ผู้ช่วยจำเป็น

1292 Words
หลังผ่านไปหลายชั่วโมงยาหยีทำเล็บทำผม ทานข้าว คีบตุ๊กตาและซื้อทุกอย่างจนกว่าจะพอใจ ตอนนี้มีอีกอย่างหนึ่งที่จะขาดไม่ได้เลยก็คือเธอต้องไปซื้อรถ รถยนต์ส่วนตัวคือสิ่งจำเป็นที่เธอต้องมีวันนี้ ตอนนี้และเดี๋ยวนี้ให้ได้ ยาหยีจะไม่มีทางนั่งวินมอเตอร์ไซค์หรือเดินเท้าจากปากซอยเข้าไปถึงตัวหอพักบ่อยๆเป็นแน่ ครั้งเดียวพอ! ข้อดีเพียงอย่างเดียวที่เธอคิดว่าชีวิตตัวเองมีคือความสุขสบายและเงินทองที่สามารถบรรดาลทุกอย่างให้เธอได้ ไม่มีคนคอยตามรับใช้ก็ไม่เป็นไร ใช้เงินแก้ปัญหาเอาได้! หุ่นเพรียวสวยเดินตรงไปยังโชว์รูมรถที่กำลังตั้งบูธโชว์อยู่กลางห้างอย่างไม่รีรอ ขอรุ่นที่ดีที่สุดแพงเท่าไหร่ไม่เกี่ยงราคาขอแค่ว่ามีสินค้าที่เธอสามารถรับมาขับได้ทันที โมบายแบงค์กิ้งสั่นริกๆพร้อมมากให้เงินไหลออกจากบัญชี กว่าจะขับรถกลับถึงหอพักได้ก็เล่นเอาเสียเวลาไปชั่วโมง ห้างอยู่ไม่ได้ไกลมากหากแต่รถติดบรรลัยซ้ำยาหยีเองก็ไม่ชินเส้นทาง ปกติเธอเคยต้องมาขับรถเองแบบนี้เสียที่ไหน มากรุงเทพก็นับครั้งได้ไม่ค่อยได้เที่ยวเมืองไทยเน้นไปต่างประเทศ และยิ่งแถวนี้ยิ่งไม่เคยเหยียบมาก่อนเลยในชีวิตด้วย ไอ้รถเอสยูวีที่ลูกน้องหามาให้โคตรเฮงซวย พาเธอมาปล่อยที่นี่ได้ยังไงก่อน แล้วก็ดันขับหายไปเฉยยังนึกเคืองไม่หาย "ฟู่ว~ กลับไปอยู่บ้านเหมือนเดิมดีไหม" เสียงหวานห้าวพ่นคำบ่นอย่างนึกท้อใจ ยืนเท้าสะเอวมองข้าวของที่อัดแน่นเต็มรถแล้วนึกด่าตัวเอง ซื้อขนาดนี้จะขนคนเดียวยังไงหมดวะ ขี้เกียดเดินหลายรอบด้วย ยาหยีเดินไปที่ป้อมยาเพื่อหาตัวช่วยตัวก็ไม่เห็นใคร ทั่วทั้งหอพักก็ไม่เห็นผู้เช่าคนอื่นเลยที่อยู่ใกล้ๆ มีแค่ไฟในห้องบางห้องที่ลอดผ่านหน้าต่างมา นี่ยังไม่ทันจะทุ่มนึงเลยรีบเข้าห้องนอนกันไปไหน "หอพักหรือป่าช้าวะ" เธออดบ่นพึมพำออกมาไม่ได้ และสุดท้ายก็ต้องขนของทุกอย่างขึ้นห้องเอง สาระแนอยากจะหนีออกจากบ้านมาใช้ชีวิตอิสระตามที่ตัวเองต้องการก็ต้องทำใจแบบนี้แหละ แต่ในขณะที่เธอกำลังก้มหน้าก้มตาหยิบสัมภาระที่จะขนรอบแรกอยู่นั้น พลันมีเสียงหวานใสดังขั้นจนเธอต้องหันไปให้ความสนใจ "มีอะไรให้ว่านช่วยไหมจ้ะพี่" ยาหยีมองหญิงสาวตัวเล็กผิวขาวหน้าหวานจิ้มลิ้มที่กำลังเอียงคอถามทำเอายาหยีรีบพยักหน้าหงึกๆ "ช่วยขนของที พอดีพี่ซื้อมาเยอะเกิน ขนไม่ไหว" ถึงพูดไม่มีหางเสียงแต่ฟังแล้วไม่แข็งกระด้างอย่างปกติสักเท่าไหร่ เห็นของสวยๆงามๆแล้วยาหยีใจอ่อนยวบยาบไปหมดเลย "ได้เลยจ้า.. ว่าแต่พี่สาวอยู่ห้องไหนเหรอจ๊ะ" "ชั้นสอง ห้องหนึ่งสามศูนย์แปด" ตอบสาวน้อยหน้าหวานเพียงเท่านั้นยาหยีก็หยิบถุงเสื้อผ้าจนเต็มมือทั้งสองข้างแล้วออกเดินนำไป แต่เพียงสามก้าวเท่านั้นกลับถูกเสียงหวานๆรั้งเอาไว้ "เดี๋ยวๆ พี่!" "หืม?" ยาหยีเอี้ยวตัวหันกลับไปมองแล้วเลิกคิ้วสงสัย "ไม่ล็อกประตูรถก่อนเหรอจ๊ะ" "ไม่" มันเสียเวลา "เดี๋ยวของจะหายเอาได้นะจ๊ะ" "ช่างเหอะ" ยาหยีไหวไหล่ไม่ใส่ใจนักแล้วหันตัวเดินเข้าหอพัก หายก็แค่ซื้อใหม่ ที่สำคัญถ้าหากเธอจับได้ว่าใครมันกล้าจะเอาไป อียาหยีคนนี้จะจับมาล่ามโซ่ล็อกมือไว้ก่อนจะสับนิ้วให้กระดูกแหลกแล้วโยนไปให้หมามันแดกเลยคอยดู! เด็กสาวอายุน้อยกว่าเดินอาดๆตามเธอมาโดยในมือรวมแขนทั้งสองข้างแขวนเต็มไปด้วยถุงใส่เสื้อผ้า รองเท้า และกระเป๋าแบรนด์เนมที่เธอประโคมซื้อมาราวกับว่ามันกำลังจัดโปรโมชั่นลดราคา เต็มแขนยาวไปจนแทบจะถึงไหล่ "ขนทีละเยอะขนาดนั้นไม่หนักรึไง?" "สบายมากจ้ะพี่ ว่านยกไหว" สาวน้อยที่หยาดเหงื่อเม็ดเล็กๆกำลังแตกซ่กเต็มใบหน้าหวานส่งยิ้มตาหยีมาให้ 'ยายนี่น่ารักดี' ดูท่าทางคล่องแคล่วใช้ได้ "อืม ตามใจ" ทำไปเถอะ เดี๋ยวป๋าจะทิปให้หนักๆเลยอีหนู เพราะกูขี้เกียจ เดินหลายรอบไม่ไหว! หลังจากขนสัมภาระรอบแรกขึ้นมาแล้วสาวน้อยชื่อว่านก็วางทุกอย่างเอาไว้หน้าประตูแล้วรีบวิ่งลงไป ดูกระตือรือร้นกว่าเจ้าของอย่างยาหยีที่เดินตามลงมาทีหลังเพราะมัวแต่พิรี้พิไรเสียอีก ลงมายังไม่ทันเดินไปถึงตัวรถยาหยีก็พลันเบิกตากว้างเมื่อเห็นเด็กว่านนั่นกำลังยัดสัมภาระของเธอใส่กระสอบปุ๋ยสีขาวแล้วยกแบกขึ้นหลัง 'ไปเอากระสอบมาจากไหนวะ แล้วนั่นยกไหวเหรอน่ะ ตัวเล็กเท่าลูกหมาแต่ถึกฉิบหาย!' ยาหยีอดส่ายหน้าไม่ได้ ทั้งเอ็นดู ทั้งขำ ทั้งถูกใจ ดีนะที่ยั้งมือไว้เพียงเท่านี้ไม่วู่วามซื้อเพิ่ม แค่นี้ก็จะตายอยู่แล้วขนไม่ไหว ถ้าไม่มียายเด็กนี่มาช่วยมีหวังกล้ามน่องต้องปูดเพราะเดินขึ้นลงบันไดหลายรอบเป็นแน่ พื้นที่หอพักนี่ก็กว้างมากเสียด้วยจากที่ประเมินดูน่าจะเป็นคฤหาสน์เก่าที่ไม่มีใครอยู่แล้วเลยดัดแปลงมาเป็นหอพัก "ฮึ่บ! อ่ะ เรียบร้อยแล้วจ้ะ เมื่อครู่ว่านปิดประตูรถให้พี่แล้วนะแต่ว่ายังไม่ได้ล็อกหรอก ว่านไม่มีกุญแจ" หญิงสาวพูดพลางวางกระสอบปุ๋ยที่ใส่ของเที่ยวสุดท้ายลงก่อนจะยกหลังมือซับเหงื่อบนกรอบหน้าด้วยท่าทางน่าเอ็นดู แก้มขึ้นเลือดฝาดเป็นสีชมพูเลย "อืม ขอบใจมาก" "ไม่เป็นไรจ้าา ^^" แล้วก็ยิ้มจนตาหยี แก้มน่าหยิกฉิบหาย จับแดกเสียดีไหมเนี่ย ฮึ่ย มันเขี้ยว! "อ่ะ พี่ให้" ยาหยียื่นธนบัตรสีเทาไปให้สาวน้อยจำนวนสี่ใบ ในกระเป๋ามีเงินสดอยู่เท่านี้ ที่เหลืออยู่ในบัญชี "อุ้ย ไม่เป็นไรเลยจ้ะพี่ ว่านยินดีช่วย" สาวน้อยโบกไม่โบกมือแล้วไม่ยอมรับมันไว้ ดูท่าทางน่าจะเกรงใจ "ทำงานก็ต้องได้เงิน รับไว้" ยาหยีไม่เคยใช้งานใครฟรีๆ แล้วยายเด็กนี่ก็ใช้แรงขนของให้เธออย่างกับกรรมกร จะไม่รับค่าแรงไม่ได้ หรือเด็กว่านอาจจะมองว่ามากเกินไปยาหยีเลยยื่นข้อเสนอเพิ่มให้เพื่อความสบายใจของทั้งสองฝ่าย "งั้นช่วยพี่ขนพวกนี้เข้าไปในห้อง แล้วจัดห้องให้หน่อยก็แล้วกัน" "ตะ แต่ว่า.." หญิงสาวเริ่มหน้าซีดเผือดแต่เหงื่อแตกซ่ก ทำหน้าเลิ่กลั่ก คำพูดก็เริ่มตะกุกตะกักจนยาหยีชักจะหงุดหงิดขึ้นมาหน่อยๆแล้ว เธอชอบคนน่ารักแต่ไม่ชอบคนไม่มั่นใจในตัวเอง "อ่ะ เข้ามา" ไม่รู้จะเกรงใจอะไร แล้วดูทำหน้าเข้า ทำอย่างกับเห็นผีไปได้ ว่าจบแล้วไม่คิดว่ารอคำตอบอะไรจากอีกคน ยาหยีจึงเปิดประตูห้องที่ยังไม่ได้ล็อกตั้งแต่แรกออกกว้างเพื่อจะให้เด็กว่านช่วยยกของเข้ามาให้ ส่วนเธอก็เดินนำลิ่วๆเข้าไปข้างใน และทันใดนั้น.. แอดดดดด.. ปัง!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD