เสียงใคร

1286 Words
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ! "อื้ออ.." ร่างอรชรที่นอนแผ่หลาอยู่บนเตียงกว้างเปร่งเสียงหวานครางอื้ออึงพร้อมทั้งยืดแขนทั้งสองข้างบิดกายไปมาหวังไล่ความเหนื่อยล้าและความขี้เกียจออกไป ไม่รู้ว่าเจ้าเตียงนี่มันดูดพลังหรือเพราะเธอเพิ่งผ่านการเดินทางไกลด้วยรถที่ไม่ค่อยจะเอื้อให้หลับสบายสักเท่าไหร่นัก หลังเสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์มือถือแผดร้องตามเวลาที่ตั้งไว้ ยาหยีผงกหัวขึ้นเล็กน้อยเปลือกตาเปิดได้เพียงข้างเดียว ใช้มือเรียวสวยปัดป่ายควานหาเอื้อมไปคว้าเจ้าเครื่องนั้นมาปิดมันก่อนจะทิ้งตัวกลับไปนอนอีกครั้ง "อา~ หลับสบายจัง~" นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้หลับสบายแบบนี้ ถึงอุณหภูมิในห้องจะเย็นจัดกว่ายี่สิบองศาหากแต่ยาหยีไม่ได้คิดจะห่มผ้าปล่อยให้ร่างกายกึ่งเปลือยเปล่าไป ห้องส่วนตัวแบบนี้ไม่มีใครเห็นเธอจะแก้ผ้าหรือจะทำอะไรก็ย่อมได้ หรือหากจะมีใครเข้ามาเห็นเธอก็ไม่ได้คิดจะสนใจ มองแต่ตามืออย่าบังอาจมาแตะต้อง เพียงเท่านั้นก็เป็นอันพอใจ ตราบใดที่ยังไม่มีใครเอาอะไรจากเรือนร่างของเธอไปได้ ยาหยีไม่แคร์! ยาหยีผุดลุกขึ้นมานั่งขัดสมาธิกระปริบตาปริบๆเรียกสติให้ตื่นเต็มตาก่อนจะคลานเข่าไปทางเตียงอีกฝั่งที่ใกล้กับห้องน้ำ หมายจะไปล้างหน้าล้างตาแล้วค่อยกลับมาสวมใส่เสื้อผ้าชุดเดิมเพื่อออกไปหาซื้อของใช้ ทุกอย่างเป็นปกติอย่างที่เธอเคยทำทุกท่วงท่าที่ยาหยีเคลื่อนไหวมันก็เป็นธรรมชาติดี หากแต่การคลานเข่าครั้งนี้มันดันเคลื่อนผ่านพื้นที่เตียงอีกฝั่งที่เธอเห็นว่าว่างอยู่แต่ความจริงกลับไม่ใช่ ที่ตรงนั้นดันมีดวงวิญญาณร่างสูงใหญ่อีกตนที่ดันเป็นเจ้าของสถานที่ เป็นเจ้าของห้องๆนี้ที่นั่งพิงหัวเตียงมองเธอมาห้าชั่วโมงแล้ว เขาเห็นเธอแต่เธอไม่เห็นเขา เมื่อเธอคลานเข่าผ่านมาเขาก็ต้องชักขาขยับหลีกให้ แต่เพราะด้วยก้นงอนๆขาวอวบที่มีเพียงจีสตริงเส้นบางเฉียบปกปิดร่องก้นหันมาใกล้ใบหน้าหล่อคมคายในระยะใกล้พอดี เล่นเอาผีก็อดหน้าแดงไม่ได้ วิญญาณหนุ่มละล่ำละลักรีบหดคอเบือนหน้าหนีไปอีกทาง จนเมื่อยาหยีลงจากเตียงแล้วกำลังจะก้าวข้ามพ้นกรอบประตูห้องน้ำไป "ยายโรคจิต!" ขวับ! "เสียงใคร?!" ใบหน้าสวยหันขวับมาตามเสียงแว่วที่ได้ยินทันทีแล้วเอ่ยถามเสียงดังที่เหมือนจะเป็นการขู่เสียมากกว่า เจ้าของเสียงทุ้มหนักรีบหุบปากฉับ ไม่ได้กลัวว่าเธอจะได้ยินเสียงแต่เพราะเขากำลังตกใจ ก็นั่งอยู่ตั้งนานแล้วนี่หว่า ตอนเธอเดินเข้ามาหลังประตูห้องเปิดอ้าเขานั่งอยู่บนโซฟาปลายเตียงแต่เจ้าหล่อนก็ไม่มีทีท่าว่าจะเห็นเขาเลยแม้แต่น้อย ตอนเดินสำรวจห้องเขาเองก็เดินตามมาดูต้อยๆ ไม่เห็นว่าเธอจะสัมผัสเขาได้ แต่นี่ด่าไปแค่นิดเดียว เหมือนเธอจะได้ยิน.. เหรอวะ? ได้ไง?! "ฉันถาม ว่าเสียงใคร!" เสียงหวานแต่ฟังแล้วกลับมีพลังและดุดันเอ่ยถามอีกครั้ง ยาหยีหันไปสำรวจรอบห้องใหม่อีกครั้งก็พบว่าไม่มีใคร "หรือจะเป็นเสียงจากห้องอื่น.." เพราะเธอก็ไม่ได้ประโยคนั้นไม่ค่อยชัดสักเท่าไหร่ "..แต่เสียงแม่งอย่างกับอยู่ใกล้ๆเลยนี่หว่า" เธอรู้สึกได้ ซ้ำยังรู้สึกราวกับกำลังโดนใครจ้องมองอยู่เลย เธอมั่นใจ ร่างเพรียวสวยก้าวยาวๆกลับมายังโซฟาเพื่อคว้าเอาปืนพกจิ๋วแต่ราคาไม่จิ๋วในกระเป๋าสะพายมาปลดเซฟตี้แล้วขึ้นลำค้างเอาไว้ สองมือกระชับประกับด้ามปืนแน่นในท่าเตรียมพร้อม ร่างอรชรค่อยๆเดินย่องแล้วลดปลายกระบอกปืนลงต่ำไป และไม่กี่นาทีต่อมาคิ้วสวยที่ขมวดมุ่นอย่างจริงจังเริ่มคลายลงเมื่อไม่พบอะไรผิดปกติ "แม่ง เสียงผีรึไง" เธอบ่นอย่างไม่จริงจังนัก จะว่าเป็นเสียงห้องข้างๆก็ไม่น่าใช่ ผนังห้องหนาโครงสร้างต่างๆก็ดูเป็นของเกรดดีใช้ได้ เธอยังไม่ได้เปิดประตูระเบียงเลยด้วยซ้ำแล้วเสียงจากข้างนอกมันจะลอดผ่านมาได้อย่างไร "โว๊ะ! ช่างแม่งเหอะ" คิดแล้วปวดหัวเธอจึงเลือกที่จะไม่ใส่ใจ เป็นผีไม่กลัวเพราะไม่เคยเชื่อเรื่องไร้สาระ แต่หากว่าเป็นคนที่กล้ามาบุกรุกพื้นที่ส่วนตัวเธอเมื่อไหร่ แม่จะยิงให้ไส้ไหลเลยคอยดู! "หึ ยายเพี้ยน" เสียงทุ้มบ่นงึมงำขึ้นทันทีที่เห็นว่าหญิงสาวลดปืนลงแล้วยอมเข้าห้องน้ำไป หน้าตาก็ดี หุ่นก็น่า..มาก แต่ท่าทางเมื่อครู่ดูตลกฉิบหาย จริงจังอย่างกับจะไปออกรบ สงสัยหล่อนคงดูหนังสายลับมากเกินไปหน่อย ดูท่าจะไม่ค่อยเต็มบาทสักเท่าไหร่ ไม่ก็คงล้นเกินไปเลย มุมปากหนายกยิ้มเล็กน้อยแล้วนั่งกดอกอยู่ที่เดิม เป็นรอยยิ้มแรกในรอบหลายสิบปีของเขา คิดแล้วก็อดแปลกใจไม่ได้ เธอคนนั้นเข้ามาในห้องนี้แค่ไม่กี่ชั่วโมงกับทำอะไรแปลกๆให้เขายิ้มได้ ไหนจะโดนเขาด่าว่าโรคจิตแถมยังเพี้ยนอีกด้วย ไม่ธรรมดา ปกติเขาเป็นคนไม่ค่อยพูดไม่ค่อยแสดงความรู้สึกอะไรสักเท่าไหร่ เพราะราวหนึ่งศตวรรษแล้วที่ไม่เคยได้เจอใคร แต่ก็ต้องไม่ธรรมดาอยู่แล้วหรือเปล่าวะ เพราะห้องนี้มันเคยถูกปิดตายมานานมากไม่เคยมีใครก้าวผ่านเข้ามาได้ แต่นี่แค่เธอมาถึงปะตูห้องเวรนี่แม่งก็เปิดอ้าซ่ารับเธอเข้ามาเองหน้าตาเฉย "ไอ้ห้องเวร! เห็นสวยๆหน่อยไม่ได้เตรียมอ้ารอเลยนะมึง ที่กูงัดกันเกือบตายงัดมาเป็นร้อยปีก็ไม่เคยจะเปิดให้! แม่งหน้าหม้อเหมือนใครวะ" จากที่บ่นอยู่เมื่อครู่ก็รีบหุบปากฉับ เพราะรู้สึกถึงประตูห้องน้ำที่เริ่มเปิดออกมาช่วยเรียกสติสัมปชัญญะของเขา 'นี่กูบ่นอะไรอยู่วะ?' เมื่อจัดการล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าเสร็จเรียบร้อยยาหนีก็เดินออกมาแล้วใส่เสื้อผ้าชุดเก่าไป คราวนี้เธอวางปืนพกเอาไว้ในห้องเก็บใต้หมอนเพราะเดี๋ยวถ้าเธอต้องเข้าห้างกลัวจะมีปัญหาเอาได้ นี่ไม่ใช่ถิ่นของตัวเอง เธอจะเบ่งไม่ได้ เส้นสายไม่มีก็มีสิทธิแค่ทำตัวลีบๆไปอย่างคนเจียมตัว ยาหยีพกแค่เครื่องมือสื่อสารและกระเป๋าสตางค์ออกไป 'ยายนี่จะไปไหน' วิญญาณหนุ่มคิดในใจเมื่อเห็นหญิงสาวแต่งเนื้อแต่งตัวแล้วสะพายกระเป๋าก่อนจะเปิดประตูห้องแล้วเดินออกไป "แม่งทำไมไม่กันไว้วะ!" เดินงุ่นง่านพูดว่าตัวเองวนไปทั่วห้องแต่เขาไม่กล้าเดินตามหญิงสาวออกไปข้างนอก อยู่ๆสมองเกิดประมวลผลช้าขึ้นมาเสียอย่างนั้น เขาไม่ควรปล่อยให้เธอคนนั้นจากไปไม่ใช่หรือ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD