง ตามคนงานในไร่ที่อายุน้อยกว่า คุณหมอสาวเอ่ยอย่างเบาแต่ก็มิวายเข้าหูลูกน้องของปฐพีอย่างนายศักดิ์ “จะไม่ให้คล้ายได้ยังไงล่ะจ๊ะสาวน้อย ก็เขาเป็นพี่น้องกัน” “คนละแม่” เสียงคุ้นเคยเอ่ยขึ้น ก่อนที่เจอของเสียงจะเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเธอและหลังกลับไปประจันหน้ากับ น้องต่างแม่ “อ้าว พี่วี ปกติไม่เห็นลงมาที่นี่ ฝนท่าจะตกซะมั้ง” ปฐพีเอ่ยทักพี่ชายต่างมารดา “แล้วแกล่ะมาทำไม จะมาสอยคนงานในไร่ชั้นไปอีกเหรอ” “โถ พี่ก็พูดเกินไป ผมแค่แวะมาดูเฉยๆ ว่าจะพอมีที่ให้ขยายรีสอร์ตรึเปล่า” “ไม่มี ชั้นบอกแกกี่ครั้งแล้วว่าชั้นไม่ขาย กลับไปได้แล้ว” “ค้าบ ค้าบบ พี่ไว้ผมมาเยี่ยมใหม่นะ อ้อ...หวังว่าคราวหน้าพี่จะเปลี่ยนใจ” ปฐพีพูดก่อนจะยิ้มให้พี่ชายไปที หลายต่อหลายครั้งที่ได้รับคำปฏิเสธ แต่น้องชายคนนี้ก็ไม่ลดละความพยายามที่อยากจะได้ที่ดินของเขา แถมยังชอบชักชวนคนงานในไร่ที่หวังอยากจะสบายให้ไปทำงานที่รีสอร์ตอีก บางคนก็ไปแล้วไปลับ แต่บางคนไปไม่นานก็กลับมาซบอกเขาดังเดิม ด้วยความที่ไม่สบายอย่างที่คิดบ้างล่ะ โดนกดขี่จากรุ่นพี่บ้างล่ะ ปฐวีรู้ดีว่าน้องชายคนนี้เป็นคนหัวดื้อ เอาแต่ใจตัวเอาเป็นที่ตั้ง เพราะโดนให้ท้ายมาตั้งแต่เด็กๆ หลังจากที่พ่อกับแม่เลี้ยงของเขาเสียชีวิต แถมยังชอบกวนประสาท นานทีปีหนพี่น้องถึงจะคุยกันดีๆ แทบนับครั้งได้ พอเรียนจบปริญญาโท บริหารที่ต่างประเทศปฐพีก็เริ่มสร้างรีสอร์ตในจังหวัดแม่ฮ่องสอนในพื้นที่ที่ได้รับมรดกมาจากผู้เป็นพ่ออย่างพิภพ ที่ท่านเคยซื้อเอาไว้ติดกับที่ของตระกูลทรายขวัญแม่ของปฐวี ภรรยาคนแรกของท่าน “เอ่อ ว่างๆ ไปเยี่ยมปู่บ้างนะพี่ นานๆ ทีแกจะบ่นคิดถึงพี่น่ะ ผมไปนะ” เดินยังไม่ทันพ้นหลังคาปฐพีก็นึกขึ้นได้ ก่อนจะหันมาบอกถึงเรื่องที่ทำให้เขาต้องมาที่นี่และหันหลังเดินต่อไป โดยมีลูกกะจ๊อกทั้งสองตามผู้เป็นนายไปติดๆ คนเป็นพี่ได้แต่ส่ายหน้าไปมาอย่างไม่นึกถึงสาเท่าไหร่นัก เนื่องด้วยพิศาลผู้มีศักดิ์เป็นปู่ของทั้งสองชรามากแล้ว ด้วยความที่หนุ่มๆ ท่านทำงานไม่หยุด ขยันหาเงิน เลี้ยงลูกเลี้ยงเมียจนมีธุรกิจโรงแรมใหญ่โตหลายที่ ใช้ทั้งแรงกายแรงใจจนทำให้ร่างกายทรุดโทรมไปมาก ที่ตอนนี้ท่านพักร่างกายอยู่ที่รีสอร์ตของปฐพีข้างๆ ไร่ชาของเขา แต่ถึงที่จะติดกัน กว่าจะเดิทางไปถึงบ้านพักของพิศาลก็ใช่เวลาพอสมควร กว่าจะออกจากไร่เขากว่าจะไปถึงรีสอร์ตและยังต้องเข้าไปอีกหลายกิโลกว่าจะถึงบ้านพักอีก แม้ปฐวีจะเคยถูกเลี้ยงดูมาโดยพิศาล แต่ก็เป็นเพียงตอนเด็กๆ เท่านั้น เพราะเมื่อเขาอายุสิบหกก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นกับพ่อและแม่เลี้ยงของเขา จนหินผาผู้เป็นลุงต้องขอเอามาเลี้ยงดูแทน และด้วยความที่ท่านจะเป็นคนประเภทพูดน้อย ระเบียบจัดอารมณ์ดีก็ดีใจหาย แต่พอร้ายก็ตัวใครตัวมันจึงทำให้เมื่อหลานๆ โตมาแล้วไม่ค่อยได้ใกล้ชิดกับท่านเท่าที่ควร “คุณ...คุณ” “ห้ะ คะ มีอะไร” “ป้าให้มาชวนคุณไปทานข้าวเย็น” “อ้าว แค่นี้อะนะคุณ” เมื่อเห็นปฐวีทำท่าจะเดินกลับจึงร้องทัก “อืม” ไม่พูดเปล่า เท้าสองข้างทำหน้าที่อย่างดีก่อนเดินออกจากโรงอาหารไป ถ้าเป็นวันปกติในเวลาอาหารกลางวันแบบนี้ เขาคงจะอยู่ทานข้าวในสำนักงาน แต่เพราะผกามาศไหว้วาน คะยั้นคะยอให้มาชวนคุณหมอสาวไปทานข้าวเย็นด้วยกันที่บ้าน จึงต้องจำใจเดินมาจนได้มาเจอน้องชายตัวแสบที่แม้อายุจะปาเข้าไปเกือบสามสิบแล้วก็ยังกวนประสาทเขาไม่เลิก ไม่นานปลายฟ้าก็ทานกลางวันเสร็จ พอๆ กับสิงขร เขาจึงอาสาสอนงานเธอคร่าวๆ เริ่มจากเรื่องการขยายพันธุ์ชาในไร่พฤกษ์พิรุณเป็นอันดับแรก “ต้นชาในไร่ของเราเนี่ย จะขยายพันธุ์โดยการติดตาต่อกิ่ง เพื่อให้ต้นมันแข็งแรง เจริญเติบโตได้ดีด้วย แถมยังช่วยแก้ปัญหาจากวิธีแบบปักชำด้วยนะ เพราะการทำแบบนั้นมันจะไม่มีรากแก้ว...” พี่เลี้ยงจำเป็นอธิบายไปด้วยเดินไปด้วย โดยมีคนงานใหม่เดินตามพร้อมประมวลข้อมูลเก็บเอาไว้ในสมองอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เรื่องอื่นๆ มากมายที่เธอต้องเรียนรู้จะทาโถมเข้ามาอย่างเต็มพิกัดจากลูกน้องคนสนิทของเจ้าของไร่ ดวงตะวันบนฟากฟ้าก็คล้อยลงเรื่อยๆ บอกเวลาเลิกงาน สิงขรจึงขอปลีกตัวออกเพื่อกลับไปตรวจดูงานอีกสักรอบก่อนที่ฟ้าจะมืดไปกว่านี้ จะว่าไปไม่ใช่วันนี้สินะที่เธอจะได้เริ่มทำงาน เพราะกว่าจะสอน เรียนรู้เรื่องต่างๆ ในไร่ก็ปาไปหลายชั่วโมงแล้ว พรุ่งนี้แหละคือการทำงานแลกข้าววันแรก ‘คืนนี้ต้องรีบเข้านอนเก็บแรงไว้ลุยงานต่อพรุ่งนี้ สู้โว้ย!!’ “จริงสิ คุณป้านัดกินข้าวเย็นนี่นา” เพราะเรื่องราวมากมายเข้าหัวสมองอันปราดเปรื่องอย่างรวดเร็วจนเกือบลืมนัดที่เจ้าของไร่อย่างปฐวีถ่อสังขารมาบอกเธอถึงที่ ร่างโปร่งเดินกลับไปยังบ้านพักคนงานอีกฟากเพื่อทำการอาบน้ำเปลี่ยนชุดใหม่ แม้จะยังไม่ได้เริ่มงาน แต่การทัวร์รอบไร่วันนี้ก็เล่นเอาเหงื่อชุ่มไปทั้งตัว เกรงว่าถ้าไปในสภาพนี้คงจะกลบกลิ่นอาหารอันหอมฉุยเป็นกลิ่นเหงื่อเหม็นฉึ่งจนกระเดือกข้าวกันไม่ลงเป็นแน่
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD