ที่นี่ที่ไหน

1307 Words
"ทำไมไกลจังเลยอ่ะ" หลังมือบางปาดเหงื่อออกจากรอบหน้าปากก็บ่นไป เดินออกจากหอพักมาก็ไม่เจอใครเลยสักคน ลุงยามเมื่อคืนไม่รู้ว่าหายไปไหนเสียแล้ว จะถามหาทางไปห้างสรรพสินค้าว่าจะต้องไปอย่างไร ขึ้นรถตรงไหน ไกลหรือ เดินไปทางไหนก็ไม่มีใครให้ถามข้อมูลได้ เดินออกมาตามทางถนนโล่งๆ สองข้างทางมีแต่ป่ารกเธอไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ที่ไหน เมื่อรุ่งสางรถเอสยูวีสีดำคันนั้นมาจอดแล้วทิ้งเธอไว้หน้าหอพัก ตลอดการเดินทางเธอก็มัวแต่หลับเลยจำอะไรไม่ได้ รู้แค่ว่าคงเดินทางมาไกลเพราะจากที่ได้คำนวณเวลาตอนหนีออกจากบ้านตอนตีสองถึงหอพักกลิ่นผกาเกือบเช้าตรู่ช่วงตีห้าเห็นจะได้ ใช้เวลาเดินทางเพียงแค่สามชั่วโมงจากภูเก็ตด้วยรถคันนั้นคงไปไหนได้ไม่ไกล คงยังอยู่ในโซนภาคใต้ไม่พังงาก็กระบี่ หรือถ้าคนขับเหยียบเร็วหน่อยคงจะไม่พ้นสุราษฎร์ธานี "ลองเดินไปถามคนแถวนี้ดูดีกว่า" อยากรู้ว่าที่นี่เป็นที่ไหน จังหวัดอะไร แห่งหนตำบลใด แต่ว่าเดินมาไกลพอสมควรแล้วทำไมยังไม่เห็นใครเลยสักคน บนถนนโล่งมากไม่มีรถสัญจรผ่านสักคัน ต้องทุรกันดารขนาดไหนกัน หอพักนี่ก็อยู่เสียโคตรไกล! "อ๊ะ! เจอรถแล้ว" ยาหยีดีใจจนออกนอกหน้าเมื่อเห็นมอเตอร์ไซต์วินคันหนึ่งขับเข้ามา ดีใจยิ่งกว่าหุ้นขึ้นเสียอีก เดินนานเดินไกลไม่เท่าไหร่แต่แดดร้อนมากเธอทนไม่ไหว ปกติไปไหนกลางแดดเปรี้ยงๆก็มีคนคอยถือร่มกางให้ เอี๊ยดดด! เสียงเบรกรถมอเตอร์ไซค์ลากยาวมาแต่ไกลทันทีที่เห็นสาวสวยยืนโลกมือเรียกหยอยๆ ไม่รู้ช่วงนี้บุญเก่ากำลังหนุนนำหรือยังไง เข้าซอยเปลี่ยวนี้แล้วมีสาวสวยเรียกใช้บริการบ่อยๆ หนุ่มวินยิ้มกรุ้มกริ่มแล้วคิดในใจ ถ้าแต่ละคนจะสวยหยดขนาดนี้ กูขับให้ฟรีเลยก็ได้! "ไปไหนครับน้องสาว~" เก็กเสียงหล่ออย่างกับนักพากย์หนังทีมพันธมิตร "ที่นี่ที่ไหนอ่ะ" "เอ๊า!" หนุ่มวินมอเตอร์ไซค์ถึงกับงงเมื่อเจอคำถามของหญิงสาว ยังปกติดีใช่ป้ะวะ ถ้าไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหนแล้วจะโผล่มาได้ยังไง "หลงทางเหรอน้อง?" รีบเปลี่ยนจากเสียงแซวเป็นน้ำเสียงห่วงใย ถึงจะหน้าหม้อแต่รู้จักกาลเทศะไม่ได้คิดจะแซวไปทั่วเสียเมื่อไหร่ ยิ่งเห็นหญิงสาวทำสีหน้าจริงจังไม่ได้เล่นด้วย ไม่ได้มีท่าทางกลัวหรือเอียงอายเล่นเอาหนุ่มวินอดใจแป้วไม่ได้ ผู้หญิงอะไรดุฉิบหาย! กูไม่แซวแล้วก็ได้วะ "เปล่า" ตอบสั้นๆห้วนๆแล้วรอคำตอบจากหนุ่มหน้าหม้อต่อ "เอ๊า!" ระรอกสอง "ถ้าไม่ได้หลงทางแล้วโผล่มาที่นี่ได้ยังไง" เปลี่ยวจะตายชัก แถมไกลก็ไกล 'เสือก! ' นั่นคือคำตอบที่ยาหยีอยากพูดมาก แค่ตอบคำถามมาก็จบแล้วหรือเปล่าวะ ไม่ใช่ธุระอะไรที่จะต้องมาซักไซ้ น่ารำคาญ! "แค่บอกมาก็พอน่า.." และนี่คือสิ่งที่ยาหยีเลือกที่จะพูดออกไป ตอนนี้เธอตัวคนเดียว อยู่กับวินมอเตอร์ไซค์แปลกหน้าในสถานที่เปลี่ยวจะทำห้าวมากไม่ได้ ปืนไม่ได้พกมาด้วย ถึงจะเป็นศิลปะป้องกันตัวแต่ขี้เกียจออกแรง เพิ่งหมดพลังกับการด่าผีไปและที่สำคัญคืออยากตัดรำคาญ แต่หากให้พูดออดอ้อนอ่อนหวานเธอทำไม่เป็นหรอกนะ ไม่ใช่สไตน์ พรึ่บ! เมื่อเห็นหนุ่มวินยังลีลาหดคอทำหน้างงเหมือนหมาหลงทางแล้วเอาแต่จ้องหน้า ยาหยีเลยชักแบงค์พันในกระเป๋าหนึ่งใบมายื่นให้ หมับ! "พระรามห้าครับโผมมม~" มือหนาในถุงมือขับรถมอเตอร์ไซค์ยื่นมาคว้าหมับเข้าให้อย่างไว ใบหน้าคมคายยิ้มหวานให้หญิงสาวพลางรีบเก็บเงินใส่กระเป๋าราวกับกลัวเธอจะเปลี่ยนใจ 'พระรามห้า ที่ไหน? กรุงเทพเหรอ ฮึ่ ไม่น่าใช่ เวลาแค่นั้นไม่มีทางขับรถจากภูเก็ตมาถึงกรุงเทพได้หรอกมั้ง' เมื่อเห็นหญิงสาวคิ้วขมวดเป็นปมราวกับยังมีข้อสงสับหรือคับข้องใจอะไรบางอย่างหนุ่มวินจึงเอ่ยต่อเพื่อช่วยเธอคลายสงสัย ใจป้ำขนาดนี้พี่จะไม่ถามให้มากความแล้วจะรอตอบคำถามหนูจนกว่าจะพอใจเลยจ้ะ "พระรามห้า กรุงเทพมหานคร อมรรัตนโกสินทร์มหินทรา มหา.. " "พอ!" ยาหยีชักหน่ายใจ "ออกจากปากซอยไปไม่ไกลก็มีโลตัส ฝั่งนั้นเป็นตลาด ไกลไปหน่อยก็เป็นอีกห้าง เฮ้อ!" นี่ถ้าไม่ห้ามกูก็ไปต่อไม่ถูกแล้วนะ จำได้แค่นี้เหมือนกัน ชื่อห่าไรยาวฉิบหาย! "ยังสงสัยอะไรอีกไหมขอรับ" "มะ ไม่" ยาหยีตอบเพียงสั้นๆ คิ้วสวยที่ขมวดกันอยู่แล้วเริ่มผูกเข้าเป็นปมจนแทบจะแก้ออกไม่ได้ เธอไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหม นี่เราอยู่กรุงเทพเหรอ บ้าน่า เวลาแค่นั้นจะเดินทางมาถึงที่นี่ได้ยังไง หรือเรากำลังเข้าใจอะไรผิดไป.. ยาหยีเริ่มเลื่อนลอยมากกับเรื่องประหลาดหลายอย่างที่เธอไม่สามารถเข้าใจได้ และก่อนที่ความคิดเธอจะเตลิดก็มีเสียงเอ่ยของวินมอเตอร์ไซค์ช่วยดึงสติกลับมาอีกครั้ง "แล้วสรุปจะไปไหน ปากซอยไหม?" "ใช่" อันดับแรกคือต้องออกไปสำรวจให้แน่ใจก่อนว่าที่นี่คือที่ไหน แต่ถึงจะเป็นกรุงเทพจริงๆก็ช่างมันประไร เมื่อคืนนี้เธออาจจะคำนวณเวลาผิดเองก็ได้ "อ่ะ มาขึ้นรถ เดี๋ยวกระผมอาสาจะไปส่ง แล้วขับรถให้เป็นอย่างดีเลยครับกระโผมม~" วินหนุ่มตบเบาะที่นั่งด้านหลังตัวเองปุๆแล้วพูดโอเวอร์ เล่นใหญ่ให้สมกับเม็ดเงินที่ได้รับเสียหน่อย ความจริงให้แค่สองร้อยกูก็พร้อมถวายตัวให้ได้อยู่แล้ว ถ้านั่งรถจากตรงจุดนี้แค่เพียงไม่กี่นาทีก็ถึงปากซอยแล้ว แต่หากเดินเท้าไปมันก็ดูจะไกลหน่อยตังค์เยอะขนาดนี้ให้ขับวนสักห้ารอบก็ยังได้ ยาหยีวาดขาขึ้นซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซต์ ใช้เวลาเพียงไม่นานก็ถึงปากซอยทางเข้าหอพัก วินคนนั้นเรียกรถแท็กซี่ให้เพื่อพาเธอมาส่งถึงห้าง โดยเธอไม่ลืมให้สินน้ำในเพิ่มอีกหน่อยเป็นค่าที่ช่วยบริการอำนวยความสะดวกอย่างดี กับคนหาเช้ากินค่ำ ให้แค่นี้เธอไม่เดือดร้อนอะไร เมื่อมาถึงห้างยาหยีตรงไปจัดการเลือกซื้อเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ ร่างเพรียวสวยเดินเลือกซื้อนั่นนี่อย่างสบายใจ เพราะนี่เป็นครั้งแรกเลยที่เธอได้มาใช้ชีวิตคนเดียวโดยไม่มีคนคอยตามรายล้อมจนแทบขาดอากาศหายใจ อยากกินอะไรก็กิน อยากนั่งร้านไหนก็ได้ อยากยิ้มให้ใครอยากจะอ่อยคนไหนก็แค่แสร้งปรายตามองหรือไม่ก็แสร้งเดินชนเดินเฉียดไหล เป็นบรรยากาศและประสบการณ์ที่โคตรจะแปลกใหม่สำหรับยาหยีมาก หลายคนอาจมองว่าเป็นคุณหนู ร่ำรวย ไฮโซ มีคนคอยตามรับใช้ มีบอดี้การ์ดในชุดดำคุ้มกันให้แล้วดูเท่ห์จะตาย แต่เธอชอบชีวิตแบบนี้! ชีวิตที่สามารถกำหนดเองได้ ทุกอย่างมันมีสองด้านการเป็นเธออาจสบายกายแต่เธอไม่เคยสบายใจเลย
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD