หลังผ่านไปหลายชั่วโมงยาหยีทำเล็บทำผม ทานข้าว คีบตุ๊กตาและซื้อทุกอย่างจนกว่าจะพอใจ ตอนนี้มีอีกอย่างหนึ่งที่จะขาดไม่ได้เลยก็คือเธอต้องไปซื้อรถ
รถยนต์ส่วนตัวคือสิ่งจำเป็นที่เธอต้องมีวันนี้ ตอนนี้และเดี๋ยวนี้ให้ได้ ยาหยีจะไม่มีทางนั่งวินมอเตอร์ไซค์หรือเดินเท้าจากปากซอยเข้าไปถึงตัวหอพักบ่อยๆเป็นแน่ ครั้งเดียวพอ!
ข้อดีเพียงอย่างเดียวที่เธอคิดว่าชีวิตตัวเองมีคือความสุขสบายและเงินทองที่สามารถบรรดาลทุกอย่างให้เธอได้ ไม่มีคนคอยตามรับใช้ก็ไม่เป็นไร ใช้เงินแก้ปัญหาเอาได้!
หุ่นเพรียวสวยเดินตรงไปยังโชว์รูมรถที่กำลังตั้งบูธโชว์อยู่กลางห้างอย่างไม่รีรอ ขอรุ่นที่ดีที่สุดแพงเท่าไหร่ไม่เกี่ยงราคาขอแค่ว่ามีสินค้าที่เธอสามารถรับมาขับได้ทันที โมบายแบงค์กิ้งสั่นริกๆพร้อมมากให้เงินไหลออกจากบัญชี
กว่าจะขับรถกลับถึงหอพักได้ก็เล่นเอาเสียเวลาไปชั่วโมง ห้างอยู่ไม่ได้ไกลมากหากแต่รถติดบรรลัยซ้ำยาหยีเองก็ไม่ชินเส้นทาง ปกติเธอเคยต้องมาขับรถเองแบบนี้เสียที่ไหน มากรุงเทพก็นับครั้งได้ไม่ค่อยได้เที่ยวเมืองไทยเน้นไปต่างประเทศ และยิ่งแถวนี้ยิ่งไม่เคยเหยียบมาก่อนเลยในชีวิตด้วย
ไอ้รถเอสยูวีที่ลูกน้องหามาให้โคตรเฮงซวย พาเธอมาปล่อยที่นี่ได้ยังไงก่อน แล้วก็ดันขับหายไปเฉยยังนึกเคืองไม่หาย
"ฟู่ว~ กลับไปอยู่บ้านเหมือนเดิมดีไหม"
เสียงหวานห้าวพ่นคำบ่นอย่างนึกท้อใจ ยืนเท้าสะเอวมองข้าวของที่อัดแน่นเต็มรถแล้วนึกด่าตัวเอง ซื้อขนาดนี้จะขนคนเดียวยังไงหมดวะ ขี้เกียดเดินหลายรอบด้วย
ยาหยีเดินไปที่ป้อมยาเพื่อหาตัวช่วยตัวก็ไม่เห็นใคร ทั่วทั้งหอพักก็ไม่เห็นผู้เช่าคนอื่นเลยที่อยู่ใกล้ๆ มีแค่ไฟในห้องบางห้องที่ลอดผ่านหน้าต่างมา นี่ยังไม่ทันจะทุ่มนึงเลยรีบเข้าห้องนอนกันไปไหน
"หอพักหรือป่าช้าวะ" เธออดบ่นพึมพำออกมาไม่ได้ และสุดท้ายก็ต้องขนของทุกอย่างขึ้นห้องเอง สาระแนอยากจะหนีออกจากบ้านมาใช้ชีวิตอิสระตามที่ตัวเองต้องการก็ต้องทำใจแบบนี้แหละ
แต่ในขณะที่เธอกำลังก้มหน้าก้มตาหยิบสัมภาระที่จะขนรอบแรกอยู่นั้น พลันมีเสียงหวานใสดังขั้นจนเธอต้องหันไปให้ความสนใจ
"มีอะไรให้ว่านช่วยไหมจ้ะพี่"
ยาหยีมองหญิงสาวตัวเล็กผิวขาวหน้าหวานจิ้มลิ้มที่กำลังเอียงคอถามทำเอายาหยีรีบพยักหน้าหงึกๆ
"ช่วยขนของที พอดีพี่ซื้อมาเยอะเกิน ขนไม่ไหว" ถึงพูดไม่มีหางเสียงแต่ฟังแล้วไม่แข็งกระด้างอย่างปกติสักเท่าไหร่ เห็นของสวยๆงามๆแล้วยาหยีใจอ่อนยวบยาบไปหมดเลย
"ได้เลยจ้า.. ว่าแต่พี่สาวอยู่ห้องไหนเหรอจ๊ะ"
"ชั้นสอง ห้องหนึ่งสามศูนย์แปด" ตอบสาวน้อยหน้าหวานเพียงเท่านั้นยาหยีก็หยิบถุงเสื้อผ้าจนเต็มมือทั้งสองข้างแล้วออกเดินนำไป แต่เพียงสามก้าวเท่านั้นกลับถูกเสียงหวานๆรั้งเอาไว้
"เดี๋ยวๆ พี่!"
"หืม?" ยาหยีเอี้ยวตัวหันกลับไปมองแล้วเลิกคิ้วสงสัย
"ไม่ล็อกประตูรถก่อนเหรอจ๊ะ"
"ไม่" มันเสียเวลา
"เดี๋ยวของจะหายเอาได้นะจ๊ะ"
"ช่างเหอะ" ยาหยีไหวไหล่ไม่ใส่ใจนักแล้วหันตัวเดินเข้าหอพัก
หายก็แค่ซื้อใหม่ ที่สำคัญถ้าหากเธอจับได้ว่าใครมันกล้าจะเอาไป อียาหยีคนนี้จะจับมาล่ามโซ่ล็อกมือไว้ก่อนจะสับนิ้วให้กระดูกแหลกแล้วโยนไปให้หมามันแดกเลยคอยดู!
เด็กสาวอายุน้อยกว่าเดินอาดๆตามเธอมาโดยในมือรวมแขนทั้งสองข้างแขวนเต็มไปด้วยถุงใส่เสื้อผ้า รองเท้า และกระเป๋าแบรนด์เนมที่เธอประโคมซื้อมาราวกับว่ามันกำลังจัดโปรโมชั่นลดราคา เต็มแขนยาวไปจนแทบจะถึงไหล่
"ขนทีละเยอะขนาดนั้นไม่หนักรึไง?"
"สบายมากจ้ะพี่ ว่านยกไหว" สาวน้อยที่หยาดเหงื่อเม็ดเล็กๆกำลังแตกซ่กเต็มใบหน้าหวานส่งยิ้มตาหยีมาให้
'ยายนี่น่ารักดี' ดูท่าทางคล่องแคล่วใช้ได้
"อืม ตามใจ"
ทำไปเถอะ เดี๋ยวป๋าจะทิปให้หนักๆเลยอีหนู เพราะกูขี้เกียจ เดินหลายรอบไม่ไหว!
หลังจากขนสัมภาระรอบแรกขึ้นมาแล้วสาวน้อยชื่อว่านก็วางทุกอย่างเอาไว้หน้าประตูแล้วรีบวิ่งลงไป ดูกระตือรือร้นกว่าเจ้าของอย่างยาหยีที่เดินตามลงมาทีหลังเพราะมัวแต่พิรี้พิไรเสียอีก
ลงมายังไม่ทันเดินไปถึงตัวรถยาหยีก็พลันเบิกตากว้างเมื่อเห็นเด็กว่านนั่นกำลังยัดสัมภาระของเธอใส่กระสอบปุ๋ยสีขาวแล้วยกแบกขึ้นหลัง
'ไปเอากระสอบมาจากไหนวะ แล้วนั่นยกไหวเหรอน่ะ ตัวเล็กเท่าลูกหมาแต่ถึกฉิบหาย!' ยาหยีอดส่ายหน้าไม่ได้ ทั้งเอ็นดู ทั้งขำ ทั้งถูกใจ
ดีนะที่ยั้งมือไว้เพียงเท่านี้ไม่วู่วามซื้อเพิ่ม แค่นี้ก็จะตายอยู่แล้วขนไม่ไหว ถ้าไม่มียายเด็กนี่มาช่วยมีหวังกล้ามน่องต้องปูดเพราะเดินขึ้นลงบันไดหลายรอบเป็นแน่ พื้นที่หอพักนี่ก็กว้างมากเสียด้วยจากที่ประเมินดูน่าจะเป็นคฤหาสน์เก่าที่ไม่มีใครอยู่แล้วเลยดัดแปลงมาเป็นหอพัก
"ฮึ่บ! อ่ะ เรียบร้อยแล้วจ้ะ เมื่อครู่ว่านปิดประตูรถให้พี่แล้วนะแต่ว่ายังไม่ได้ล็อกหรอก ว่านไม่มีกุญแจ" หญิงสาวพูดพลางวางกระสอบปุ๋ยที่ใส่ของเที่ยวสุดท้ายลงก่อนจะยกหลังมือซับเหงื่อบนกรอบหน้าด้วยท่าทางน่าเอ็นดู แก้มขึ้นเลือดฝาดเป็นสีชมพูเลย
"อืม ขอบใจมาก"
"ไม่เป็นไรจ้าา ^^" แล้วก็ยิ้มจนตาหยี แก้มน่าหยิกฉิบหาย จับแดกเสียดีไหมเนี่ย ฮึ่ย มันเขี้ยว!
"อ่ะ พี่ให้" ยาหยียื่นธนบัตรสีเทาไปให้สาวน้อยจำนวนสี่ใบ ในกระเป๋ามีเงินสดอยู่เท่านี้ ที่เหลืออยู่ในบัญชี
"อุ้ย ไม่เป็นไรเลยจ้ะพี่ ว่านยินดีช่วย" สาวน้อยโบกไม่โบกมือแล้วไม่ยอมรับมันไว้ ดูท่าทางน่าจะเกรงใจ
"ทำงานก็ต้องได้เงิน รับไว้" ยาหยีไม่เคยใช้งานใครฟรีๆ แล้วยายเด็กนี่ก็ใช้แรงขนของให้เธออย่างกับกรรมกร จะไม่รับค่าแรงไม่ได้
หรือเด็กว่านอาจจะมองว่ามากเกินไปยาหยีเลยยื่นข้อเสนอเพิ่มให้เพื่อความสบายใจของทั้งสองฝ่าย
"งั้นช่วยพี่ขนพวกนี้เข้าไปในห้อง แล้วจัดห้องให้หน่อยก็แล้วกัน"
"ตะ แต่ว่า.." หญิงสาวเริ่มหน้าซีดเผือดแต่เหงื่อแตกซ่ก ทำหน้าเลิ่กลั่ก คำพูดก็เริ่มตะกุกตะกักจนยาหยีชักจะหงุดหงิดขึ้นมาหน่อยๆแล้ว เธอชอบคนน่ารักแต่ไม่ชอบคนไม่มั่นใจในตัวเอง
"อ่ะ เข้ามา"
ไม่รู้จะเกรงใจอะไร แล้วดูทำหน้าเข้า ทำอย่างกับเห็นผีไปได้
ว่าจบแล้วไม่คิดว่ารอคำตอบอะไรจากอีกคน ยาหยีจึงเปิดประตูห้องที่ยังไม่ได้ล็อกตั้งแต่แรกออกกว้างเพื่อจะให้เด็กว่านช่วยยกของเข้ามาให้ ส่วนเธอก็เดินนำลิ่วๆเข้าไปข้างใน และทันใดนั้น..
แอดดดดด.. ปัง!